‘ประถมกรรม’ เริ่มแรกไม่มีฆ่าตัดหัว | สุจิตต์ วงษ์เทศ
“ประถมกรรม” ในประวัติศาสตร์แห่งชาติของไทย เป็นที่รู้จักแพร่หลายมาก คือประถมกรรมพระยาละแวก หมายถึงตัดศีรษะพระยาละแวกแล้วเอาโลหิตล้างพระบาทพระนเรศวร ต่อมามีการเขียนภาพจิตรกรรมฝาผนังไว้ในวิหารวัดสุวรรณดารามราม อยุธยา

“ประถมกรรม” คืออะไร?
ประถมกรรมเป็นพระราชพิธีมีตั้งแต่สมัยเมืองอโยธยา (เมืองเก่าของอยุธยา) ไม่มีฆ่าตัดหัวเอาเลือดล้างพระบาท
พบหลักฐานเก่าสุดสมัยอยุธยาตอนต้น ในกฎมณเฑียรบาล (พ.ศ.2011) ว่าเป็น 1 ใน 17 พระราชพิธีมีกลางแจ้ง ดังนี้
เบาะพก, เผด็จศก, ลดแจตร, สัมพรรษฉินท์, ภัทรบท, เฉวียนพระโค, ตุลาพาร, บุษยาภิเศก, อินทราภิเศก, คชกรรม, ประถมาภิเศก, ประถมกรรม, มัธยมกรรม, อุดมกรรม, อาจาริยาภิเศก, อุปราคา, ปราบดาภิเศก
กฎมณเฑียรบาลพรรณนากิจกรรมสำคัญของ 17 พระราชพิธีเกี่ยวข้องสรงมูรธาภิเษก ดังนี้
“17 การพิทธีนี้ ย่อมสนาน สำหรับสนามเหมบัตร ท่อสวัศดิสหัศธาราน้ำอบ 16 คนโท น้ำดอกไม้ 16 คนโท พนักงานขุนสยุมพรขึ้นหล่อน้ำในเหม สมุหประธารแบกพานสนานวงงหน้าช้างพระบาท คลังผ้าซับพลเทพน้ำสังขปโรหิตรภิราม น้ำกลดมเหธรพิเชต”
พระราชพงศาวดารกรุงศรีอยุธยา ฉบับหลวงประเสริฐอักษรนิติ์ มีบอกพระราชพิธีประถมกรรม ดังนี้
แผ่นดินพระรามาธิบดีที่ 2 “ศักราช 859 มะเส็งศก (พ.ศ.2040) ท่านให้ทำการประถมกรรม”
แผ่นดินสมเด็จพระมหาจักรพรรดิ โปรดฯ ให้จัดนอกพระนครเรื่องพระราชพิธีประถมกรรมและมัธยมกรรม แต่จัดขึ้นในวาระต่างกันคือ
“ศักราช 912 จอศก (พ.ศ.2093) เดือน 8 ขึ้น 2 ค่ำ ทำการพระราชพิธีประถมกรรมสมเด็จพระมหาจักรพรรดิเจ้า ตำบลท่าแดง พระกรรมวาจาเป็นพฤฒิบาศ พระพิเชฏฐ์เป็นอัษฎาจารย์ พระอินโทรเป็นกรมการ”
“ศักราช 915 ฉลูศก (พ.ศ.2096) แรกทำการพระราชพิธีมัธยมกรรม สมเด็จพระมหาจักรพรรดิ ตำบลชัยนาทบุรี”
ข้อมูลในหนังสือ พระนเรศวรตีเมืองละแวก แต่ไม่ได้ “ฆ่า” พระยาละแวก (สำนักพิมพ์มติชน พิมพ์ครั้งแรก พ.ศ.2544) บอกอีกว่าประถมกรรมมีพราหมณ์พฤฒิบาศและพราหมณ์อัษฎาจารย์ อันเป็นพราหมณ์ผู้ทำพิธีปัดรังควานเสนียดจัญไรเกี่ยวกับช้าง ดังนั้น ลักษณะของพระราชพิธีประถมกรรมจึงน่าจะเกี่ยวกับเรื่องของช้างหรือคชกรรม ไม่น่าจะเกี่ยวข้องกับการล้างพระบาทด้วยโลหิตศัตรู
ขั้นตอนสำคัญของพระราชพิธีนอกจากจะมีการสรงมูรธาภิเษกแล้ว ยังกล่าวถึง “สมุหประธารแบกพานสนานวงงหน้าช้างพระบาท” ก็บ่งชี้ว่าต้องมีพระคชาธารหรือช้างพระที่นั่งเข้าไปเกี่ยวข้องอยู่ในพระราชพิธีด้วย
สมเด็จฯ เจ้าฟ้านริศรานุวัดติวงศ์ ประทานความเห็นว่าประถมกรรมแปลว่าทำเบื้องต้น พบข้อความดังนี้
“…คำว่า ‘พิธีประถมกรรม’ เราก็เข้าใจกันว่ามีฆ่าอยู่ในนั้นเหมือนกัน แต่ที่จริงเปล่าเลย ประถมกรรมแปลว่าทำเบื้องต้นเท่านั้น คำนี้ใช้ในพิธีทุกอย่าง มีพิธีคชกรรมเป็นต้น จัดเป็น ‘ประถมกรรม’ ‘มัธยมกรรม’ และ ‘อุดมกรรม’ เห็นจะเป็นพิธีอย่างน้อย อย่างกลาง และอย่างใหญ่…”
[สมเด็จฯ เจ้าฟ้ากรมพระยานริศรานวัดติวงศ์ ลายพระหัตถ์ถึงสมเด็จฯ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ ลงวันที่ 20 มีนาคม พุทธศักราช 2477]

[จิตรกรรมฝาผนังภายในพระวิหารวัดสุวรรณดารารามราชวรวิหาร จ.พระนครศรีอยุธยา พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 7 โปรดให้พระยาอนุศาสน์จิตรกร (จันทร์ จิตรกร) เขียนขึ้นเมื่อปี พ.ศ.2474]
ฆ่าตัดหัว-เริ่มมีปลายอยุธยา
ฆ่าตัดหัวในพิธีประถมกรรม เริ่มมีสมัยปลายอยุธยา ประถมกรรมพระยาละแวก ในพระราชพงศาวดารกรุงศรีอยุธยา ฉบับพระจักรพรรดิพงศ์ (จาด) เรียบเรียงสมัยราชวงศ์บ้านพลูหลวง หลัง พ.ศ.2231 จะคัดมาดังนี้
“พอรุ่งขึ้นเป็นวันเสาร์ ขึ้น 3 ค่ำ เดือน 5 ศักราช 946 ปีวอกฉอศก ประตูก็พังลง ทหารไทยกรูเข้าเมืองได้ ไล่ฆ่าฟันเขมรตายเป็นอันมาก เขมรกองขันกองกลางทั้งสองชั้นก็มิได้รบ ทิ้งเครื่องสาตราวุธเสีย หนีกระจัดกระจายออกจากเมืองบ้าง ไปหาครอบครัวบ้าง พระราชบุตรนั้นก็หนีไปด้วย จับได้พญาละแวกกับพระศรีสุพรรมาธิราชแลญาติประยูรวงศ์ สนมกรมใน ท้าวพญาพระเขมร ครอบครัวพลเมืองเป็นอันมาก พลทหารก็คุมเอาพญาละแวกพันทนายมาถวาย
สมเด็จพระพุทธิเจ้าอยู่หัวแย้มพระโอษฐ์ แล้วมีพระราชโองการ ตรัสถามพญาละแวกว่าเป็นกษัตริย์ขัตติยราช ดำรงแผ่นดินกรุงกัมพูชาธิบดี มีกุรุราฐเป็นแว่นแคว้นขัณฑสีมา ฝ่ายกรุงพระนครศรีธยุธยา ก็มีปัจจันตชนบทเป็นแว่นแคว้น แลสองพระนครนี้ก็เป็นราชธานีใหญ่ ถ้าจะใคร่ได้สมบัติในพระนครศรีอยุธยา แผ่เสมามณฑลให้กว้างขวาง เหตุไฉนจึงมิยกเป็นพยุหโยธาไปกระทำสงคราม ให้ต้องทำนองขัตติยราชรณยุทธ อันเป็นที่บันเทิงหฤทัยกษัตราธิราชแต่ก่อน คอยแต่ข่าวศึกกรุงหงสาวดีมาติดพระนครศรีอยุธยาครั้งใด ก็มีแต่ยกพลไปพลอยซ้ำเติมตีเอาเมืองชนบทประเทศ กวาดเอาอพยพมาเมืองทุกครั้ง ทำศึกดุจกาอันลอบลักฟองสกุณปักษา ฉะนั้น ควรด้วยราชประเพณีแลหรือประการใด ก็ครั้งนี้ถึงซึ่งอัปราชัยแก่เราแล้วจะคิดฉันใดเล่าให้ว่าไปตามสัตย์ตามจริง จะได้เป็นเยี่ยงอย่างกษัตริย์ไปภายหน้า
พญาละแวกกราบถวายบังคมแล้วทูลว่า ซึ่งข้าพระองค์เป็นคนโลภเจตนา มิได้กระทำสงครามตามราชประเพณีกษัตริย์ ไปลักลอบกระทำเสี้ยนหนามแก่พระนครศรีอยุธยานั้น โทษผิดถึงตาย ถ้าพระองค์พระราชทานชีวิตไว้ กรุงกัมพูชาธิบดีจะได้เป็นข้าขัณฑเสมากรุงเทพมหานคร ถ้ามิเลี้ยงจะก้มหน้าตาย
สมเด็จพระพุทธิเจ้าอยู่หัว ได้ทรงฟังคำพญาละแวกดังนั้น จึงตรัสว่าเราได้ออกวาจาไว้แล้ว ว่าถ้ามีชัยแก่ท่านเราจะทำพิธีประถมกรรม เอาโลหิตท่านล้างบาทาเสียให้จงได้ ท่านอย่าอาลัยแก่ชีวิตเลย ตั้งหน้าหาความชอบในปรโลกนั้นเถิด บุตรภรรยาญาติประยุรวงศ์นั้น เราจะเลี้ยงไว้ให้มีความสุขดุจแต่ก่อน
ตรัสดังนั้นแล้วก็มีพระราชบริหารแก่มุขมนตรี ให้ตั้งการพิธีประถมกรรมโดยศาสตร์
พระโหราธิบดี ชีพ่อพราหมณ์ ก็จัดแจงการนั้นเสร็จ จึงเชิญเสด็จสมเด็จพระพุทธิเจ้าอยู่หัวเสด็จขึ้นบนเกย เจ้าพนักงานองครักษ์ เอาตัวพญาละแวกเข้าใต้เกย ตัดศีรษะเอาถาดทองรองโลหิตขึ้นไปชำระพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระโหราธิบดีก็ลั่นฆ้องชัย ชีพ่อพราหมณ์เป่าสังข์ ประโคมดุริยดนตรีถวายมุรธาภิเษก ทรงอาเศียรพาทโดยศาสตร์พิทธีเสร็จเสด็จเข้าพลับพลา”
นับแต่นั้น พิธีประถมกรรม “ฆ่าตัดหัว” ก็ถูกขยายรายละเอียดกว้างขวางออกไป จนเลยเถิดเพื่อสนองการเมืองชาตินิยมสืบจนปัจจุบัน
เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต
