bg-single

ฉลองพระนคร 250 ปี ‘ทำ’ อะไรกันดี

07.10.2025

หลังลับแล มีอรุณรุ่ง | ธงทอง จันทรางศุ

ฉลองพระนคร 250 ปี

‘ทำ’ อะไรกันดี

เมื่อพุทธศักราช 2525 ในวาระฉลองกรุงรัตนโกสินทร์ครบ 200 ปี ผมนึกในใจว่า ในโอกาสที่กรุงรัตนโกสินทร์มีอายุครบ 250 ปี ในปี 2575 ผมจะมีชีวิตอยู่รอดไปถึงวันนั้นหรือไม่ก็ไม่รู้

แต่มาถึงวันนี้แล้ว ผมรู้สึกมีความหวังและฮึดสู้ว่าจะอยู่ไปได้จนถึงการฉลองพระนคร 250 ปีเป็นแน่แท้ เพราะนี่ก็ปลายปี 2568 เข้าไปแล้ว อีกเพียงแค่หกปีกับเศษเดือนนิดเดียว ผมก็จะได้มีชีวิตอยู่ในปีที่กรุงรัตนโกสินทร์มีอายุยืนยาวมาถึง 250 ปีแล้ว

เช้าวันนี้นั่งเล่นอยู่กับบ้านโดยไม่ต้องออกไปประชุมอะไรข้างนอก ทำให้มีความคิดฟุ้งซ่านได้มาก และเป็นโอกาสได้ย้อนไปนึกถึงการฉลองพระนครครบรอบสำคัญ ไม่ว่าจะเป็นครบรอบ 100 ปีก็ดี 150 ปีก็ดี และ 200 ปีที่ผ่านมา ว่าทุกครั้งได้มีการคิดอ่านที่จะสร้างสิ่งอนุสรณ์อะไรขึ้นบ้างเพื่อเป็นที่ระลึกถึงโอกาสสำคัญเช่นว่านั้น

ความทรงจำเตือนผมว่า เมื่อครั้งฉลองพระนครอายุครบ 100 ปีในรัชกาลพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เมื่อปี 2425 ต้องนึกย้อนให้เห็นภาพว่าเวลานั้นเพิ่งเป็นปีที่ 14 ในรัชกาล แต่ถึงกระนั้นก็ทรงเห็นอนาคตแล้วว่าเมืองไทยจะต้องปฏิรูปทุกระบบอย่างขนานใหญ่

ดังจะเห็นผลต่อมาในปี 2435 คืออีกสิบปีต่อมาที่ทรงปฏิรูประบบราชการครั้งสำคัญ โดยทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ยกเลิกระบบเสนาบดีจตุสดมภ์ที่ใช้มาหลายร้อยปี ตั้งแต่สมัยสมเด็จพระบรมไตรโลกนาถโน่น เปลี่ยนมาเป็นระบบกระทรวงอย่างที่เราเห็นอยู่ในปัจจุบัน

และในปี 2425 โอกาสฉลองพระพระนครคราวนั้นเอง ได้ทรง ” ส่งสัญญาณ” ว่าพระราชกิจสำคัญที่จะได้ริเริ่มขึ้นเพื่อเดินหน้าต่อไปคือการปฏิรูประบบการศาลและการยุติธรรมซึ่งผุพังเต็มที่แล้ว

งานฉลองพระนครคราวนั้นทรงพระราชดำริที่จะสร้างพระบรมราชานุสาวรีย์พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราชพร้อมกับอาคารที่ทำการของศาลสถิตยุติธรรมที่มีชื่อเรียกว่า “ปราสาทยุติธรรม” ขึ้นในตำแหน่งที่เป็นที่ตั้งของศาลฎีกาในปัจจุบัน

ในวันฉลองพระนครคราวนั้นได้เสด็จพระราชดำเนินมาทรงวางศิลาฤกษ์ แท่นฐานสิ่งก่อสร้างดังว่าแล้วเป็นประเดิม แต่ต่อมาการดำเนินการตามแนวพระราชดำริเช่นว่านั้นก็เลิกร้างกันไปด้วยเหตุผลใดไม่ปรากฏชัด

เป็นอันว่าในการฉลองพระนครครบรอบ 100 ปีครั้งนั้น มีแต่เพียงพระราชดำริว่าจะทรงสร้างสิ่งอนุสรณ์ขึ้นสำหรับพระนครแต่การมิได้เป็นไปโดยตลอดลุล่วง

ต่อมาเมื่อถึงคราวฉลองพระนคร 150 ปีในรัชกาลพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว พระเจ้าแผ่นดินพระองค์นั้นทรงรับราชสมบัติเมื่อปี 2468 งานฉลองพระนครกำหนดจะต้องจัดขึ้นในปี 2475

เมื่อเริ่มรัชกาลแล้วไม่นาน ได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้มีคณะกรรมการขึ้นคิดอ่านเพื่อสร้างสิ่งอนุสรณ์สำหรับโอกาสสำคัญดังกล่าว

ซึ่งในที่สุดแล้วปรากฏผลเป็นปฐมบรมราชานุสรณ์ คือพระบรมราชานุสาวรีย์พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช และสะพานพระพุทธยอดฟ้า ประกอบกันสองสิ่ง โดยได้เสด็จพระราชดำเนินทรงเปิดปฐมบรมราชานุสรณ์สะพานดังกล่าวในวันที่ 6 เมษายน 2475

การสร้างสะพานพระพุทธยอดฟ้าคราวนั้นเป็นการขยายพระนครให้แผ่กว้างออกไปทางทิศตะวันตกทางฝั่งธนบุรี

ทำให้การสัญจรไปมาระหว่างสองฝั่งแม่น้ำมีความสะดวกสบายขึ้นเป็นอันมาก

สองเหตุการณ์ที่เล่าสู่กันฟังมานี้ล้วนเป็นเรื่องเกิดขึ้นก่อนที่ผมจะลืมตามาดูโลกทั้งสิ้น

แต่เมื่อมาถึงคราวฉลองพระนคร 200 ปีเมื่อพุทธศักราช 2525 ผมรู้ความแล้วและรู้มากเสียด้วย เพราะได้มีโอกาสรู้เห็นการบูรณปฏิสังขรณ์วัดพระศรีรัตนศาสดารามและพระบรมมหาราชวังโดยใกล้ชิด เพราะได้รับพระมหากรุณาในสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้าฯ ให้ได้ทำหน้าที่ตามเสด็จพระราชดำเนินทรงตรวจการบูรณปฏิสังขรณ์ดังกล่าว นับว่าเป็นพระมหากรุณาธิคุณเหนือเกล้าเหนือกระหม่อมอย่างหาที่สุดไม่ได้

ในวาระฉลองพระนครครบ 200 ปี นอกจากการบูรณปฏิสังขรณ์วัดพระศรีรัตนศาสดารามและพระบรมมหาราชวังซึ่งเป็นงานสำคัญที่สุดแล้ว ทางราชการยังได้ก่อสร้างอาคารอนุสรณ์ขึ้นอีกหลายแห่ง

เช่น โรงเรียนรัตนโกสินทร์สมโภชที่สี่มุมเมืองของพระนคร ได้แก่โรงเรียนรัตนโกสินทร์สมโภชบางขุนเทียนวิทยา โรงเรียนรัตนโกสินทร์สมโภชบวรนิเวศศาลายา โรงเรียนรัตนโกสินทร์สมโภชลาดกระบัง และโรงเรียนรัตนโกสินทร์สมโภชเขตจตุจักร

ตลอดจนการสร้างสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ แก่ประชาชนทั่วประเทศ ที่นึกออกเวลานี้ก็เช่น สะพานแขวนสมโภชกรุงรัตนโกสินทร์ 200 ปีที่จังหวัดตาก เป็นต้น

แต่สิ่งก่อสร้างหรืออาคารสถานที่ใดๆ ที่ทำขึ้นใหม่คราวนั้น เห็นจะไม่มีที่ใดหรืออาคารใดจับใจผู้คนและมีความหมายสำคัญทางความรู้สึกเท่ากับการบูรณปฏิสังขรณ์วัดพระแก้วและวังหลวง

ซึ่งจะถือว่าเป็นกิจกรรมสำคัญที่สุดและความยั่งยืนยาวนานมาจนถึงปัจจุบันและจะยั่งยืนต่อไปในอนาคตไม่มีวันสิ้นสุด

เมื่อนึกย้อนอดีตว่าในการฉลองพระนครครั้งสำคัญที่ผ่านมา ได้มีพระราชดำริหรือมีความคิดที่จะก่อสร้างสิ่งอนุสรณ์ขึ้นเป็นที่ระลึกมาโดยลำดับ นี่ก็จวนจะได้เวลาฉลองพระนครครบ 250 ปีแล้ว ท่านผู้เกี่ยวข้องทั้งหลายน่าจะได้ลองคิดดูว่าจะต้องจัดเตรียมการก่อสร้างสิ่งอนุสรณ์ขึ้นสำหรับโอกาสสำคัญเช่นว่ากันได้แล้ว

โจทย์หรือคำถามเช่นนี้ต่างคนก็ต่างคิดหาคำตอบไปได้ต่างๆ และคำตอบก็ไม่จำเป็นต้องเป็นคำตอบเดียว จะซ่อมของเดิม จะสร้างของใหม่ ก็ล้วนแต่มีแบบแผนมาแล้วทั้งสิ้น ถ้าจะสร้างของใหม่ สร้างหลายสิ่งหลายอย่าง ใหญ่บ้างเล็กบ้าง ก็ไม่ว่ากันอยู่แล้ว

ถ้าจะคิดว่าวิมานในอากาศกันบ้าง ว่าสมควรสร้างสิ่งอะไรที่เป็นประโยชน์สำหรับบ้านเมืองขึ้นในโอกาสสำคัญคราวนี้

ผมนึกถึง “พิพิธภัณฑ์” ครับ

พูดมาเพียงแค่คำเดียวอย่างนี้คงเป็นคนร้อง ฮ้า! ขึ้นพร้อมกันหลายคนแล้วถามว่าบ้านเรายังมีพิพิธภัณฑ์ยังไม่พออีกหรือ

คำตอบว่าพอหรือไม่พออยู่ที่มุมมองของท่านผู้ตอบเป็นสำคัญ ถ้าเห็นว่าพิพิธภัณฑ์เป็นแหล่งเรียนรู้ตลอดชีวิต เป็นขุมทรัพย์ทางปัญญา ไม่ใช่เพียงแค่โกดังเก็บของเก่า เป็นทางทำมาหาได้ของประเทศ เป็นฐานสำหรับต่อยอดให้ลูกหลานได้คิดสร้างนวัตกรรมหรือสิ่งประดิษฐ์ต่างๆ เป็นสถานที่สำหรับสร้างแรงบันดาลใจให้กับคนรุ่นใหม่ ฯลฯ

ถ้าคิดแบบนี้แล้ว เรายังมีพิพิธภัณฑ์ใหม่ๆ ได้อีกหลายแบบ หลายเรื่องราว

ลําพังพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติที่อยู่ตรงข้างมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ สนามหลวงนั้น ถึงแม้จะเป็นพิพิธภัณฑ์ที่มีคุณภาพและน่าดูน่าชมเป็นอย่างยิ่ง แต่ก็มีข้อจำกัดหลายอย่าง รวมทั้งภูมิหลังของพิพิธภัณฑ์แห่งนั้นซึ่งเน้นประวัติศาสตร์ศิลปะ ประกอบกับการบริหารที่อยู่ในระบบราชการ ทำให้เราไม่สามารถขยับขยายความคิดออกไปได้กว้างไกลนัก

วันนี้ผมจึงฝันเฟื่องอยากจะมีพิพิธภัณฑ์ใหม่อีกสักแห่งหนึ่ง มีทั้งเรื่องเก่า เรื่องปัจจุบันและเรื่องอนาคตผสมผสานกันอยู่

ยกตัวอย่างเช่น อาหารไทยและวัฒนธรรมการกินอยู่ของเราตั้งแต่ครั้งเก่ามาจนถึงระดับมิชลินในเวลานี้

และอย่าไปนึกถึงแค่เรื่องของอาหารที่เป็นจาน พร้อมเสิร์ฟเท่านั้น ขอให้นึกต่อไปถึงเรื่องภาชนะ จาน ชาม ช้อนส้อม จากเดิมที่เปิบมือแล้วเปลี่ยนมากินข้าวโดยใช้ช้อนส้อมกันอย่างในปัจจุบัน

วิธีการปรุงอาหาร หุง ต้ม ปิ้ง ย่าง เผา หมก ผัด ทอด จี่ วัฒนธรรมการกินอาหารเป็นสำรับ

มารยาทในโต๊ะอาหาร การถนอมอาหาร จากต้นไม้มาถึงโต๊ะอาหารมีวิธีการอย่างไร

เครื่องดื่มนานาชนิด สุราท้องถิ่น อุ กระแช่ สาโท

อาหารที่เป็นยา อาหารที่บำรุงสุขภาพ อาหารที่กินแล้วต้องระมัดระวังว่าอย่ากินคู่กัน อาหารที่ควรกินคู่กัน

วรรณคดีเกี่ยวกับอาหารการกิน ตำรากับข้าวเก่า อาหารท้องถิ่นต่างๆ

โอ๊ย นี่แค่เรื่องอาหารการกินก็นึกหัวข้อย่อยกันไม่ครบถ้วนแล้ว

หรือจะนึกถึงเรื่องเมืองไทยกับสุวรรณภูมิ หรือเมืองไทยกับสังคมโลก แค่นี้ก็หัวข้อมหึมาแล้วและเป็นเรื่องน่ารู้ทั้งสิ้น

ผมจึงนึกฝันอยากชวนท่านทั้งหลายช่วยกันคิดต่อไปว่า ถ้าเราจะมีพิพิธภัณฑ์ในความหมายใหม่อย่างนี้ขึ้นสักแห่งหนึ่ง เพื่อเป็นแหล่งเรียนรู้และเป็นแหล่งท่องเที่ยวสำคัญยืนยาวต่อไปในอนาคต ทั้งเป็นหมุดหมายสำคัญว่าเป็นที่ระลึกในการฉลองพระนครหรือฉลองกรุงรัตนโกสินทร์ 250 ปีคราวนี้ จะเห็นเป็นอย่างไรกันบ้างครับ

สถานที่ตั้งนั้นผมก็แอบคิดไว้ในใจแล้วว่า จะมีทางเป็นไปได้หรือไม่ที่จะนึกถึงหน่วยบัญชาการรักษาดินแดนที่อยู่หน้าวัดพระเชตุพน ซึ่งมีเพื่อนข้าราชการทหารทำงานอยู่ที่นั่นจำนวนไม่มากนัก ไม่ใช่จุดยุทธศาสตร์สำคัญ ไม่ใช่สถานที่หัดแถวทหารอีกต่อไปแล้ว

ถ้าขอร้องให้ท่านเหล่านั้นไปมีที่ทำงานใหม่อยู่ที่อื่น เช่นที่ศูนย์ฝึกนักศึกษารักษาดินแดน ตรงถนนวิภาวดีรังสิต อาคารเก่าที่เป็นหน่วยบัญชาการรักษาดินแดนตรงนั้นซึ่งสร้างมาตั้งแต่สมัยพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวก็จะได้มีชีวิตชีวาขึ้นมาอีกครั้งหนึ่ง ในฐานะที่ระลึกในโอกาสสำคัญของชาติ

จะต้องปรับปรุงขยับขยายพื้นที่ สร้างอาคารเพิ่มเติม กำหนดหัวข้อเรื่องและออกแบบการแสดง มีทั้งนิทรรศการถาวรและห้องสำหรับแสดงนิทรรศการหมุนเวียน ซึ่งอาจจะจัดพร้อมกันหลายเรื่องก็ได้ ทั้งหมดนี้ต้องช่วยกันคิดและช่วยกันเฉลย

คิดแล้วต้องตั้งงบประมาณ ต้องก่อสร้าง ต้องทำอะไรอีกมากมาย จากวันนี้ไปจนถึงวันฉลองพระนคร 250 ปี ในเดือนเมษายน ปี 2575 เวลาเหลือไม่มากเลยครับ

เมื่อครั้งที่พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงสร้างปฐมบรมราชานุสรณ์และสะพานพระพุทธยอดฟ้าเมื่อในราวหนึ่งร้อยปีก่อน การทำงานที่ต้องใช้เวลาแรมปีก็สูสีกันกับสถานการณ์ของเราในขณะนี้

ถ้าความฝันนี้เป็นจริงขึ้นมา บริเวณย่านนั้นตั้งแต่ย่านปากคลองตลาด มิวเซียมสยาม วัดพระเชตุพน มิวเซียมใหม่ที่กำลังพูดกันอยู่นี้ พระราชอุทยานสราญรมย์ วัดพระศรีรัตนศาสดารามหรือวัดพระแก้ว พระบรมมหาราชวัง เรื่อยไปจนถึงพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติที่แต่เดิม คลองคูเมืองเดิม ยาวไปตลอดถนนราชดำเนินกลางทั้งสายซึ่งมีพิพิธภัณฑ์หรือแหล่งเรียนรู้อีกมากตั้งอยู่ตั้งแต่ต้นถนนจนปลายถนน จะเป็นความมหัศจรรย์ของเมืองไทยที่ไม่มีใครเทียบเทียมได้ เพราะมีทั้งความสวยงาม ประวัติที่น่าภาคภูมิใจ การผสมผสานระหว่างอดีต ปัจจุบัน และอนาคตอย่างกลมกลืน

รถใต้ดินก็มีโผล่ขึ้นมาแล้วที่หน้ามิวเซียมสยาม อีกไม่กี่ปีกี่เดือนรถใต้ดินก็จะไปโผล่อยู่ต้นถนนราชดำเนินกลางตรงบริเวณป้อมมหากาฬอีกแห่งหนึ่ง ถ้าสามารถสร้างระบบเดินทางที่เป็นระบบรางอยู่บนดินเชื่อมต่อบริเวณทั้งหมดนี้เข้าด้วยกัน ลองนึกดูสิครับว่า กรุงเทพมหานครของเราในปีที่มีอายุ 250 ปี จะงดงามเพียงใด

ใครจะช่วยทำความฝันนี้ให้เป็นจริงบ้าง โปรดยกมือขึ้นครับ



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

ย้อนอ่าน 5 ข้อเสนอ ‘ผ่าทางตันการเมือง’ สุรพล นิติไกรพจน์ ขณะเป็นอธิการบดี มธ.
พระสารสาสน์พลขันธ์ กับบทบาทนักชาตินิยมและนักญี่ปุ่นนิยม (16)
เชลยศึกสงครามลาว (33) เป็นเชลย
ฝังจำ ความคิด ของ กุหลาบ สายประดิษฐ์ ต่อระบบราชการ
กับดักธูซิดิดิส (1) ทฤษฎีการเปลี่ยนผ่านของอำนาจ
ถ้าผู้ใหญ่ยังเลี่ยงบาลี เรียนฟรีก็จะยังไม่ฟรีจริง
E-DUANG | เลือก บอร์ด ประกันสังคม พลังแห่งอดีต กับ อนาคต
อาเศียรวาท
กราบเรียน ท่านนายกฯ (ฉบับที่ 2) เรื่อง ปัญหาเส้นเขตแดนทางทะเลไทย-กัมพูชา | สุรชาติ บำรุงสุข
ประเทศไม่ไหวแล้ว เด็กรุ่นต่อไปจะอยู่กันอย่างไร เปิดใจ ‘เพียงพนอ’ ร่วมทางพรรคประชาชน
‘สุชาติ’ ค้านขึ้น VAT-กู้ 4 แสนล้านแจกเงิน จี้ปฏิรูปราชการอุดรูรั่วทุจริต ดีกว่ารีดภาษีประชาชน
ยศชนัน-ประเสริฐ ชูหลักสูตรฐานสมรรถนะ ยกระดับวิชา “ประวัติศาสตร์-หน้าที่พลเมือง-ภาษาไทย” ปั้นเด็กไทยสู่พลเมืองโลกที่สมบูรณ์