ประจำวันที่ 26 ก.ย. – 2 ต.ค. 2568
เสียงจากคนรุ่นใหม่
เด็กเด็กขุ่นข้องหมองใจ
“ผู้เป็นใหญ่” ไร้เมตตา
ป้ายสี – ยัดเยียดข้อหา
รุมตราหน้าเยี่ยงอาชญากร …
อนาคตชาติขาดวุฒิ
ประเทศไร้สติ ปัญญา
เยาวชนโดนตีตรวน – ฆ่า
อนารยะ …อนิยมเมือง
… “ข่มเขาโคขืนให้กินหญ้า”
ด้วยประชาธิปไตย (หมก)
รูปคดีมีพวกคอยโยก – ยก
“ชาติ” น้ำตาตก – อกไหม้ไส้ขม
บทเรียนจากกองไฟเพลิง
ถึงผู้เถลิงในอำนาจ
โปรดจงอย่าหมิ่น – ประมาท
ประเทศชาติคือประชาชน …
โปรดอย่าลืมเป็นอันขาด
“อำนาจเป็นของประชาชน” …
สงกรานต์ บ้านป่าอักษร
(บันดาลใจจากคอลัมน์ “กาแฟดำ” มติชนสุดสัปดาห์ ฉบับที่ 2353 “บทเรียนจากกองเพลิง : ศรีลังกา, บังกลาเทศ, อินโดฯ และเนปาล ครับ)
ติมอร์ ฟิลิปปินส์ คือ 2 ประเทศล่าสุด
ที่คนรุ่นใหม่ ลุกฮือ
ขึ้นมาตั้งคำถามกับผู้ปกครอง
แน่นอน คงไม่ใช่ประเทศสุดท้าย
ประเทศต่อไป อาจเป็นที่นั่น ที่โน่น
และที่นี่!?!
เสียงจากมหาวิทยาลัยราชภัฏกำแพงเพชร
จากที่มีการเผยแพร่บทความในมติชนสุดสัปดาห์
ชื่อบทความว่า “เมืองมหาวิทยาลัย องค์กรที่ไร้การตรวจสอบ ข้อเสนอต่อ รมว.อุดมศึกษา เพื่อการมีส่วนร่วมของประชาคมทั่วประเทศ”
ที่กล่าวถึงตัวเลขงบประมาณมหาวิทยาลัย จากพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปี พ.ศ. 2568 ที่เป็นเม็ดเงินมหาศาลที่มาจากภาษีประชาชน
มีข้อควรสงสัยและตั้งคำถามว่า งบประมาณมหาวิทยาลัยขนาดมหาศาลนั้นได้ถูกตรวจสอบอย่างไรบ้าง
โดยผู้เขียนพยายามชี้ให้เห็นว่าการบริหารงบประมาณภายในมหาวิทยาลัยขาดการตรวจสอบและถ่วงดุล
โดยหนึ่งในมหาวิทยาลัยที่ผู้เขียนได้กล่าวอ้างถึง คือ มหาวิทยาลัยราชภัฏกำแพงเพชรซึ่งเป็นหนึ่งในมหาวิทยาลัยราชภัฎ 38 แห่งที่กระจายอยู่ทั่วประเทศ
ดิฉันผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ปรียานุช พรหมภาสิต อธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏกำแพงเพชร
ขอให้ข้อมูลในส่วนของมหาวิทยาลัยราชภัฏกำแพงเพชร เพื่อให้สังคมได้เกิดความเข้าใจต่อข้อกังขาที่ผู้เขียนบทความได้กล่าวอ้างถึงนั้น
ซึ่งเป็นผลกระทบที่สร้างความเสื่อมเสียภาพลักษณ์ของมหาวิทยาลัยราชภัฏแก่สังคมเป็นอย่างยิ่ง
มหาวิทยาลัยราชภัฏกำแพงเพชร เป็นส่วนราชการที่มีฐานะเป็นนิติบุคคล สังกัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (กระทรวง อว.)
ปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 มหาวิทยาลัยราชภัฏกำแพงเพชรได้รับจัดสรรงบประมาณแผ่นดิน จำนวนทั้งสิ้น 454,449,300 บาท
แบ่งเป็นค่าใช้จ่ายบุคลากร 258,043,100 บาท คิดเป็นร้อยละ 56.78
งบลงทุนซึ่งประกอบไปด้วยรายการครุภัณฑ์และที่ดินสิ่งก่อสร้าง 140,828,600 บาท คิดเป็นร้อยละ 31
ซึ่งรายการครุภัณฑ์ ส่วนใหญ่ที่ใช้งบประมาณค่อนข้างสูงใช้ประกอบการเรียนการสอนในสาขาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เทคโนโลยีอุตสาหกรรมและพยาบาลศาสตร์ และครุภัณฑ์ด้านคอมพิวเตอร์ ซึ่งใช้กับนักศึกษาทั้งมหาวิทยาลัยจำนวนทั้งสิ้น 6,190 คน
ส่วนรายการที่ดินสิ่งก่อสร้างทั้งหมดเป็นรายการปรับปรุงซ่อมแซมอาคารเก่าและเส้นทางการจราจรภายในมหาวิทยาลัย ที่ใช้งานมากกว่า 20 ปี โดยไม่มีรายการสิ่งก่อสร้างใหม่ (มหาวิทยาลัยราชภัฏกำแพงเพชรก่อตั้งมาแล้วกว่า 52 ปี)
งบอุดหนุนรายหัวนักศึกษาและค่าสาธารณูปโภค 17,263,900 บาท คิดเป็นร้อยละ 3.799 (เฉลี่ยเงินต่อหัวสำหรับนักศึกษา 6,190 คน คนละ 2,789 บาท/ปี) โครงการยุทธศาสตร์มหาวิทยาลัยราชภัฏเพื่อการพัฒนาท้องถิ่น 37,799,700 บาท คิดเป็นร้อยละ 8.318
และโครงการสนับสนุนค่าใช้จ่ายในการจัดการศึกษาสำหรับโรงเรียนอนุบาลราชภัฏ จำนวน 514,000 บาท คิดเป็นร้อยละ 0.113
การกำกับดูแลและตรวจสอบการบริหารงบประมาณของมหาวิทยาลัยราชภัฏกำแพงเพชร ที่เป็นส่วนราชการที่มีฐานะเป็นนิติบุคคล อยู่ภายใต้ พระราชบัญญัติวิธีการงบประมาณ พ.ศ. 2561 ระเบียบว่าด้วยการบริหารงบประมาณ พ.ศ. 2562 ซึ่งกำกับดูแลการใช้จ่ายงบประมาณของหน่วยงานภาครัฐ และระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยการเบิกเงินจากคลัง การรับเงิน การจ่ายเงิน การเก็บรักษาเงินและการนำเงินส่งคลัง พ.ศ. 2562 ที่ควบคุมการเงิน
นอกจากนี้ พระราชบัญญัติวินัยการเงินการคลังของรัฐ พ.ศ. 2561 ยังเป็นกฎหมายหลักที่กำหนดหลักเกณฑ์การบริหารงบประมาณ รวมถึงอยู่ภายใต้ระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยการจัดซื้อจัดจ้าง และการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. 2560 เฉกเช่นเดียวกับส่วนราชการทั่วไป
นอกจากนี้ มหาวิทยาลัยฯ ยังได้รับการตรวจสอบการใช้จ่ายงบประมาณจากสำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) เป็นประจำทุกปี
สำหรับระบบกลไกการตรวจสอบภายในมหาวิทยาลัย มีสภามหาวิทยาลัยที่มีอำนาจและหน้าที่ควบคุมดูแลกิจการ กำกับดูแลในการบริหารงานของมหาวิทยาลัย
มีคณะกรรมการตามกฎหมายที่ทำหน้าที่ติดตาม ตรวจสอบและประเมินผลงานของผู้บริหารทุกระดับเป็นประจำทุกปี
มีหน่วยตรวจสอบภายในที่ทำหน้าที่ในการตรวจสอบการใช้จ่ายเงินอย่างเคร่งครัดและให้เป็นไปตามระเบียบกฎหมายที่เกี่ยวข้อง
มหาวิทยาลัยราชภัฏกำแพงเพชร
มีพื้นที่รับผิดชอบจำนวน 2 จังหวัด ได้แก่ จังหวัดกำแพงเพชรและจังหวัดตาก
มีความมุ่งมั่นที่จะพลิกโฉมมหาวิทยาลัยให้เป็นมหาวิทยาลัยที่เป็นที่พึ่งของท้องถิ่นอย่างแท้จริง
โดยการพัฒนาให้มหาวิทยาลัยให้เป็น Innovation District Community เป็นการใช้พื้นที่ของมหาวิทยาลัยเพื่อพัฒนานักศึกษา เยาวชน กำลังคน ชุมชนและท้องถิ่น เพื่อให้มหาวิทยาลัยเป็นกลไกในการขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงของชุมชน พื้นที่ และประเทศ
ในอีกมิติหนึ่ง นอกเหนือจากการเป็นสถาบันการการศึกษาแล้ว ยังเป็นสถาบันที่พลิกบทบาทการเป็นผู้สอนและผลิตบัณฑิต ให้กลายเป็นนักวิจัยและผู้นำการพัฒนาองค์ความรู้ร่วมกับประชาชนและเกษตรกรในพื้นที่ โดยการนำวัตถุดิบผลผลิตทางการเกษตรและทรัพยากรทีมีอยู่ในพื้นที่มาสร้างมูลค่าเพิ่ม และที่สำคัญยิ่งเกิดทักษะความเป็นผู้ประกอบการให้แก่ชุมชนด้วยความคิดสร้างสรรค์และนวัตกรรมเพื่อให้เกิดการพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืนในที่สุด
จึงขอให้สังคมได้มั่นใจว่าพวกเราชาวราชภัฏมีแผนงานการพัฒนา มี Engagement กับชุมชนท้องถิ่น รวมถึงมีโครงการการขับเคลื่อนการพัฒนาที่กำหนดผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรม ซึ่งแสดงให้เห็นถึงการใช้งบประมาณของแผ่นดินที่เกิดความคุ้มค่า เกิดผลสัมฤทธิ์ต่อการพัฒนาประเทศตามปณิธานและอุดมการณ์ของพวกเราชาวราชภัฏ “คนของพระราชา ; สถาบันอุดมศึกษาเพื่อการพัฒนาท้องถิ่น” เพื่อให้เกิดผลประจักษ์ตามที่สังคมคาดหวังตลอดไป
ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ปรียานุช พรหมภาสิต
อธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏกำแพงเพชร
เป็นเสียงก้อง
ที่ “มติชนสุดสัปดาห์”
พร้อมฟัง
และนำเสนอให้ผู้อ่าน “พิจารณา”
