มองบ้านมองเมือง | ปริญญา ตรีน้อยใส
ในอดีตสมัยที่พระบรมมหาราชวังเป็นศูนย์กลางพระนคร บริเวณท้องสนามหลวง โอเพ่นสเปซผืนใหญ่ ในระหว่างสัปดาห์ จะแปรร่างเป็นอภิมหาตลาดนัด ในวันหยุดสุดสัปดาห์ มีทั้งอาหารและของใช้ เสื้อผ้าทั้งใหม่และเก่า รวมสินค้าพื้นบ้าน จากโรงงาน และจากต่างประเทศ มีตั้งแต่ตำรา นวนิยาย การ์ตูน จนถึงหนังสือผู้ใหญ่
ที่สำคัญ รถเมล์ทุกคันจะเริ่มจากสนามหลวง ไปทั่วสารทิศ ทั้งใกล้และไกล เริ่มจาก สาย 1 ไปถึงหัวลำโพง หรือสาย 25 สีส้ม ไปไกลถึงปากน้ำ สมุทรปราการ
สภาพดังกล่าวสะท้อนให้เห็นโครงร่างของเมือง ที่มีจุดศูนย์กลางอยู่ที่พระบรมมหาราชวัง มีชุมชนล้อมรอบและกระจายออกไปในทิศทางต่างๆ
สะท้อนให้เห็นระบบขนส่งมวลชน ซึ่งกรุงเทพฯ เคยมีชื่อเสียงว่าเป็นเมืองที่มีระบบรถประจำทางดีที่สุดแห่งหนึ่ง

ในปัจจุบันสมัย ความเข้าใจของคนเจนใหม่นั้นเปลี่ยนไป สถานีรถไฟลอยฟ้าสยาม ซึ่งเป็นจุดตัดรถไฟฟ้าสองสาย คือ สายสนามกีฬา ไปถึงบางหว้า ทางฝั่งธนบุรี อีกสายไปไกลกว่า ถึงการเคหะ สมุทรปราการ ทางทิศตะวันออก และไปทางทิศเหนือ ถึงคูคต ปทุมธานี ระหว่างทางยังสามารถเชื่อมต่อใช้บริการขนส่งมวลชนระบบรางอื่นไปได้ทั่วปริมณฑล
บริเวณโดยรอบสถานีสยามเป็นที่รู้กันว่าเป็นย่านการค้า การท่องเที่ยว และบันเทิง นอกจากศูนย์การค้าตระกูลสยามสี่ห้าแห่งแล้ว ยังมีศูนย์การค้ามาบุญครอง เซ็นทรัลเวิลด์ ที่ต่อเนื่องไปถึงราชประสงค์ เพลินจิต ชิดลม และประตูน้ำ ราชปรารภ
ยังมีจุดตัดของขนส่งมวลชนระบบรางในตำแหน่งอื่น อย่างเช่น ทางตอนเหนือจะมีสถานีห้าแยกลาดพร้าว ที่ผู้เดินทางด้วยรถไฟลอยฟ้าจากสยามสามารถเชื่อมต่อไปรถไฟฟ้า
ใต้ดินสายสีน้ำเงินได้
หรือเหนือขึ้นไปที่สถานีวัดพระศรีมหาธาตุ สามารถเชื่อมต่อไปถึงมีนบุรี ทางทิศตะวันออก และไปทางปากเกร็ด จนถึงศูนย์ราชการนนทบุรี ทางทิศตะวันตกได้
เช่นเดียวกับชุมทางสถานีหัวหมาก ศูนย์ราชการนนทบุรี บางหว้า หลักสี่ และอื่นๆ ที่แต่ละแห่งนอกจากเชื่อมต่อกับระบบรางอื่นได้แล้ว ยังเชื่อมต่อกับรถประจำทาง พื้นที่โดยรอบสถานีดังกล่าวจึงเป็นคล้ายศูนย์กลางย่อย ของกรุงเทพมหานคร
คงเป็นเพราะปริมณฑลอันกว้างใหญ่ของกรุงเทพฯ และจำนวนประชากรหลายล้านคน จากราชธานี พระนครกรุงเทพ ที่เป็นนครศูนย์กลางเดี่ยว Monocentric City แบบเดิม
จึงกลายเป็น มหานครกรุงเทพ ที่เป็นมหานครหลายศูนย์กลาง Polycentric Metropolitan
