มองบ้านมองเมือง | ปริญญา ตรีน้อยใส
แม้ว่าแนวคิด การใช้ระบบขนส่งมวลชนรถไฟฟ้าแก้ปัญหาการจราจรในกรุงเทพฯ จะมีมานาน
แต่ที่เป็นหมายหลัก คือการก่อตั้ง องค์กรรถไฟฟ้า ขึ้นเมื่อปี พ.ศ.2535 แต่เมื่อเป็นรถไฟฟ้าใต้ดิน เหมือนในต่างประเทศ การดำเนินงานจึงล่าช้า ทั้งปัญหาเทคนิค การเงิน และการเวนคืนที่ดิน
แม้ต่อมาจะปรับชื่อเป็น การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย ในปี พ.ศ.2547 และเปลี่ยนเป็นรถไฟลอยฟ้า ในเวลาต่อมา
ในขณะที่ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ศ.กิตติคุณ ร้อยเอก กฤษฎา อรุณวงษ์ ณ อยุธยา อาศัยความรู้และประสบการณ์ เสนอรูปแบบรถไฟฟ้าวิ่งไปตามรางที่อยู่บนเสาสูง โดยอาศัยพื้นที่จราจรบนถนน และสะพานลอยคนข้าม ที่อยู่ในความรับผิดชอบ
อาศัยอำนาจและหน้าที่ให้สัมปทาน บริษัท ระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือเดิม Bangkok Rapid Transit BTS ดำเนินการ

เนื่องจากไม่มีการเวนคืนที่ดินเพื่อสร้างสถานี หากอาศัยสะพานลอยคนข้ามถนนที่มีอยู่เดิม ขึ้นลงสถานีที่อยู่กลางถนนเหมือนกัน งานก่อสร้างจึงง่ายกว่า รวดเร็วกว่า และประหยัดงบประมาณกว่า
ส่งผลให้รถไฟฟ้าบีทีเอสเริ่มให้บริการก่อน ในสองเส้นทางแรก คือจากสถานีสนามกีฬา ถึงสถานีสะพานสาทร และสถานีอ่อนนุช ถึงสถานีหมอชิต มีจุดตัดที่สถานีสยาม ในปี พ.ศ.2542
โครงสร้างรางทั้งหมดจะอยู่เหนือถนน ส่วนฐานรากอยู่กลางถนน บริเวณเกาะหรือพื้นที่สีเขียวที่มีอยู่เดิม
แต่จะมีช่วงสั้นๆ ที่เส้นทางผ่านถนนนราธิวาสราชนครินทร์ ช่วงถนนสีลม ถึงถนนสาทร และผ่านถนนสาทร จากแยกสาทร นราธิวาส ถึงสะพานสาทร ที่โครงสร้างรางจะอยู่เหนือคลอง
ส่งผลให้ส่วนฐานรากนั้นจะต้องลดระดับลงไปใต้ระดับน้ำในคลอง เพื่อไม่ให้กีดขวางการไหล เนื่องจากคลองทั้งสองเป็นทางระบายน้ำสำคัญจากพื้นที่โดยรอบ คล้ายงานก่อสร้างสะพานทั่วไป
แต่วิธีดังกล่าวมีปัญหาทางด้านเวลาที่ยุ่งยาก และใช้เวลามากกว่า และปัญหาทางด้านการเงิน ต้องใช้งบประมาณมากกว่า ส่งผลให้ผู้ดำเนินการเลือกวิธีที่ง่ายกว่า โดยให้ระดับหัวเสาเข็มสูงพ้นระดับน้ำในคลอง
ส่วนตอม่อ ที่เป็นก้อนคอนกรีตขนาดใหญ่ ลอยเหนือน้ำขึ้นไป ก่อนจะเป็นเสาสูงรับรางเหมือนช่วงอื่นๆ
ทุกวันนี้ ผู้ที่สัญจรผ่านบริเวณนี้คงจะคุ้นเคยกับภาพก้อนคอนกรีต ขนาดกว้างยาวสามสี่เมตร สูงเกือบสองเมตร ให้เห็นเป็นระยะ ตามแนวเสารับราง นอกจากจะบังมุมมอง ขวางสายตา ยังไม่สวยงาม กลายเป็นทัศนอุจาด กลางย่านธุรกิจการเงินของมหานคร
หากการตัดสินใจในเรื่องรถไฟลอยฟ้าเป็นเรื่องที่ได้รับการยอมรับว่าช่วยแก้ไขปัญหาจราจร เป็นระบบขนส่งมวลชนที่มีประสิทธิภาพ กลายเป็นต้นแบบการแก้ปัญหาจราจรให้กับหลายมหานครในเอเชีย และยุโรป เป็นมรดกที่น่าภาคภูมิใจ
การตัดสินใจเรื่องระดับเสาเข็ม ตอม่อ ที่รกหูรกตา นอกจากประจานระดับความคิดวิสัยทัศน์ของผู้เกี่ยวข้องแล้ว
ยังเป็นมรดกบาปที่คนรุ่นปัจจุบันและอนาคตต้องยอมรับ และมองเห็นไปอีกนานแสนนาน
