bg-single

33 ปี ชีวิตสีกากี พล.ต.ต.ปวีณ พงศ์สิรินทร์ (142)

24.09.2025

บทความพิเศษ | พล.ต.ต.ปวีณ พงศ์สิรินทร์

33 ปี ชีวิตสีกากี

พล.ต.ต.ปวีณ พงศ์สิรินทร์ (142)

4 ก๊กมาเฟียสิงหนคร

ตลอดช่วงเวลาของคดีฆ่ายกครัวบุญทวี 5 ศพที่ผ่านมา สร้างความเหน็ดเหนื่อย และอึดอัดแก่เจ้าหน้าที่ตำรวจอย่างมาก

แต่ก็ยังไม่เห็นวี่แววที่จะปิดคดีได้

กองปราบฯ ทำได้ดีที่สุดเพียงรวบตัวนายแสวงหรือสว่างหรือแหว่ง สุวรรณมณี ผู้ต้องสงสัยมาสอบสวนและขยายผลของคดี โดยใช้หมายจับคดีค้างเก่าที่ไอ้แหว่งร่วมกับนายปุ่น คงอินทร์ ยิงนายสม บุญล้วน น้าเขยตายสยดสยองคาบ้านพัก

สำหรับไอ้แหว่ง ผู้ต้องสงสัยคดีฆ่ายกครัว 5 ศพ ครอบครัวบุญทวี ถือเป็นนักเลงใหญ่ใน อ.สิงหนคร ต้องคดีอุกฉกรรจ์มาอย่างโชกโชน ติดคุกติดตะรางมาหลายครั้งหลายหน

ไม่รวมเรื่องราวที่ไม่เป็นคดีอีกนับไม่ถ้วน แม้คดีฆ่า 5 ศพ พยานหลักฐานจะเชื่อมโยงไปไม่ถึง แต่คดีฆ่านายสม พยานหลักฐานแน่นหนา กองปราบฯ จึงคุมตัวเข้ากรุงเทพฯ ทันที หลังทำแผนประทุษกรรมเสร็จ

จึงทำให้การสอบสวนขยายผลคดีฆ่า 5 ศพ ดำเนินไปอย่างสะดวก

ปราศจากอิทธิพลท้องถิ่นที่คอยขัดแข้งขัดขามาโดยตลอด

ยังเป็นการตัดไม้ข่มนามให้บรรดาปลอกคอและลูกสมุนไอ้แหว่งได้ผวายำเกรง

และเป็นการสร้างความมั่นใจให้กับพยาน พลเมืองดี ที่ต้องการแจ้งข้อมูล ว่านับจากนี้ไม่ต้องหวาดกลัวอิทธิพลมืดใดๆ หากจะให้ความร่วมมือกับตำรวจในคดีฆ่า 5 ศพ เพราะขนาดไอ้แหว่งที่ว่าแน่ยังโดนหิ้วหมดฟอร์มขาใหญ่

ปัญหาขาใหญ่ มาเฟียสิงหนคร สร้างความเดือดร้อนแก่ชาวบ้านผู้ทำมาหากินอย่างสุจริต

ที่ผ่านมาได้แต่พึ่งพาโชคชะตา พยายามหลีกเลี่ยงเอาตัวรอดไปวันๆ

เพราะมาเฟียใหญ่แผ่รัศมีเข้าไปทุกหย่อมหญ้า ข้าราชการทั้งฝ่ายปกครองและมีสีส่วนใหญ่ก็ถือคติ “เอาตัวรอดเป็นยอดดี” หนำซ้ำบางคนยังเป็นพรรคพวกของมาเฟียเสียอีก

และหนังสือพิมพ์ยังตีพิมพ์วิเคราะห์ปัญหาอาชญากรรมในสิงหนคร ณ เวลานั้นไว้ดังนี้

ข้อมูลที่กองปราบฯ ได้มาระบุว่า มาเฟียสิงหนคร มีก๊กใหญ่อยู่ 4 กลุ่ม

กลุ่มแรก ก๊กนักการเมืองท้องถิ่น รหัสย่อ “ท.ทหาร”

เบื้องหน้าจะปูทางสร้างฐานคะแนนเสียงด้วยวิธีการของนักการเมืองทั่วไป

ทว่า เบื้องหลังจะซ่องสุมมือปืนรับจ้าง โดยมีรายได้หลักจากการค้าของเถื่อน

ที่ลักลอบลำเลียงเข้ามาทางทะเล

ไอ้แหว่งก็อยู่ในสังกัดมาเฟีย ท.ทหาร คนนี้ จากปลอกคอเส้นนี้

ทำให้ไอ้แหว่งเป็นที่หวาดกลัวของสุจริตชนในสิงหนคร เพราะเวลามีเรื่องมีราวแล้วมักไม่ค่อยผิด

หรือถึงจะผิดกฎหมายก็จัดการไม่ได้ ที่สำคัญคู่กรณีมักมีอันเป็นไปตามมาแทบทุกราย อย่างคดีฆ่า 5 ศพ กว่ากองปราบฯ จะได้ตัวไอ้แหว่ง ก็ต้องประลองกำลังกับมาเฟียใหญ่ก๊กนี้

กลุ่มที่สอง ก๊กนักการเมืองท้องถิ่นเช่นกัน แต่มีรหัสเรียกว่า “ท่านประธาน” แผ่อิทธิพลมากบารมีในเขตสุขาภิบาลสิงหนคร ครอบครองอาคารพาณิชย์ ที่ดินผืนสำคัญๆ สวยๆ เกือบทั้งหมด ที่ผ่านมาไม่ชอบยุ่งกับใคร แต่ก็ขอไม่ให้ใครมายุ่ง โดยเฉพาะมาเฟียก๊กอื่นแหยมเข้ามาเมื่อไหร่ เป็นได้เลือดตกยางออก

กลุ่มที่สาม ก๊กผู้รับเหมา เป็นนักธุรกิจใหญ่ ทำมาหากินด้วยการประมูลรับเหมาก่อสร้างแข่งขันกับเจ้าอื่นๆ แต่สุดท้ายได้งานใหญ่ๆ เงินเยอะๆ ไปทำเป็นประจำ

เมื่อเงินหนาบวกกับใจถึงเวลาจะทำอะไรผู้คนจึงพากันเกรงใจ

กลุ่มที่สี่ ก๊กดาบดุสิต มี ด.ต.ดุสิต ตำรวจสังกัดกองวิทยาการ ภาค 4 เป็นหัวหน้าใหญ่ ก๊กนี้กำลังเบ่งบารมีขึ้นมาอย่างน่ากลัว แต่แล้วดาบดุสิตก็ถูกมือปืนยิงตายกลางสี่แยกกลางตัวอำเภอ หลังเกิดคดีฆ่า 5 ศพไม่กี่วัน

เป็นปฏิบัติการมาเฟียล้างมาเฟีย เย้ย พล.ต.ต.วรรณรัตน์ และคณะที่ยกลงไปปักหลักในสิงหนครก่อนหน้านั้นแล้ว

มีเรื่องเล่ากันในพื้นที่ว่า ก่อนจะเกิดคดีฆ่า 5 ศพไม่นาน ไอ้แหว่งเริ่มตีตัวจากมาเฟีย ท.ทหาร เข้าไปซุกปีกดาบดุสิต โดยมาเฟียสีกากีผู้นี้ยอมทุ่มเงินให้ไม่อั้น เพื่อปูทางลงเลือกตั้งผู้ใหญ่บ้าน แต่ยังไม่ทันได้เป็น “ผู้ใหญ่แหว่ง” ก็ต้องเข้าคุกอีกครั้ง ด้วยฝีมือกองปราบฯ

ส่วนตัวลูกพี่ก็ต้องโดนลบชื่อไปตามวิถีทางของมาเฟีย ไม่มีโอกาสได้ช่วยเหลือลูกน้องให้ตลอดรอดฝั่ง

จาก 4 ก๊ก 4 มาเฟียใหญ่ของสิงหนครดังกล่าวคงทำให้ภาพของคดีฆ่ายกครัว 5 ศพ “บุญทวี” แจ่มชัดขึ้น โดยเฉพาะประเด็นที่ว่า ทำไมถึงจับคนร้ายได้ยากเย็น

หนังสือพิมพ์ข่าวสด ฉบับวันพุธที่ 14 พฤษภาคม 2540 วิเคราะห์เอาไว้แบบนี้ แม้ผมไม่เห็นด้วยทั้งหมด และมีข้อเท็จจริงบางส่วนไม่ถูกต้องนัก เช่น การจับไอ้แหว่งก็มาจากการรวบรวมพยานหลักฐานของผมเอง

แต่ผมเห็นด้วยกับการบรรยายให้เห็นภาพของสิงหนครมันเป็นลักษณะคล้ายๆ แบบนั้นจริงๆ

และอีกอย่าง หนังสือพิมพ์ในกรุงเทพฯ จะให้เครดิตตำรวจจากส่วนกลาง คือ กองปราบฯ มากกว่าตำรวจพื้นที่ ทุกอย่างกลายเป็นผลงานของกองปราบฯ ไปเสียหมด ทั้งๆ ที่เกินกว่าครึ่ง เป็นการทำงานของตำรวจพื้นที่

ปัญหาความยุ่งยากในระหว่างการสืบสวนสอบสวนเกิดขึ้นตลอดเวลา เมื่อนางอารีรัตน์ สุวรรณมณี น้องสาวของนายแสวงหรือสว่างหรือไอ้แหว่ง ผู้ต้องหาที่ฆ่านายสม ได้เดินทางมาพบ พล.ต.ต.วรรณรัตน์ ที่ สภ.อ.สิงหนคร และยื่นหนังสือขอความเป็นธรรม

กรณีที่ตนเองและญาติรู้สึกข้องใจในการกระทำของตำรวจ ที่นำตัวนายแสวง พี่ชายไปกองปราบฯ โดยไม่แจ้งให้ญาติทราบ ทำไมไม่มาดำเนินการที่ จ.สงขลา

เพราะนายแสวงได้รับสารภาพผิดในคดีค้างเก่าแล้ว ส่วนคดีฆ่าครอบครัวนายประภาสก็มีพยานยืนยันมากมายว่านายแสวงอยู่ที่ไหนกับใครในเวลาเกิดเหตุ ทำไมต้องมาบีบบังคับให้นายแสวงต้องรับผิดในคดีนี้

และทำไมตำรวจไม่จับตัวคนร้ายที่ฆ่าภรรยาของนายแสวงมาดำเนินคดีบ้าง และต้องการให้นำตัวกลับมาดำเนินคดีที่ศาลจังหวัดสงขลา

พล.ต.ต.วรรณรัตน์ตอบยืนยันว่า ขณะนี้ยังไม่ได้แจ้งข้อกล่าวหานายแสวงเป็นฆาตกรในคดีสังหาร 5 ศพ นอกจากเป็นเพียงผู้ต้องสงสัยเท่านั้น และรับรองว่าจะให้ความเป็นธรรมอย่างแน่นอน ไม่ได้มีการเลือกปฏิบัติและจะติดตามจับกุมคนร้ายทุกคนที่ก่อคดีหากมีเบาะแส

และการตรวจสอบประเด็นเรื่องที่ดินได้ย้อนหลังไปว่า ยังมีกรณีที่นางกลัด บ้านอยู่หมู่ที่ 7 ต.ชิงโค อ.สิงหนคร จ.สงขลา เป็นเจ้าของที่ดิน 5 ไร่เศษ ตรงข้ามที่ดินจุลดิศ ทางเข้าโรงแรมหาดแก้ว ขายที่ดินให้แก่ 1) กำนันแปลก 2) หมอแดง เป็นผู้หญิงอยู่บ้านประตูชัย สามีเป็นตำรวจน้ำสงขลา 3)นายประภาส บุญทวี

โดย 3 คนหุ้นกันเพื่อซื้อที่ดินดังกล่าว ซึ่งเดิมมีนางหิ้น แม่ของนายแสวงหรือแหว่ง สุวรรณมณี เข้าหุ้นอยู่ด้วย แต่ต่อมาถูกตัดรายชื่อออก จึงมีเรื่องฟ้องร้องกันถึงที่ว่าการอำเภอเมืองสงขลา (ปี พ.ศ.2527 อ.สิงหนคร ขึ้นอยู่กับ อ.เมืองสงขลา) ผลคดี นางหิ้นแพ้คดี ถูกตัดชื่อออกจากที่ดินนี้ นางหิ้นโกรธ ใช้ให้นายแสวงหรือแหว่งมาขอ แต่กำนันแปลกไม่ให้

ต่อมานายประภาสได้นำที่ดินแปลงนี้ไปขาย โดยได้รับมอบอำนาจจากกำนันแปลก และหมอแดง แล้วนำเงินไปสร้างบ้าน และนายประภาสไม่นำเงินที่ค้างกำนันแปลก กับหมอแดงไปให้ โดยบอกว่า ค่อยว่ากันทีหลัง นายประภาสได้สร้างบ้านเป็นเวลา 1 ปีเศษแล้ว ซึ่งกำนันแปลกและหมอแดงไม่พอใจเรื่องเงินค่าที่ดินอยู่

และตรวจสอบบุคคลที่มีพฤติกรรมเป็นมือปืนและสนิทสนมกับกำนันแปลก ดังนี้

1) นายชบ อยู่บ้านม่วงงาม หรือวัดจันทร์ อายุประมาณ 60 ปี

2) นายคล้อย อยู่บ้านวัดจันทร์ อายุประมาณ 60 ปี

3) นายเสียน อยู่บ้านเขาผี ต.บางเขียด อายุประมาณ 50 ปี

4) นายแสวง สุวรรณมณี เคยยิงนายสงวน นางแผ้ว ที่บริเวณแหลมสนอ่อน ต.บ่อยาง อ.เมือง จ.สงขลา เป็นข้อมูลที่หลั่งไหลเข้ามา



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

วันที่ฝันเป็นจริง
ประชาชนขนทรายเข้าวัด
พักร้อน
Lonely Castle in the Mirror : บทบาทของครูและแม่เรื่องบูลลี่
‘คอนเสิร์ตที่ (ไม่) พึงปรารถนา’
คุยกับทูต เอลชิน บาชีรอฟ อาเซอร์ไบจาน เสน่ห์สองทวีป สู่ดาวรุ่งฤดูหนาว (1)
E-DUANG | เป้าหมาย iLaw ยิ่งชีพ เป้าหมาย #สั่งฟ้องสว.
“ขื่น”ในความ”ยินดี” | สถานีคิดเลขที่12 โดย สุวพงศ์ จั่นฝังเพ็ชร
เหรียญรูปเหมือน 2477 สมเด็จพระมหาวีรวงศ์ วัดสุปัฏนาราม จ.อุบลฯ
แก้ท่วมซ้ำซาก ‘น่าน’
‘กับดัก’
เอ็กซ์คลูซีฟ ‘เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ’ ขอเป็น ‘เดอะแบก’ ให้ประเทศ ‘ซ่อม-สร้าง (บุญใหม่)’ เศรษฐกิจไทย