bg-single

ฝากการบ้าน ‘สุรศักดิ์’ รมว.อุดมฯ เพิ่มงบ กยศ.-ใช้เทคโนฯ ขับเคลื่อน ปท.

28.09.2025

| การศึกษา

เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา เมื่อวันที่ 19 กันยายน 2568 ได้เผยแพร่ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่องแต่งตั้งคณะรัฐมนตรี (ครม.) ชุดใหม่ ในรัฐบาลนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี เป็นที่เรียบร้อยแล้ว

ทั้งนี้ สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี (สลค.) ได้ประสานแจ้งอย่างไม่เป็นทางการให้นายกฯ และรัฐมนตรีชุดใหม่ เตรียมพร้อมเข้าเฝ้าฯ ถวายสัตย์ปฏิญาณ ในวันที่ 24 กันยายน ณ พระที่นั่งอัมพรสถาน และภายหลังเข้าเฝ้าฯ ถวายสัตย์ปฏิญาณแล้ว นายกฯ จะเรียกประชุม ครม.นัดพิเศษในวันเดียวกัน

ซึ่งรายชื่อ ครม.ก็เป็นไปตามโผ ครม.สุดท้าย ก่อนนำขึ้นทูลเกล้าฯ โดยนายอนุทินเป็นนายกฯ ควบเก้าอี้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย (มท.)

สำหรับรัฐมนตรีด้านการศึกษา ก็เป็นไปตามโผเช่นเดียวกัน คือ นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) และนายองอาจ วงษ์ประยูร เป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการ ศธ. ขณะที่นายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.)

นายสุรศักดิ์ รัฐมนตรีว่าการ อว.คนใหม่ ถือว่ามีประสบการณ์ในการบริหารการศึกษาระดับหนึ่ง เพราะเคยนั่งเก้าอี้รัฐมนตรีช่วยว่าการ ศธ.ในช่วงที่พรรคภูมิใจไทย (ภท.) ยังเป็นพรรคร่วมรัฐบาล ที่มีพรรคเพื่อไทย (พท.) เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล

ก่อนจะเกิดการ “แตกหัก” ครั้งใหญ่ ระหว่าง 2 พรรค มาจากพรรค พท.เปิดปฏิบัติการ “ทวงคืน” เก้าอี้ “รัฐมนตรีว่าการ มท.” จากพรรค ภท.ทำให้พรรค ภท.ประกาศแยกทางกันเดิน

ซึ่งการปรับ ครม.ในช่วงท้ายของรัฐบาล น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกฯ ในขณะนั้น ก็ได้โยก น.ส.สุดาวรรณ หวังศุภกิจโกศล จากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม ไปนั่งเป็นรัฐมนตรีว่าการ อว.

แม้ น.ส.สุดาวรรณจะเป็นรัฐมนตรีว่าการ อว.ได้เพียง 2 เดือน แต่ในงานอำลาของกระทรวง อว. น.ส.สุดาวรรณก็ได้ฝากถึง “รัฐมนตรีว่าการ อว.” คนใหม่ ที่จะเข้ามารับไม้ต่อ ซึ่งเจ้าตัวระบุว่า แม้จะเป็นรัฐมนตรีว่าการ อว.เพียง 2 เดือนกว่าๆ แต่ได้สะท้อนให้เห็นถึงความเข้มแข็ง ความมุ่งมั่น และศักยภาพของบุคลากร ที่ทุ่มเทในการขับเคลื่อนการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม เพื่อสร้างประโยชน์ให้กับประเทศ และประชาชนคนไทยอย่างแท้จริง

น.ส.สุดาวรรณเชื่อมั่นว่า รากฐานที่กระทรวง อว.ร่วมกันวางไว้ ไม่ว่าจะเป็นการพัฒนาคน และกำลังแรงงานยุคใหม่ การยกระดับงานวิจัย และนวัตกรรม สู่ระดับนานาชาติ การสร้างความร่วมมือกับภาคอุตสาหกรรม ตลอดจนการนำองค์ความรู้ไปยกระดับคุณภาพชีวิตของพี่น้องประชาชน จะเป็นพลังสำคัญในการพัฒนาประเทศ

พร้อมทั้งฝากให้รัฐมนตรีว่าการ อว.คนต่อไป ช่วยสานต่อภารกิจ และนโยบายสำคัญ โดยเฉพาะการนำองคาพยพของกระทรวง อว.ลงไปช่วยพัฒนา และแก้ปัญหาในระดับพื้นที่ เพื่อเปิดโอกาส สร้างความเท่าเทียม ลดความเหลื่อมล้ำ ให้กับคนไทยทุกคน เพื่อการพัฒนาเศรษฐกิจ และสังคมอย่างยั่งยืน

นอกจากนี้ ยังได้เปิดผลงานช่วง 2 เดือนกว่าๆ ที่ น.ส.สุดาวรรณเป็นรัฐมนตรีว่าการ อว.ว่าได้ขับเคลื่อนผลงานสำคัญๆ อะไรบ้าง อาทิ

1. ขับเคลื่อน Soft power ไทยสู่สากล จากงานวิจัยสู่ชีวิตจริง โดยเน้นบทบาทของ อว.ในการพัฒนากำลังคนทักษะสูง สนับสนุนทุนวิจัย เปิดพื้นที่ และสร้างเครือข่ายความร่วมมือทั้งกายภาพ และดิจิทัล

2. อนุมัติ 5 หลักสูตรแซนด์บ็อกซ์ใหม่ ระดับปริญญาโท-เอก เพื่อผลิตนักวิจัยขั้นสูง รองรับอุตสาหกรรมอนาคต เช่น ไมโครอิเล็กทรอนิกส์ วิทยาการข้อมูลเชิงพื้นที่ ระบบราง เภสัชศาสตร์ เทคโนโลยีดิจิทัลและเอไอในสุขภาพ

3. ตั้งศูนย์ปฏิบัติการช่วยเหลือผู้ประสบภัยชายแดนไทย-กัมพูชา รองรับผู้ประสบภัยกว่า 7,600 คน โดยมหาวิทยาลัยในพื้นที่ทำหน้าที่เป็นศูนย์พักพิงชั่วคราว

4. ระดมรับมือภัยน้ำท่วม และพายุวิภา ตั้ง War Room ตลอด 24 ชั่วโมง ใช้ข้อมูลน้ำ และดาวเทียมประเมินพื้นที่เสี่ยง พร้อมระดมมหาวิทยาลัยในพื้นที่ช่วยเหลือประชาชน

5. ยกระดับอุทยานวิทยาศาสตร์ภูมิภาค (RSP) ให้เป็นศูนย์กลางธุรกิจเทคโนโลยี และนวัตกรรมระดับพื้นที่ สร้างความเสมอภาคทางเศรษฐกิจ

6. เปิดตัว TCASFolio แฟ้มสะสมผลงานมาตรฐานสำหรับนักเรียนใช้ฟรีใน TCAS69 พร้อมจัดสอบสำรอง และสนับสนุนค่าสมัคร ลดภาระผู้ปกครอง

และ 7. ผลักดัน “อว. For Water” เป็นนโยบายชาติ เตรียมจัดทำสมุดปกขาวเพื่อการแก้ปัญหาน้ำอย่างยั่งยืน โดยเน้นการบูรณาการ องค์ความรู้ และการนำไปใช้จริง เป็นต้น

นอกจากนี้ ยังมีนโยบายสำคัญ คือโครงการ “1 มหาวิทยาลัย 1 ภารกิจ เพื่อท้องถิ่น” โดยดึงมหาวิทยาลัย สถาบันวิจัย ลุยแก้ปัญหาเศรษฐกิจ สังคม พร้อมเดินหน้าพัฒนากำลังคน ลดเหลื่อมล้ำ ให้ทุนเรียนต่อระดับอุดมศึกษา ทั้งทุนเพื่อนักศึกษาพิการ ทุนเพื่อเยาวชนในพื้นที่ห่างไกล ทุน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ และทุนอื่นๆ อีก 7,900 ทุน ขณะที่การบริหารจัดสรรทุนวิจัยต้องรัดกุม เน้นประสิทธิภาพ และประโยชน์ครอบคลุมทุกมิติ

คราวนี้ลองมาฟังมุมมองนักวิชาการ ว่าคาดหวัง หรือต้องการให้รัฐมนตรีว่าการ อว.คนใหม่ อย่างนายสุรศักดิ์ เดินหน้าขับเคลื่อนนโยบายอะไรเป็นพิเศษ ในช่วงสั้นๆ 4 เดือน ก่อนจะ “ยุบสภา” ตามเอ็มโอเอระหว่างพรรค ภท.กับพรรคประชาชน (ปชน.)

รศ.ดร.อดิศร เนาวนนท์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏ (มรภ.) นครราชสีมา และนักวิชาการด้านการศึกษา ระบุว่า นายสุรศักดิ์เคยเป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการ ศธ. และเท่าที่ดู เป็นคนที่ค่อนข้างเรียนรู้งานได้อย่างรวดเร็ว และสามารถปรับตัวได้ดี ดังนั้น เชื่อว่าภายในระยะเวลา 4 เดือนตามกรอบเวลาของรัฐบาล นายสุรศักดิ์จะประคับประคองกระทรวง อว.ได้ อย่างน้อยก็ในส่วนของการศึกษา ซึ่งถือเป็นงานเดิมที่เคยทำ และจะทำให้มีความเชื่อมโยงกับ ศธ.มากยิ่งขึ้น

อย่างไรก็ตาม รศ.ดร.อดิศรมีข้อเสนอถึงรัฐมนตรีว่าการ อว.คนใหม่ 2 เรื่องหลักๆ คือ 1. กองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.) ถึงแม้จะไม่ได้เกี่ยวข้องกับกระทรวง อว.โดยตรง แต่ในฐานะที่เป็นผู้ดูแลมหาวิทยาลัยทั่วประเทศ ก็อยากผลักดัน เพิ่มงบประมาณให้ กยศ.เนื่องจากสภาวะเศรษฐกิจเช่นนี้ หากมีกองทุน กยศ.เข้ามาช่วยเหลือ จะเป็นการเพิ่มโอกาสทางการศึกษาให้มากขึ้น

และ 2. การนำเทคโนโลยี และนวัตกรรม เข้ามาขับเคลื่อนการพัฒนาประเทศ ผ่านมหาวิทยาลัยอย่างเป็นรูปธรรม ถือเป็นเป้าหมายสำคัญของรัฐบาล และเป็นความคาดหวังของรัฐบาลทุกยุคสมัย

รศ.ดร.อดิศรยังมองว่า แม้รัฐบาลจะมีระยะเวลาค่อนข้างสั้น แต่ถ้ารัฐมนตรีว่าการ อว.วางขอบเขตการทำงานที่ชัดเจน จะเป็นประโยชน์ต่อประเทศชาติได้พอสมควร และถือเป็นการทำงานที่เพียงพอแล้วสำหรับผู้ที่มีเวลาทำงาน 4 เดือน เพราะงานทั่วไปก็สามารถปล่อยให้เดินไปตามระบบ แต่อาจทำให้เกิดความเปลี่ยนแปลงได้ยาก เพราะ อว.ถือเป็นกระทรวงที่มีผู้มีความรู้ความสามารถทางด้านวิชาการ และความเป็นตัวของตัวเองอยู่สูง

พร้อมทั้งทิ้งท้ายว่า รัฐบาลคงไม่คาดหวังจะหาคะแนนเสียงผ่านกระทรวง อว.มากเท่ากับกระทรวงอื่นๆ ที่ทำให้เห็นผลได้อย่างเป็นรูปธรรม การทำงานของรัฐบาลชุดนี้คงจะมุ่งเป้าไปกระทรวงที่มีผลกระทบทางเศรษฐกิจเป็นส่วนใหญ่ ดังนั้น ถ้าผลักดันเพิ่มงบฯ เงินกู้กองทุน กยศ.เพื่อเพิ่มโอกาสทางการศึกษาได้ ก็ถือว่าเป็นผลงานที่น่าพึงพอใจ

ต้องติดตามว่า หลังรัฐมนตรีว่าการ อว.คนใหม่ เข้าเฝ้าฯ ถวายสัตย์ปฏิญาณเรียบร้อยแล้ว ในช่วงเวลาสั้นๆ 4 เดือน จะฝากฝีไม้ลายมือ หรือ “ผลงาน” อะไร ไว้ให้กับแวดวงอุดมศึกษา!!



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

ยุทธการของ BRN ! | สุรชาติ บำรุงสุข
อดีต รมว.คลัง ชี้การยกเลิกธนบัตร 1,000 บาท—ประชาชนเดือดร้อน แต่คนโกงอาจรอด และ รัฐบาลเสียความเชื่อมั่น
นายกสมาคมตำรวจ เยี่ยม “ร.ต.ท.ประสาร”ถูกต่างชาติคัตเตอร์ฟันคอขณะเข้าจับกุม ชื่นชมใจผู้พิทักษ์ฯ ย้ำตำรวจต้องแม่นยุทธวิธี ลดสูญเสี
อำนาจภายใต้ความชอบธรรมที่แตกร้าว
สุนทรียศาสตร์แห่งบาดแผล ในงานของผดุงทรัพย์ ประชานันทร์
ส่องกราดยิงที่โรงเรียนเมืองไทย ในสายตาสื่ออเมริกัน ถึงเวลาออกกฎหมายห้ามเด็กไทยอายุต่ำกว่า 16 ปี เข้าถึงสื่อออนไลน์
รศ.ดร.อรรถสิทธิ์ พานแก้ว มองปรากฏการณ์ แห่จ้อง ‘ไลฟ์’ ประชุมงบ กทม. โปร่งใส โชว์วาทะ ดราม่าเกินเบอร์?
กว้านซื้อหนังสือมือสอง อาหารสมองของ AI
‘การศึกษา’ และ ‘สื่อ’ อีก 2 ปัจจัยกระตุ้น ‘ความรุนแรง’ ในสังคมไทย?
โผทหาร ฉบับลับ ผบ.เหล่าทัพ ทำเอง ยื้อ โค้งสุดท้าย จับตา ไพ่ใบสุดท้าย ‘บิ๊กปู’ ‘เต้-ไก่-กอล์ฟ’ ส่งออก ‘บิ๊กใหญ่’ ไป กห.
FEED X KHAOSOD AWARDS 2026 เปิดโหวตรางวัลยอดนิยม 6 สาขา ถึง 21 กันยายน นี้
E-DUANG |   เรื่องของคน เรื่องของกิเลส คนต้องคน ให้ทั่ว หัวถึงตีน