bg-single

‘สุรศักดิ์’ ลุยนโยบาย quick win ดึง ‘เอไอ’ พัฒนา ‘อุดมศึกษา’ ปั้นคน-ดันวิจัยแก้ ศก.-จัดการภัยธรรมชาติ

12.10.2025

| การศึกษา

ได้ฤกษ์งามยามดีก้าวเท้าเข้ากระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) เมื่อวันที่ 26 กันยายนที่ผ่านมา สำหรับ “นายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล” รัฐมนตรีว่าการ อว.คนใหม่ โดยมีนายศุภชัย ปทุมนากุล ปลัด อว., ผู้บริหาร อว. และบุคลากร มาต้อนรับอย่างอุ่นหนาฝาคั่ง

นายสุรศักดิ์ประเดิมสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำกระทรวง อว.ตามจุดต่างๆ ก่อนถือโอกาสนั่งเก้าอี้ประจำตำแหน่งนาน 20 นาที เพื่อเป็นการเอาฤกษ์เอาชัย ตามคำแนะนำของซินแสส่วนตัว

จากนั้นได้มอบนโยบาย และแนวทางการทำงานให้กับผู้บริหาร และบุคลากร อว.ในช่วงระยะเวลาสั้นๆ 4 เดือน ซึ่งล่าสุด นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้ประกาศชัดเจนในการแถลงนโยบายต่อรัฐสภา เมื่อวันที่ 29 กันยายนที่ผ่านมา ว่าจะขอเริ่มนับอายุรัฐบาลใหม่ในวันที่ 1 ตุลาคม 2568

ดังนั้น จะประกาศ “ยุบสภา” ภายในวันที่ 31 มกราคม 2569 อย่างแน่นอน

รัฐมนตรีว่าการ อว.คนใหม่ ระบุว่า ด้วยระยะเวลาจำกัด 4 เดือน ที่นายอนุทินได้ประกาศชัดเจนว่าจะยุบสภา ซึ่งจะเริ่มนับถอยหลังหลังจากการแถลงนโยบายกับรัฐสภา และทุกกระทรวงในคณะรัฐมนตรี (ครม.) จะต้องทำงานกันอย่างเต็มที่ ตามที่นายกฯ ประกาศไว้ ว่าต้องใช้เวลา 24 ชั่วโมง ทั้ง 7 วัน ให้เกิดประโยชน์ในการทำงาน ซึ่งรัฐบาลนี้เป็นรัฐบาลที่รู้ระยะเวลาตัวเอง ฉะนั้น รัฐมนตรีทุกคนจะต้องวางกรอบระยะเวลาการทำงานที่ชัดเจน และเกิดผลงานที่เป็นรูปธรรม

ส่วนการเข้ามาบริหาร อว.สิ่งที่สำคัญคือ การพัฒนาการศึกษา และทรัพยากรมนุษย์ เป็นหน้าที่หลักของ อว.เพื่อให้ประเทศไทยก้าวสู่เวทีโลกได้ ซึ่งในภาพรวมจะต้องนำเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ หรือเอไอ เข้ามาใช้ในการพัฒนา รวมถึงการจัดการกับภัยธรรมชาติ ซึ่ง อว.มีหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จะต้องทำงานบูรณาการร่วมกับรัฐบาล

สำหรับปัญหาเศรษฐกิจนั้น การวิจัยต่างๆ ที่ อว.เกี่ยวข้อง เป็นสิ่งที่ต้องขับเคลื่อน เมื่อนายกฯ แถลงนโยบายอย่างเป็นทางการกับรัฐสภาแล้ว จากนั้นจะขยายนโยบายในส่วนที่เกี่ยวข้องกับ อว.และมอบหมายให้ขับเคลื่อนอีกครั้งหนึ่ง

นอกจากนี้ นายสุรศักดิ์ยังได้เตรียมเดินหน้าขับเคลื่อนงานด้านอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับกระทรวง อว.ซึ่งนายสุรศักดิ์ให้ความมั่นใจว่า อว.จะต้องทำอย่างเต็มที่ และมั่นใจว่าบุคลากรของ อว.สามารถร่วมกันขับเคลื่อนได้ รวมถึง สิ่งที่อดีตรัฐมนตรีว่าการ อว.อย่าง น.ส.ศุภมาส อิศรภักดี รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี และ น.ส.สุดาวรรณ หวังศุภกิจโกศล ได้วางรากฐานไว้

“ผมจะไม่พยายามทำให้การเปลี่ยนรัฐมนตรีว่าการ อว.เป็นต้นเหตุให้งานที่เดินอยู่สะดุด แต่มีหน้าที่ที่จะต้องสนับสนุนต่อเนื่อง ฉะนั้น นโยบายใหม่ที่จะมอบให้ ก็ต้องเป็นรูปแบบแผนการดำเนินงานระยะสั้น ที่ทำให้เกิดผลอย่างรวดเร็ว หรือ quick win และสานต่อนโยบายเดิมที่ดีต่อไปด้วยกัน” นายสุรศักดิ์กล่าว

รัฐมนตรีว่าการ อว.ป้ายแดง ยังบอกเล่าถึงประสบการณ์ที่เคยบริหารงานด้านการศึกษามาก่อนในกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) แต่เป็นการศึกษาขั้นพื้นฐาน ก่อนที่จะขยับขยายมานั่งบริหารงานด้านการศึกษา แต่เป็นการบริหารจัดการศึกษาในระดับที่สูงขึ้นในระดับอุดมศึกษา

“จากประสบการณ์ที่เคยบริหาร ศธ.และได้เข้ามาบริหารในระดับอุดมศึกษาในกระทรวง อว.สิ่งที่เห็นคือ ทุกอย่างจะไม่เหมือนกัน 100% แต่จะมีความต่อเนื่องจากการศึกษาขั้นพื้นฐาน ผมแอบไปดูนโยบายดูการขับเคลื่อนต่างๆ ก่อนมอบนโยบาย พบว่าหลายๆ เรื่องเกี่ยวโยงกับนโยบายของ ศธ.และต่อยอดซึ่งกันและกัน”

ทั้งหมดนี้ ทำให้นายสุรศักดิ์มั่นใจว่าการทำงานที่นี่ ทำให้ค่อนข้างมีข้อมูล มีแนวทาง และมั่นใจว่าสามารถขับเคลื่อนงานต่อได้ทันที ภายใต้ระยะเวลาที่จำกัด โดยที่ไม่ต้องเริ่มเรียนรู้ใหม่ทั้งหมด

ซึ่งหลังจากเตรียมความพร้อมกับบุคลากรแล้ว จะเริ่มทำงานทันที

ในขณะที่หลายๆ คนยังกังวล ว่าการทำงานในระยะสั้นๆ 4 เดือน ของรัฐบาลนายอนุทิน จะช่วยขับเคลื่อนงานอุดมศึกษาให้เดินไปข้างหน้าได้หรือไม่??

จะ “คาดหวัง” กับรัฐมนตรีว่าการ อว.ได้หรือไม่??

มีเรื่อง “เร่งด่วน” อะไรให้ต้องผลักดัน ในระยะเวลาอันสั้นนี้…

หรือปล่อยให้เจ้ากระทรวงคนใหม่ แค่เข้ามานั่งๆ นอนๆ รอให้ถึงการเลือกตั้งใหญ่ในปีหน้าเท่านั้น…

ศ.พิเศษ ดร.วันชัย ศิริชนะ นายกสภามหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง (มฟล.) ให้มุมมองเกี่ยวกับการทำงานของรัฐมนตรี อว.คนใหม่ ที่มีเวลาเพียง 4 เดือนว่า การทำงานของรัฐมนตรี อยู่แค่วันเดียวก็มีผล ฉะนั้น ไม่ว่าใครที่มาเป็นรัฐมนตรี ถ้าตั้งใจทำงานจริง แม้จะอยู่ในตำแหน่งแค่วันเดียว ก็ขับเคลื่อนงานได้ หากคิดทำอะไรที่เป็นนโยบาย เพราะนโยบายมาจากฝ่ายการเมือง หากมาอยู่แล้วคิดอะไรที่เป็นนโยบาย และสามารถเสนอ ครม.อนุมัติได้ จะมีผลผูกพันตลอดไป ดังนั้น รัฐมนตรีสามารถทำผลงานได้ตลอดเวลา ไม่ว่าจะอยู่ยาว หรือสั้น

“แต่การจะเสนอประเด็นอะไรไปเป็นนโยบาย ต้องมีฐานข้อมูล มีความชัดเจน มีหลักฐานที่ได้รับความยินยอมจากหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้องพอสมควร จึงจะเสนอเป็นมติ ครม.ได้ ดังนั้น ระหว่างที่จะเป็นรัฐมนตรี ได้เตรียมทุกสิ่งทุกอย่างพร้อมภายใน 1 เดือน ก็อาจเสนอหลักการอะไรที่เป็นมติ ครม.ที่จะนำไปปฏิบัติ และมีผลผูกพันกับบ้านเมืองได้ การกำหนดนโยบายที่เกิดผลประโยชน์ระยะสั้น และทำผลเสียระยะยาว เป็นสิ่งที่ไม่ควรเรียกว่านโยบายที่มีคุณประโยชน์กับบ้านเมือง”

“ฉะนั้น นโยบายต้องมีผลประโยชน์กับบ้านเมืองระยะยาว ไม่ใช่แก้ปัญหาเฉพาะกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง” ศ.พิเศษ ดร.วันชัยกล่าว

ส่วนเรื่อง “เร่งด่วน” ที่รัฐมนตรีว่าการ อว.ควรต้องทำในช่วง 4 เดือนนั้น ศ.พิเศษ ดร.วันชัย มองว่า เรื่องหลักๆ ด้านการศึกษา คือระบบการพัฒนาคนยังไม่เป็นรูปธรรมที่ชัดเจน บ้านเมืองตอนนี้ขาดกำลังคนทุกระดับ ตั้งแต่ระดับประถม และมัธยม คุณภาพกระจุก แต่ไม่กระจาย ด้านอาชีวศึกษา ซึ่งเป็นแรงงานทักษะสำคัญของประเทศ จะต้องตอบโจทย์ความต้องการแรงงานของบ้านเมือง การสื่อสารของคนทุกระดับต้องดีขึ้น ไม่ว่าภาษาไทย ภาษาจีน และภาษาอังกฤษ รวมถึงทักษะพื้นฐานทางไอทีที่ทุกคนควรรู้

ส่วนระดับ “อุดมศึกษา” ต้องทบทวนยาว เพราะต้องการสร้างมนุษย์ที่จะทำให้เกิดปัญญา ไม่ได้มองที่ผลงานวิจัยอย่างเดียว แต่ต้องมุ่งว่าจะสร้างอะไรให้กับบ้านเมือง ที่แปลก ที่ใหม่ ที่พัฒนาได้

ดังนั้น กระบวนการ “สร้างคน” ระดับอุดมศึกษา ต้องแยกเป็นกลุ่ม สังคมศาสตร์ วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และไอที โดยต้องเติบโตไปพร้อมๆ กัน ขาดฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งไม่ได้ เพราะบ้านเมืองต้องการการบริหารจัดการที่ดี นักเทคโนโลยีต้องเป็นนักเทคโนโลยีที่เก่ง

แต่สิ่งที่นายกสภา มฟล.เห็นว่าเป็นปัญหาอุปสรรคในเวลานี้ คือบ้านเราขาดทุกอย่าง ทั้งขาดผู้บริหารที่ดี ขาดนักเทคโนโลยีที่เก่ง และขาดคนที่จะนำไปใช้ คือนำสิ่งที่นักวิทยาศาสตร์ หรือใครก็ตามที่คิดไว้ แล้วนำไปใช้

ศ.พิเศษ ดร.วันชัย ย้ำว่า บ้านเมืองเรา น่าจะถึงจุด “วิกฤต” ด้านของการพัฒนากำลังคน ถึงวันนี้ก็สายไปแล้ว ถ้าไม่ทำอะไรเลยจะสายมากกว่านี้

รวมถึงการแก้ปัญหาภัยพิบัติ ซึ่ง ศ.ดร.วันชัย ฟันธงว่า จ.เชียงราย เป็น “ซูเปอร์มาร์เก็ต” ของภัยพิบัติ เพราะมีทั้งฝุ่น PM 2.5 แผ่นดินไหว น้ำท่วม วาตภัย ลมพายุฤดูร้อน ครบถ้วน จึงเป็นเมืองที่เหมาะจะตั้ง “ศูนย์ศึกษาภัยพิบัติแห่งชาติ” มากที่สุด

ต้องจับตาว่านโยบาย quick win ที่รัฐมนตรีว่าการ อว.คนใหม่ ประกาศเดินหน้าขับเคลื่อนในช่วง 4 เดือน จะทำได้จริงหรือไม่!!



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

วิวัฒนาการ การเปลี่ยนย้ายและข้อจำกัดของ FOIP ของญี่ปุ่น
ไชโย!ประเทศไทยจะรวยแล้ว! (2)
ถอดรหัสเครมลิน – จาก ‘รัสเซีย’ ถึง ‘อาเซียน’
กฎหมายนิรโทษกรรมจากไหน ทำเพื่อใคร?
น้อมวันทาบูชาครู สุนทรภู่จอมปราชญ์สยาม | กวีกระวาด : พุทธิ์นันทะ ผลชัยอรุณ
เสรีแห่งสายน้ำ (ในห้วงคำนึงของนิราศภูเขาทอง) | เรื่องสั้น : นรเศรษฐ์ ทับทิมทอง
ปลายด้ายและรูเข็ม
ปรากฏการณ์ ‘จรวดและขนนก’ เมื่อน้ำมันหน้าปั๊ม ลดราคาลงช้าๆ
อินโดนีเซีย เมื่อนโยบาย สวนทางกับความเป็นจริง
ไทยช่วยไทย แพ้ไทยโกงไทย
สอบวัด KPI 3 เดือนรัฐบาล ‘หนู’ ไม่ ‘รั่ว’ แต่ ‘ร่วง’
ครบรอบ 2 ปี วุฒิสภา คดีฮั้ว ส.ว.ไร้ข้อสรุป สีส้ม จี้ ‘กกต.’ ส่งศาลชี้ขาด บิ๊กสภาสูงย้ำไม่ตะแบง