เมษา พฤษภา 2553 สมรภูมิ เลือด หน้าสตรีวิทยา ปฏิบัติการ แห่ง ‘สไนเปอร์’
ยุทธการแดงเดือด
เมษา พฤษภา 2553
สมรภูมิ เลือด หน้าสตรีวิทยา
ปฏิบัติการ แห่ง ‘สไนเปอร์’
จากเหตุการณ์ปะทะบริเวณถนนดินสอ-โรงเรียนสตรีวิทยา-อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย การสรุปของ เกษม เพ็ญภินันท์ ระบุว่ามีพลเรือนเสียชีวิตทั้งหมด 9 ราย ตั้งแต่ก่อนหน้าที่จะมีระเบิดและหลังมีระเบิด
รายที่ 1 นายบุญจันทร์ ไหมประเสริฐ ถูกยิงที่บริเวณหัวเหน่าข้างซ้ายในช่วงเวลา 18.00-19.00 น. ของวันที่ 10 เมษายน 2553
นายโยธิน ไหมประเสริฐ บุตรนายบุญจันทร์ ให้ข้อมูลกับ “ประชาไท” ว่า
นายบุญจันทร์มาร่วมชุมนุมและนอนอยู่ที่เต็นท์ราชบุรี ในวันที่ 10 เมษายนได้โทร.ให้ลูกชายมาหา
หลังจากเลิกงานประมาณ 19.00 น. ลูกชายได้ไปหาแต่ไม่พบจึงได้ออกตามหา จนประมาณ 21.00 น. ขณะนั้นมีเสียงปืนดังตลอดมาตั้งแต่หัวค่ำ และในเวลานั้นลูกชายของเขาได้ถูกแก๊สน้ำตาเข้าไปเยอะจึงได้กลับบ้าน
และเปิดทีวีดูเห็นว่ามีศพชายนิรนาม แต่ไม่ได้คิดอะไร
กระทั่งวันต่อมาจึงได้ตามหานายบุญจันทร์อีกแต่ไม่พบ จึงได้ออกตามหาตามโรงพยาบาลและได้ไปพบศพของนายบุญจันทร์ เมื่อวันที่ 12 เมษายน ที่โรงพยาบาลรามาธิบดี
พยานลำดับที่ 007 ซึ่งเป็นหน่วยพยาบาลเล่าบอก “ศปช.” ว่า
เวลา 13.00 น. เริ่มมีการตั้งแนวทหารบริเวณสี่แยกคอกวัว เกิดการปะทะ ผู้ชุมนุมโยนขวดน้ำ ก้อนหิน ทหารมีการตีกระบอง มีคนบาดเจ็บจากทั้ง 2 ฝ่ายและตนนำส่งโรงพยาบาล
ต่อมา เวลา 18.00 น. เริ่มมีการใช้กระสุนจริงที่บริเวณโรงเรียนสตรีวิทยา
พยานยืนอยู่หน้าบริเวณแม็คโดนัลด์ เห็นคนถูกยิงบริเวณโคนขาหนีบใกล้อวัยวะเพศ พยานเป็นคนเข้าไปนำร่างคนนั้นออกมาห้ามเลือด
แต่กระสุนโดนเส้นเลือดใหญ่เป็นแผลฉกรรจ์จึงเสียชีวิต
รายที่ 2 นายยุทธนา ทองเจริญพูลพร ถูกยิงเสียชีวิตที่ศีรษะด้านหลังทะลุด้านหน้า ที่บริเวณหน้าโรงเรียนสตรีวิทยา
จากคำสัมภาษณ์ของ น.ส.ใหม่ พุนณรงค์ แฟนสาวของนายยุทธนาต่อกองบรรณาธิการ “ประชาไท”
วันที่ 10 เมษายน 2553 มีรายงานทางช่องเคเบิลทีวีว่าเกิดบรรยากาศตึงเครียดในที่ชุมนุม ผู้ชุมนุมกับทหารใกล้จะปะทะกันนายยุทธนาจึงเตรียมมุ่งหน้าไปที่สะพานผ่านฟ้าลีลาศ
โดยไม่ฟังเสียงคัดค้านของตน (น.ส.ใหม่ พุนณรงค์)
นายยุทธนาขับมอเตอร์ไซค์ออกจากบ้านที่ราชบุรีประมาณ 13.00 น. และโทร.มาหาแฟนสาวประมาณ 16.00 น. ว่าจะกลับมาแวะรับเธอที่บ้านใน อ.โพธาราม จนเวลาประมาณเกือบ 19.00 น. มารดาของแฟนสาวบอกกับลูกว่า
นายยุทธนาโทร.มาหาที่บ้านด้วยน้ำเสียงสั่นๆ ฝากบอกให้เธอโทร.กลับด้วย
และเธอได้โทร.กลับไปหลายรอบแต่ไม่มีใครรับสาย กระทั่งเวลาเกือบ 21.00 น. เธอรู้สึกผิดสังเกต
สุดท้ายญาติจึงได้ยอมเล่าความจริงให้เธอฟัง
วันรุ่งขึ้นเธอและญาตินายยุทธนาได้ไปรับศพนายยุทธนาที่โรงพยาบาลตำรวจ เพื่อนๆ ที่เต็นท์ นปช.ราชบุรีที่เป็นคนพาเขาไปโรงพยาบาลบอกว่า เขาถูกยิงในเวลาเกือบ 20.00 น.
และในวันที่ศพตั้งสวดอยู่ที่วัดหัวลำโพง มีคุณป้าอายุราว 60 ปีคนหนึ่งเดินทางมาร่วมงานศพ พร้อมทั้งเล่าเหตุการณ์ให้เธอฟังว่า
“คืนนั้นป้าและนายยุทธนาอยู่ในเหตุการณ์ที่หน้าโรงเรียนสตรีวิทยา โดยนายยุทธนาวิ่งหนีมาแล้วแต่พอดีป้าล้มเขาเลยวิ่งไปช่วยพยุงป้าซึ่งทำให้เขาถูกยิง ป้าเห็นตอนที่เขาถูกยิงแล้วล้มไป
จากนั้นก็มีคนมาดึงป้าไป ยุทธนามาช่วยป้าเขาเลยต้องมาโดนแทนป้า”
นอกจากนี้ ยังมีข้อความปากเปล่าที่ตำรวจบอกกับญาติว่า นายยุทธนาน่าจะถูกสไนเปอร์ยิงมาจากชั้น 2 ของโรงเรียนสตรีวิทยา
รายที่ 3 นายวสันต์ ภู่ทอง
มีหลักฐานอย่างแน่ชัดเป็นคลิปว่า นายวสันต์ ภู่ทอง ผู้ชุมนุมได้เดินรุกเข้าไปในถนนดินสอเลยจุดที่ระเบิดลงบริเวณหน้าโรงเรียนสตรีวิทยา
จากคลิปเหตุการณ์ของเว็บไซต์ dailymotion อัพโหลดโดย a5586 จะเห็นเขาถูกยิงขณะอยู่ฝั่งตรงข้ามโรงเรียนสตรีวิทยา โดยเขาล้มลงขณะถือธงและหันหลังให้แนวทหาร
วสันต์ถูกยิงศีรษะด้านหลังทะลุด้านหน้า กระสุนปืนความเร็วสูงทำลายสมอง
จากการสัมภาษณ์ครอบครัวนายวสันต์ ภู่ทอง โดยกองบรรณาธิการ “ประชาไท” ก่อนที่จะถูกยิงเสียชีวิตนายวสันต์ได้โทรศัพท์ไปบอกมารดาว่า เหตุการณ์ปะทะยุติลงแล้ว ทหารเลิกบุกแล้ว
มารดาจึงได้เข้านอนในเวลาประมาณ 20.00 น. จากนั้นไม่นานมารดาได้ยินเสียงประกาศทางวิทยุว่ามีคนเสียชีวิตชื่อ นายวสันต์ ภู่ทอง
ด้านคุณน้ำทิพย์ น้องนาวของนายวสันต์ที่ไปชุมนุมด้วยกันเล่าว่า นายวสันต์ได้โทรศัพท์เข้ามาหาเธอในเวลา 19.55 น. แต่เธอไม่ได้รับสาย จากนั้นเธอได้โทรศัพท์กลับไปในเวลาประมาณ 20.30 น. ซึ่งเป็นเวลาที่การปะทะได้ซาลงแล้ว แต่ปรากฏว่าไม่มีใครรับสาย
ต่อมา เวทีได้ประกาศว่ามีผู้เสียชีวิตอยู่ที่ จ.สมุทรปราการ ชื่อ นายวสันต์ ภู่ทอง
โดยจากปากคำของผู้ที่อยู่ในเหตุการณ์เล่าว่า
ก่อนการเสียชีวิตของนายวสันต์ได้มีการปะทะกันระหว่างคนเสื้อแดงกับทหาร ขบวนรถของทหารกำลังจะโผล่ที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตยซึ่งหากเลี้ยวซ้ายก็จะเจอกับฝูงชนจำนวนมาก
แต่เพราะโดนอาวุธที่ภายหลังเชื่อกันว่า คือ M79 ทหารจึงถอย
ครอบครัวของนายวสันต์ได้รับการยืนยันจากชาวบ้านในบริเวณที่เกิดเหตุว่า นายวสันต์เสียชีวิตตรงทางม้าลายเส้นที่ 5 หน้าโรงเรียนสตรีวิทยา
พยานลำดับที่ 025 สัมภาษณ์โดย “ศปช.” เมื่อวันที่ 7 ธันวาคม 2553 ซึ่งอยู่ในเหตุการณ์หน้าโรงเรียนสตรีวิทยาให้การว่า เขาได้เห็นผู้เสียชีวิต 3 คนในบริเวณนั้น คือ นายวสันต์ ภู่ทอง นายฮิโรยูกิ มูราโมโต และนายทศชัย เมฆงามฟ้า ซึ่งเป็นญาติของตน
พยานเล่าว่า
ได้เกิดเหตุการณ์ปะทะกันระหว่าง นปช.กับทหาร โดยทหารได้ถอยร่นเข้าไปถนนดินสอ ในขณะนั้นพยานอยู่ร้านแม็คโดนัลด์และได้ขยับตามกลุ่ม นปช.เข้าไปเรื่อยๆ จนมาถึงต้นไม้ใหญ่หน้าประตูโรงเรียนสตรีวิทยาโดยพยานหลบอยู่หลังต้นไม้ต้นที่ 2
ซึ่งหลังต้นไม้ต้นเดียวนี้มีผู้ชุมนุมหลบกันอยู่เกือบ 30 คน
เนื่องจากในขณะนั้นบนตึกของโรงเรียนสตรีวิทยา ตรงดาดฟ้าและกันสาดมีทหารยิงลงมา
พยานให้การว่า เห็นทหารอยู่บนอาคารเรียนจำนวนมาก
และในบริเวณที่พยานหลบอยู่นั้นมีกำแพงกับต้นไม้เป็นกำบังจากวิถีกระสุนที่ยิงจากโรงเรียนได้ แต่ฝั่งตรงข้ามโรงเรียนฝั่งอาคารพรรณีหรือฝั่งร้านอาภรณ์พานิชเป็นทางเปิดสำหรับวิถีกระสุน
ในระหว่างนั้นเองพยานได้เห็นคนถูกยิงที่ศีรษะ ซึ่งทราบต่อมาภายหลังว่าชื่อ นายวสันต์ ภู่ทอง
พอนายวสันต์ถูกยิงผู้ชุมนุมได้ช่วยกันเอาศพออกมา
เหตุการณ์ในขณะนั้นโกลาหลกันมากและพยานมองไม่เห็นคนยิง แต่เชื่อว่าวิถีกระสุนมาจากทางทหาร
เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต
