คลุกวงใน | พิศณุ นิลกลัด
Facebook : @Pitsanuofficial
นักโทษกับการเล่นกีฬาในคุก
สัปดาห์ที่ผ่านมามีข่าวเรื่องคุกเยอะทั้งในทีวีและโลกโซเชียลมีเดีย วันนี้ขอเกาะกระแสคุกด้วยคน
เรือนจำในสหรัฐอเมริกามีกีฬาให้นักโทษเล่นหลากหลาย
ที่เรือนจำ ซาน เควนติน สเตต (San Quentin State Prison) ซึ่งเป็นเรือนจำที่เก่าแก่ที่สุดในรัฐแคลิฟอร์เนีย มีการจัดแข่งลีกเบสบอลกันจริงจัง
โดยนักโทษในเรือนจำซาน เควนติน สเตตเริ่มเล่นเบสบอลกันตั้งแต่ปี 1920 และมีทีมสองทีมชื่อดังในเรือนจำ คือ the Giants และ the A’s โดยเกมเปิดฤดูกาลทุกครั้งจะเป็นการพบกันของทั้งสองทีมในเรือนจำ หลังจากนั้นก็จะเป็นคิวของทีมต่างๆ ที่ไม่ได้เป็นนักโทษสลับเข้ามาร่วมแข่งขันเบสบอลที่เรือนจำแห่งนี้
ในเรือนจำยังมีคอร์ตเทนนิสให้นักโทษได้ออกกำลังกายเพื่อฟื้นฟูสภาพร่างกายและจิตใจ
นอกจากที่ซาน เควนติน สเตตแล้ว ยังมีเรือนจำอีกหลายๆ แห่งในสหรัฐอเมริกาที่เปิดโอกาสให้นักโทษได้เล่นกีฬาชนิดต่างๆ
แม้แต่การแข่งวิ่งมาราธอนก็ยังเคยจัด
การแข่งขันกีฬาในเรือนจำมีประโยชน์กับทั้งผู้กระทำความผิดที่ยังเป็นวัยรุ่นและคนที่อยู่ในเรือนจำเป็นเวลานานๆ โดยนักโทษวัยรุ่นสามารถฝึกฝนกีฬาในเรือนจำเพื่อสร้างความเป็นเลิศและสามารถต่อยอดเส้นทางด้านกีฬาอาชีพได้เมื่อถึงเวลากลับออกไปใช้ชีวิตภายนอก
ส่วนคนที่ต้องอยู่ในเรือนจำยาวๆ ก็ใช้กีฬาและการแข่งขันลีกในเรือนจำเป็นตัวช่วยให้พวกเขาหลีกหนีจากปัญหาต่างๆ ที่ต้องเจอในชีวิตแต่ละวัน
บุคลากรที่ทำงานในทัณฑสถานก็เห็นประโยชน์ของการเข้าร่วมแข่งกีฬาในเรือนจำว่าช่วยให้พวกเขาทราบว่านักโทษคนนี้สามารถฟื้นฟูชีวิตและปรับนิสัยของตัวเองได้
นักโทษหลายคนเมื่อได้สัมผัสการแข่งขันกีฬา ไม่ว่าจะในฐานะคนที่เข้าร่วมแข่งหรือเป็นผู้ชม ก็เกิดความสนใจติดตาม
ในเรือนจำก็มีการพนันเดิมพันกันเป็นเรื่องปกติ สิ่งที่ใช้เดิมพันกันก็มีทั้งอาหาร เครื่องดื่ม และอื่นๆ
หรือถ้าไม่มีของมีค่าอะไรให้เดิมพัน นักโทษก็อาจใช้วิธีเดิมพันด้วยการวิดพื้น
มีนักโทษเก่งกีฬา ที่กลายเป็นซูเปอร์สตาร์ในลีกกีฬาของเรือนจำเมื่อครั้งที่เป็นนักโทษ อย่าง ริชาร์ด “พีวี” เคิร์กแลนด์ (Richard “Pee Wee” Kirkland) นักบาสเกตบอลระดับมหาวิทยาลัย เคยได้รับการดราฟต์ให้เข้าทีม Chicago Bulls ในปี 1969
แต่พีวีปฏิเสธโอกาสนั้น เพราะเขาเห็นว่าการเล่นบาสเกตบอลข้างถนนพร้อมกับทำงานผิดกฎหมายค้าขายยาเสพติด รายได้ดีกว่าการเป็นนักกีฬาอาชีพ
ผลปรากฏว่าเขาโดนจับเข้าคุกสองครั้งระหว่างปี 1971-1988 ช่วงที่อยู่ในเรือนจำเขาก็เล่นให้กับทีมเรือนจำ ลูอิสเบิร์ก (Lewisburg Federal Penitentiary) รัฐเพนซิลเวเนีย แข่งขันลีกแอนทราไซต์ (Anthracite Basketball League) ร่วมกับทีมอื่นๆ นอกเรือนจำ
ในปี 1974 เขาทำคนเดียว 135 แต้ม ช่วยทีมของเขาชนะทีมจากลิทัวเนีย 228-47 เป็นข่าวใหญ่ในสหรัฐอเมริกา
อีกคนหนึ่งซึ่งถือเป็นนักบาสเกตบอลที่ได้รับการยกย่องในหมู่นักบาสอาชีพว่ามีทักษะล้นเหลือที่จะทำให้เขาเป็นหนึ่งในสุดยอดนักบาส NBA คือ ดีมีเทรียส “ฮุก” มิตเชลล์ (Demetrius “Hook” Mitchell) แต่เขาไม่เคยได้เล่นใน NBA เพราะเลือกเดินเส้นทางผิด
เขาถูกจับในปี 1999 ด้วยข้อหาใช้อาวุธปืนปล้นร้านวิดีโอ Blockbuster และถูกจำคุก 5 ปี
แต่ด้วยฝีมือด้านบาสเกตบอลที่มีชื่อเสียง ในปี 2003 มีคนสนใจเข้าไปถ่ายชีวิตของเขาถึงในเรือนจำและทำออกมาเป็นสารคดีชื่อ Hooked : The Legend of Demetrius “Hook” Mitchell
นักกีฬาอาชีพบางคนก็เคยทำผิดติดคุก และมีโอกาสเล่นกีฬาในเรือนจำมาแล้ว เช่น อดีตควอเตอร์แบ็ก นักอเมริกันฟุตบอล NFL ชื่อไมเคิล วิก (Michael Vick) และ แพล็กซิโค เบอร์เรสส์ (Plaxico Burress) ก็ใช้เวลาช่วงที่ถูกคุมขังในเรือนจำมาเล่นอเมริกันฟุตบอลกับนักโทษคนอื่นๆ เพื่อรักษาฟอร์มการเล่นและร่างกายให้ฟิต
อัลเลน ไอเวอร์สัน (Allen Iverson) และ เจ.อาร์. สมิธ (J.R. Smith) สองนักบาส NBA ที่เคยผ่านการใช้เวลาอยู่ในเรือนจำมาแล้วเหมือนกัน
บางคนก็มองว่าลีกกีฬาในเรือนจำถือเป็นสนามฝึกซ้อมที่ดีมาก อย่าง ลี เบนสัน ยอดนักบาสของ CBA (Chinese Basketball Association) ก็ให้เครดิตว่าเหตุที่เขาชู้ตจากระยะกลางได้แม่นขึ้นก็มาจากช่วงเวลาที่เขาได้เล่นบาสเกตบอลให้กับทีมเรือนจำในรัฐโอไฮโอ (ติดคุกเป็นเวลา 8 ปีครึ่ง 1992-2001)
แม้การเล่นกีฬาในเรือนจำจะมีประโยชน์และข้อดีมากมาย แต่ก็มีเจ้าพนักงานบางคนยืนกรานหนักแน่น ไม่เห็นด้วยกับการจัดกิจกรรมแข่งกีฬาในเรือนจำ เพราะมองว่าเรือนจำเป็นสถานที่สำหรับลงโทษผู้ถูกคุมขัง ไม่ใช่ที่พักผ่อนหย่อนใจ
ย้อนกลับไปในปี 1998 สมัยที่เวย์น การ์เนอร์ (Wayne Garner) ยังมีตำแหน่งในกรมราชทัณฑ์จอร์เจีย (Georgia Department of Corrections) เขาเป็นหนึ่งในคนที่คัดค้านการจัดกีฬาให้นักโทษเล่น โดยเขาบอกว่าเรือนจำต้องเป็นสถานที่ให้นักโทษรู้สึกอยากออกไปให้พ้น ไม่ใช้รู้สึกว่าอยากกลับมาที่นี่อีก
ถ้าทุกคนทำให้การใช้ชีวิตในเรือนจำเป็นเรื่องสบายๆ สำหรับนักโทษ ก็เท่ากับทำให้นักโทษไม่กลัวคุก
