bg-single

เมษา พฤษภา 2553 สมรภูมิ เลือด หน้าสตรีวิทยา ปฏิบัติการ แห่ง ‘สไนเปอร์’

08.10.2025

ยุทธการแดงเดือด

เมษา พฤษภา 2553

สมรภูมิ เลือด หน้าสตรีวิทยา

ปฏิบัติการ แห่ง ‘สไนเปอร์’

จากเหตุการณ์ปะทะบริเวณถนนดินสอ-โรงเรียนสตรีวิทยา-อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย การสรุปของ เกษม เพ็ญภินันท์ ระบุว่ามีพลเรือนเสียชีวิตทั้งหมด 9 ราย ตั้งแต่ก่อนหน้าที่จะมีระเบิดและหลังมีระเบิด

รายที่ 1 นายบุญจันทร์ ไหมประเสริฐ ถูกยิงที่บริเวณหัวเหน่าข้างซ้ายในช่วงเวลา 18.00-19.00 น. ของวันที่ 10 เมษายน 2553

นายโยธิน ไหมประเสริฐ บุตรนายบุญจันทร์ ให้ข้อมูลกับ “ประชาไท” ว่า

นายบุญจันทร์มาร่วมชุมนุมและนอนอยู่ที่เต็นท์ราชบุรี ในวันที่ 10 เมษายนได้โทร.ให้ลูกชายมาหา

หลังจากเลิกงานประมาณ 19.00 น. ลูกชายได้ไปหาแต่ไม่พบจึงได้ออกตามหา จนประมาณ 21.00 น. ขณะนั้นมีเสียงปืนดังตลอดมาตั้งแต่หัวค่ำ และในเวลานั้นลูกชายของเขาได้ถูกแก๊สน้ำตาเข้าไปเยอะจึงได้กลับบ้าน

และเปิดทีวีดูเห็นว่ามีศพชายนิรนาม แต่ไม่ได้คิดอะไร

กระทั่งวันต่อมาจึงได้ตามหานายบุญจันทร์อีกแต่ไม่พบ จึงได้ออกตามหาตามโรงพยาบาลและได้ไปพบศพของนายบุญจันทร์ เมื่อวันที่ 12 เมษายน ที่โรงพยาบาลรามาธิบดี

พยานลำดับที่ 007 ซึ่งเป็นหน่วยพยาบาลเล่าบอก “ศปช.” ว่า

เวลา 13.00 น. เริ่มมีการตั้งแนวทหารบริเวณสี่แยกคอกวัว เกิดการปะทะ ผู้ชุมนุมโยนขวดน้ำ ก้อนหิน ทหารมีการตีกระบอง มีคนบาดเจ็บจากทั้ง 2 ฝ่ายและตนนำส่งโรงพยาบาล

ต่อมา เวลา 18.00 น. เริ่มมีการใช้กระสุนจริงที่บริเวณโรงเรียนสตรีวิทยา

พยานยืนอยู่หน้าบริเวณแม็คโดนัลด์ เห็นคนถูกยิงบริเวณโคนขาหนีบใกล้อวัยวะเพศ พยานเป็นคนเข้าไปนำร่างคนนั้นออกมาห้ามเลือด

แต่กระสุนโดนเส้นเลือดใหญ่เป็นแผลฉกรรจ์จึงเสียชีวิต

รายที่ 2 นายยุทธนา ทองเจริญพูลพร ถูกยิงเสียชีวิตที่ศีรษะด้านหลังทะลุด้านหน้า ที่บริเวณหน้าโรงเรียนสตรีวิทยา

จากคำสัมภาษณ์ของ น.ส.ใหม่ พุนณรงค์ แฟนสาวของนายยุทธนาต่อกองบรรณาธิการ “ประชาไท”

วันที่ 10 เมษายน 2553 มีรายงานทางช่องเคเบิลทีวีว่าเกิดบรรยากาศตึงเครียดในที่ชุมนุม ผู้ชุมนุมกับทหารใกล้จะปะทะกันนายยุทธนาจึงเตรียมมุ่งหน้าไปที่สะพานผ่านฟ้าลีลาศ

โดยไม่ฟังเสียงคัดค้านของตน (น.ส.ใหม่ พุนณรงค์)

นายยุทธนาขับมอเตอร์ไซค์ออกจากบ้านที่ราชบุรีประมาณ 13.00 น. และโทร.มาหาแฟนสาวประมาณ 16.00 น. ว่าจะกลับมาแวะรับเธอที่บ้านใน อ.โพธาราม จนเวลาประมาณเกือบ 19.00 น. มารดาของแฟนสาวบอกกับลูกว่า

นายยุทธนาโทร.มาหาที่บ้านด้วยน้ำเสียงสั่นๆ ฝากบอกให้เธอโทร.กลับด้วย

และเธอได้โทร.กลับไปหลายรอบแต่ไม่มีใครรับสาย กระทั่งเวลาเกือบ 21.00 น. เธอรู้สึกผิดสังเกต

สุดท้ายญาติจึงได้ยอมเล่าความจริงให้เธอฟัง

วันรุ่งขึ้นเธอและญาตินายยุทธนาได้ไปรับศพนายยุทธนาที่โรงพยาบาลตำรวจ เพื่อนๆ ที่เต็นท์ นปช.ราชบุรีที่เป็นคนพาเขาไปโรงพยาบาลบอกว่า เขาถูกยิงในเวลาเกือบ 20.00 น.

และในวันที่ศพตั้งสวดอยู่ที่วัดหัวลำโพง มีคุณป้าอายุราว 60 ปีคนหนึ่งเดินทางมาร่วมงานศพ พร้อมทั้งเล่าเหตุการณ์ให้เธอฟังว่า

“คืนนั้นป้าและนายยุทธนาอยู่ในเหตุการณ์ที่หน้าโรงเรียนสตรีวิทยา โดยนายยุทธนาวิ่งหนีมาแล้วแต่พอดีป้าล้มเขาเลยวิ่งไปช่วยพยุงป้าซึ่งทำให้เขาถูกยิง ป้าเห็นตอนที่เขาถูกยิงแล้วล้มไป

จากนั้นก็มีคนมาดึงป้าไป ยุทธนามาช่วยป้าเขาเลยต้องมาโดนแทนป้า”

นอกจากนี้ ยังมีข้อความปากเปล่าที่ตำรวจบอกกับญาติว่า นายยุทธนาน่าจะถูกสไนเปอร์ยิงมาจากชั้น 2 ของโรงเรียนสตรีวิทยา

รายที่ 3 นายวสันต์ ภู่ทอง

มีหลักฐานอย่างแน่ชัดเป็นคลิปว่า นายวสันต์ ภู่ทอง ผู้ชุมนุมได้เดินรุกเข้าไปในถนนดินสอเลยจุดที่ระเบิดลงบริเวณหน้าโรงเรียนสตรีวิทยา

จากคลิปเหตุการณ์ของเว็บไซต์ dailymotion อัพโหลดโดย a5586 จะเห็นเขาถูกยิงขณะอยู่ฝั่งตรงข้ามโรงเรียนสตรีวิทยา โดยเขาล้มลงขณะถือธงและหันหลังให้แนวทหาร

วสันต์ถูกยิงศีรษะด้านหลังทะลุด้านหน้า กระสุนปืนความเร็วสูงทำลายสมอง

จากการสัมภาษณ์ครอบครัวนายวสันต์ ภู่ทอง โดยกองบรรณาธิการ “ประชาไท” ก่อนที่จะถูกยิงเสียชีวิตนายวสันต์ได้โทรศัพท์ไปบอกมารดาว่า เหตุการณ์ปะทะยุติลงแล้ว ทหารเลิกบุกแล้ว

มารดาจึงได้เข้านอนในเวลาประมาณ 20.00 น. จากนั้นไม่นานมารดาได้ยินเสียงประกาศทางวิทยุว่ามีคนเสียชีวิตชื่อ นายวสันต์ ภู่ทอง

ด้านคุณน้ำทิพย์ น้องนาวของนายวสันต์ที่ไปชุมนุมด้วยกันเล่าว่า นายวสันต์ได้โทรศัพท์เข้ามาหาเธอในเวลา 19.55 น. แต่เธอไม่ได้รับสาย จากนั้นเธอได้โทรศัพท์กลับไปในเวลาประมาณ 20.30 น. ซึ่งเป็นเวลาที่การปะทะได้ซาลงแล้ว แต่ปรากฏว่าไม่มีใครรับสาย

ต่อมา เวทีได้ประกาศว่ามีผู้เสียชีวิตอยู่ที่ จ.สมุทรปราการ ชื่อ นายวสันต์ ภู่ทอง

โดยจากปากคำของผู้ที่อยู่ในเหตุการณ์เล่าว่า

ก่อนการเสียชีวิตของนายวสันต์ได้มีการปะทะกันระหว่างคนเสื้อแดงกับทหาร ขบวนรถของทหารกำลังจะโผล่ที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตยซึ่งหากเลี้ยวซ้ายก็จะเจอกับฝูงชนจำนวนมาก

แต่เพราะโดนอาวุธที่ภายหลังเชื่อกันว่า คือ M79 ทหารจึงถอย

ครอบครัวของนายวสันต์ได้รับการยืนยันจากชาวบ้านในบริเวณที่เกิดเหตุว่า นายวสันต์เสียชีวิตตรงทางม้าลายเส้นที่ 5 หน้าโรงเรียนสตรีวิทยา

พยานลำดับที่ 025 สัมภาษณ์โดย “ศปช.” เมื่อวันที่ 7 ธันวาคม 2553 ซึ่งอยู่ในเหตุการณ์หน้าโรงเรียนสตรีวิทยาให้การว่า เขาได้เห็นผู้เสียชีวิต 3 คนในบริเวณนั้น คือ นายวสันต์ ภู่ทอง นายฮิโรยูกิ มูราโมโต และนายทศชัย เมฆงามฟ้า ซึ่งเป็นญาติของตน

พยานเล่าว่า

ได้เกิดเหตุการณ์ปะทะกันระหว่าง นปช.กับทหาร โดยทหารได้ถอยร่นเข้าไปถนนดินสอ ในขณะนั้นพยานอยู่ร้านแม็คโดนัลด์และได้ขยับตามกลุ่ม นปช.เข้าไปเรื่อยๆ จนมาถึงต้นไม้ใหญ่หน้าประตูโรงเรียนสตรีวิทยาโดยพยานหลบอยู่หลังต้นไม้ต้นที่ 2

ซึ่งหลังต้นไม้ต้นเดียวนี้มีผู้ชุมนุมหลบกันอยู่เกือบ 30 คน

เนื่องจากในขณะนั้นบนตึกของโรงเรียนสตรีวิทยา ตรงดาดฟ้าและกันสาดมีทหารยิงลงมา

พยานให้การว่า เห็นทหารอยู่บนอาคารเรียนจำนวนมาก

และในบริเวณที่พยานหลบอยู่นั้นมีกำแพงกับต้นไม้เป็นกำบังจากวิถีกระสุนที่ยิงจากโรงเรียนได้ แต่ฝั่งตรงข้ามโรงเรียนฝั่งอาคารพรรณีหรือฝั่งร้านอาภรณ์พานิชเป็นทางเปิดสำหรับวิถีกระสุน

ในระหว่างนั้นเองพยานได้เห็นคนถูกยิงที่ศีรษะ ซึ่งทราบต่อมาภายหลังว่าชื่อ นายวสันต์ ภู่ทอง

พอนายวสันต์ถูกยิงผู้ชุมนุมได้ช่วยกันเอาศพออกมา

เหตุการณ์ในขณะนั้นโกลาหลกันมากและพยานมองไม่เห็นคนยิง แต่เชื่อว่าวิถีกระสุนมาจากทางทหาร



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

E-DUANG | บทบาท รัฐบาล ภูมิใจไทย การปกป้อง “กล่องดวงใจ”
“ลิณธิภรณ์” ดันท้องฟ้าจำลองกรุงเทพ สู่ศูนย์การเรียนรู้ตลอดชีวิตต้นแบบ ชูอัตลักษณ์ดาราศาสตร์ เชื่อมคนทุกวัย
มือที่สามที่ไม่มีมือ
วิชาชีพสถาปนิก ในวิกฤตความชอบธรรม (1)
เชลยศึกสงครามลาว (53)
พระเครื่อง ของขลัง ผ้ายันต์ กับสงครามมหาเอเชียบูรพา (1)
33 ปี ชีวิตสีกากี พล.ต.ต.ปวีณ พงศ์สิรินทร์ (198)
E-DUANG | เส้นทาง ของ แถลงการณ์ คำพูด เส้นทาง ความจริง และ การไล่ล่า
“อนุทิน” โต้กระแสน้ำท่วมงบหมด ยันใช้งบกลางเยียวยา เผยอัดฉีดเพิ่มอีก 1 หมื่นล้าน จ่ายไวแบบ First Come First Serve
สส.ปารเมศ ชี้“ข้าวสารแซนด์บ็อกซ์” ต้องรื้อที่ต้นตอ! ขอชวนภูมิใจไทย ร่วมแก้ พ.ร.บ. สถานบริการ 2509
สุดารัตน์ จี้ต้องเข็นเศรษฐกิจไทยออกจาก “หล่ม” ที่ติดมายาวนานให้ได้ หลังไทยเจ้าภาพจัดประชุม IMF และ World Bank
ปฎิมา นักเขียน ชีวิต กับ ความใฝ่ฝัน นักเขียน ‘อาชีพ’