ทะลุกรอบ | ป๋วย อุ่นใจ
หญิงชราผิวขาวร่างเล็กหน้าตาใจดี อดีตพยาบาลสาวจากสเปน “มาเรีย บรานญาส โมเรรา (Maria Branyas Morera)” คือผู้ที่ถูกจารึกเอาไว้ในตำนานของประวัติศาสตร์มนุษยชาติในฐานะผู้หญิงที่มีอายุยืนนานที่สุดในโลก
เธอไม่ใช่แค่ “เซนเทนาเรียน (centenarian)” ที่มีอายุเกินกว่าหนึ่งศตวรรษ แต่เป็น “ซูเปอร์เซนเทนาเรียน (supercentenarian)” หรือผู้ที่มีอายุยืนเกินกว่า 110 ปี
มาเรียไม่ใช่สาวพันปี ถ้าดูจากใบหน้า มาเรียก็มีริ้วรอยไม่ต่างไปจากหญิงชราคนอื่นๆ
แต่ถ้าให้เดาอายุจริงๆ จากรูปลักษณ์ หลายคนคงเดาไม่ออก เพราะมาเรียในช่วงอายุ 110 ปี นั้นดูไม่ต่างจากคนแก่อายุ 80 ปีเลยแม้แต่น้อย
แม้จะเดินเหินได้ไม่สะดวกเหมือนคนทั่วไป แต่เธอก็ยังมีความสุขกับชีวิต
เธอยังคงเพลิดเพลินกับกิจกรรมต่างๆ ที่เธอชอบ คุยกับคนที่เธอรัก เลือกฟังเพลงที่เธอโปรดปราน ยิ้มให้คนรอบข้าง
และยังสามารถเล่นโซโลเปียโนโชว์สกิลได้อย่างคล่องแคล่วไม่ต่างจากตอนที่เธอยังสาว

ภาพมาเรีย บรานญาส โมเรรา ในวัย 18 ปี (ถ่ายเมื่อปี 1925) (Courtesy of Manel Esteller/Branyas Morera family)
การมีชีวิตอยู่ของมาเรีย คือแรงบันดาลใจ ยิ่งในเวลานี้ การศึกษาเรื่อง ลองเจวิตี้ (Longevity) หรือการมีอายุขัยที่ยืนยาวอย่างมีคุณภาพ เป็นอีกหนึ่งศาสตร์ที่หลายคนเริ่มให้ความสำคัญ การเสาะแสวงหาและศึกษา “บลูโซน (blue zone)” หรือพื้นที่ที่มีจำนวนผู้คนที่อายุยืนเกินร้อยปีมากผิดปกติ
ทำให้เราเริ่มเห็นภาพชัดขึ้นว่าสิ่งแวดล้อม พฤติกรรม อาหารการกิน วิถีชีวิต วัฒนธรรมท้องถิ่น
และที่สำคัญ นโยบายทางการเมืองมีอิทธิพลอย่างไรบ้างต่ออายุขัยเฉลี่ยของประชาชน …
โดยเฉพาะอย่างยิ่งใน บลูโซนแห่งที่หก “ประเทศสิงคโปร์”
นักวิจัยเชื่อว่าปัจจัยที่จะทำให้คนมีอายุยืนมากน้อยแค่ไหนนั้น แปดสิบเปอร์เซ็นต์จะขึ้นกับ “สิ่งแวดล้อม” และ “วิถีชีวิต” แค่ยี่สิบเปอร์เซ็นต์เท่านั้นที่เป็นผลมาจากพื้นฐานทางพันธุกรรม
แม้จะฟังดูไม่เยอะ แต่ถ้าอยากจะอายุยืนให้ได้จนเป็นซูเปอร์เซนเทนาเรียนอย่างมาเรีย ทุกอย่างสำคัญ ยี่สิบเปอร์เซ็นต์ก็ไม่ควรมองข้าม
แน่นอน เธอมีไลฟ์สไตล์ที่ดีเลิศ เธอชอบออกกำลัง ไม่ดื่มเหล้า ไม่สูบบุหรี่ กินอาหารเฮลตี้ กินโยเกิร์ตวันละสามกระปุก อยู่ในที่ที่ดี รายล้อมไปด้วยคนที่เธอรัก (และรักเธอ)
แต่สำหรับ มาเนล เอสเทลเลอร์ (Manel Esteller) นักชีววิทยาและศาสตราจารย์ด้านพันธุศาสตร์จากมหาวิทยาลัยบาร์เซโลนา (University of Barcelona) เมื่อได้ยินเรื่องราวของมาเรีย เขาก็เริ่มที่จะสนใจศึกษามาเรีย
ด้วยความเชื่อที่ว่าในร่างกายของมาเรียน่าจะบอกเราได้ถึงความลับทางชีววิทยาที่อยู่เบื้องหลังปริศนาแห่งความอายุยืนของเธอได้
“ศึกษาฉันเถอะ เรียนรู้จากฉัน” มาเรียกล่าวด้วยน้ำเสียงร่าเริง เธอมองว่าตัวเธอโชคดีที่อายุยืน และเธอก็อยากที่จะส่งต่อความโชคดีของเธอไปให้คนอื่นๆ ด้วย
และนั่นก็เข้าทางมาเนล เข้าเต็มๆ มาเนลตัดสินใจติดต่อมาเรีย และขออนุญาตเข้าไปศึกษาวิจัยเธออย่างละเอียด ภายใต้โค้ดเนม M116

ภาพมาเรีย บรานญาส โมเรรา ในวัย 117 ปี (Courtesy of Branyas Morera family)
ในการทดลองของมาเนล ทีมนักวิจัยเก็บตัวอย่างสารคัดหลั่งแทบทุกอย่างจากร่างกายของมาเรีย ไม่ว่าจะเป็นเลือด น้ำลาย ปัสสาวะ หรืออุจจาระ เพื่อนำไปวิเคราะห์ด้วยเทคนิค “มัลติโอมิกส์” (multi-omics) หรือการถอดรหัสองค์ประกอบทั้งหมดภายในตัวอย่างชีวภาพอย่างละเอียดที่สุด
เริ่มจากจีโนมิกส์ (Genomics) เพื่ออ่านสารพันธุกรรมทั้งจีโนม ต่อด้วยทรานสคริปโตมิกส์ (Transcriptomics) วิเคราะห์เอ็มอาร์เอ็นเอทั้งหมดที่สะท้อนการทำงานของยีน โปรตีโอมิกส์ (Proteomics) แยกและวิเคราะห์โปรตีนทุกชนิดในตัวอย่าง เมตาโบโลมิกส์ (Metabolomics)
ตรวจสอบสารเมตาโบไลต์ที่เกิดจากกระบวนการเผาผลาญ เอพิเจเนติกส์ (Epigenetics)
ศึกษาการดัดแปลงดีเอ็นเอที่ไม่เปลี่ยนรหัสพันธุกรรมแต่เปลี่ยนวิธีการแสดงออกของยีน และสุดท้ายคือไมโครไบโอม (Microbiome)
การสำรวจจุลินทรีย์ทั้งหมดที่อาศัยอยู่ร่วมกับเธอ ก่อนที่จะนำข้อมูลทั้งหมดไปเปรียบเทียบกับของหญิงสาวชาวไอบีเรียน (Iberia) ในสเปนอีก 75 คน
พวกเขาเชื่อว่าทุกชั้นของข้อมูลที่เก็บมา ตั้งแต่จีโนม โปรตีน ไปจนถึงจุลินทรีย์ในร่างกาย คือแต่ละชิ้นส่วนของจิ๊กซอว์ที่จะช่วยต่อภาพใหญ่ให้สมบูรณ์ขึ้น
และภาพนั้นคือคำตอบของคำถามที่มนุษย์ใฝ่หามานาน เหตุใดร่างกายของ “มาเรีย” หญิงวัยกว่าร้อยสิบปี จึงยังคงทำงานได้อย่างราบรื่น เสมือนเครื่องจักรที่ผ่านการหล่อลื่นมาดีทุกชิ้นส่วน ทั้งที่เวลาควรจะทำให้ทุกอย่างสึกหรอไปนานแล้ว
ผลที่ได้น่าตื่นเต้นมาก มีหลายอย่างที่เป็นไปตามที่คาด แต่อีกหลายอย่างที่พลิกโผไปอย่างสิ้นเชิง
และในช่วงปลายเดือนกันยายน ปี 2025 มาเนลตีพิมพ์การค้นพบของเขาในบทความ “แบบพิมพ์เขียวมัลติโอมิกส์ของปัจเจกผู้มีอายุขัยยืนยาวที่สุดในโลก (The multiomics blueprint of the individual with the most extreme lifespan)” ในวารสาร Cell Reports Medicine
ผลการวิเคราะห์ชี้ชัดว่า “เวลา” ไม่ได้ละเว้นเธอดังที่คาด มันกัดกร่อนร่างกายของเธอ เหมือนกับที่ทำกับมนุษย์ทุกคน
เทโลเมียร์ที่ปลายโครโมโซม ซึ่งเปรียบเสมือนตัวชี้วัดอายุของเซลล์ของมาเรียนั้นหดสั้นลงจนแทบไม่เหลือร่องรอยให้ต่อชีวิตได้อีกต่อไป
ในขณะเดียวกัน ก็ยังพบการกลายพันธุ์ที่สัมพันธ์กับความชรา (age-linked mutations) จำนวนมากในเซลล์ต้นกำเนิดเม็ดเลือดในไขกระดูก
ยิ่งไปกว่านั้นระบบภูมิคุ้มกันของเธอยังเต็มไปด้วย “เซลล์ชรา” (senescent cells) ที่หยุดแบ่งตัวแล้ว แต่ยังคงอยู่ ไม่ต่างจากทหารปลดประจำการที่ยังไม่ยอมออกจากสนามรบ ที่คอยส่งสัญญาณแห่งการอักเสบเรื้อรังไปทั่วร่างกาย ทำให้กระบวนการซ่อมแซมและฟื้นฟูกลายเป็นไปอย่างเชื่องช้า
แต่ทว่า ถ้ามองให้ลึกลงไป การที่มาเรียมีอายุยืนยาว ก็เป็นเพราะเธอเหมือนกับถูกลอตเตอรี่ทางพันธุกรรม
ร่างกายของเธอมียีนหลายยีนที่พบเป็นเวอร์ชั่นหายากที่มีส่วนช่วยในการมีอายุยืน
เช่น ยีนที่เกี่ยวข้องกับการจัดการไขมัน เช่น LRP1 LRP2 NSUN5 และ TTBK1
ยีนที่เกี่ยวข้องกับการซ่อมแซมความเสียหายของดีเอ็นเอ เช่น TIMELESS
และยีนที่เกี่ยวข้องกับการทำงานของไมโตคอนเดรียและการจัดการอนุมูลอิสระ เช่น ND5 COX1 MTG2 MTCH2 และ MRPS9
ยีนพวกนี้เปรียบเป็นเหมือนเกราะทางพันธุกรรมที่ช่วยในการควบคุมการทำงานของหัวใจ การซ่อมแซมหลอดเลือด การลดภาวะสมองเสื่อมตามวัย การรักษาระดับคอเลสเตอรอลชนิดดี (HDL) และการลดความเสียหายจากอนุมูลอิสระ (oxidative stress)
ซึ่งผลการตรวจเลือดของเธอพบว่า ระดับไขมันดีอยู่ในเกณฑ์ยอดเยี่ยม
ขณะที่ไขมันเลว (LDL) และสารก่อการอักเสบในกระแสเลือดกลับต่ำมากจนน่าทึ่ง
ซึ่งยืนยันว่ายีนเวอร์ชั่นอายุยืนเหล่านี้ไม่ใช่มีไว้เพียงแค่ประดับจีโนม แต่ส่งผลจริงๆ ต่อร่างกายของเธอ
และอาจช่วยเป็นเกราะป้องกันจากโรคที่มักมาคู่กับวัยชรา เช่น โรคหัวใจ หลอดเลือด และมะเร็ง
นอกจากนี้ ผลจากการศึกษาไมโครไบโอมในร่างกายของเธอ ก็มีสิ่งที่น่าตื่นเต้นเช่นกัน
พวกเขาพบว่าลำไส้ของเธออุดมไปด้วยแบคทีเรียสายพันธุ์ดี โดยเฉพาะ Bifidobacterium และจุลินทรีย์ที่ช่วยส่งเสริมการทำงานของระบบทางเดินอาหาร เช่น ช่วยย่อยอาหาร สังเคราะห์วิตามิน ควบคุมภูมิคุ้มกัน และลดการอักเสบในลำไส้ ในสัดส่วนสูงผิดปกติ
ซึ่งแตกต่างไปอย่างสิ้นเชิงเมื่อเทียบกับลำไส้ของผู้สูงอายุทั่วไปที่ความหลากหลายของจุลินทรีย์ดีๆ มักจะค่อยๆ ลดน้อยถอยลงไปตามวัย
“แต่จริงๆ วิถีชีวิตของเธอก็อาจมีส่วนไม่น้อย” มาเนล เอสเทลเลอร์ ตั้งข้อสังเกต
“เธอไม่สูบบุหรี่ ไม่ดื่มแอลกอฮอล์ ใช้ชีวิตเรียบง่ายในชนบท ทำงานจนกว่าจะทำไม่ไหว ออกกำลังกายพอประมาณ กินอาหารแบบเมดิเตอร์เรเนียนที่ดีต่อหัวใจ และยังชอบกินโยเกิร์ตเป็นประจำด้วย”
“โดยปกติแล้ว มาเรียกินโยเกิร์ตวันละสามถ้วย” มาเนลเผย
“เรื่องนี้น่าสนใจมาก เพราะนี่อาจเป็นเหตุผลที่ทำให้ลำไส้ของเธอกลายเป็นสวรรค์ของเหล่าจุลินทรีย์สายพันธุ์ดีๆ ที่อยู่ร่วมกับมนุษย์ ที่ทั้งช่วยย่อยอาหาร รักษาสมดุล และคุ้มครองระบบทางเดินอาหารของเราให้สามารถทำงานได้อย่างราบรื่น” แคลร์ สตีฟส์ (Claire Steves) ศาสตราจารย์ด้านชราศาสตร์ (Aging) จากวิทยาลัยคิงส์ ลอนดอน (King’s College London) กล่าว
และเมื่อทดสอบด้วย “นาฬิกาชีวภาพ” (epigenetic clock) ผลลัพธ์ก็ยิ่งน่าพิศวง เซลล์ของมาเรียกลับมีอายุชีวภาพ (biological age) อ่อนกว่าความเป็นจริงกว่า 20 ปี
ผลการทดลองชี้ชัดว่าแบบแผนการเมทิลเลชันในดีเอ็นเอ (DNA methylation pattern) ซึ่งเป็นหนึ่งในตัวชี้วัดความชราระดับโมเลกุลของเธอนั้น ถูกควบคุมให้เปลี่ยนแปลงช้ากว่าคนทั่วไปอย่างมีนัยสำคัญ
และเมื่อนำเอาทุกชิ้นส่วนของจิ๊กซอว์มาประกอบเข้าด้วยกัน ภาพที่ได้ก็ชัดเจน ถึงแม้ร่างกายของเธอจะค่อยๆ แก่ชราลงตามกาลเวลา มิต่างจากคนอื่น (ดูจากเทโลเมียร์ และแบบแผนการกลายพันธุ์)
แต่พันธุกรรมและกลไกทางสรีรวิทยาที่พิเศษของเธอกลับทำหน้าที่เสมือนเกราะป้องกันโรคแห่งวัยที่มักพรากอายุขัยของผู้คนไปก่อนเวลาอันควร ไม่ว่าจะเป็นมะเร็ง โรคหัวใจ หลอดเลือด เบาหวาน หรือความดันโลหิตสูง และไม่แน่ว่านี่เองอาจเป็นความลับของการมีอายุยืนอย่างมีคุณภาพของมาเรีย
“งานวิจัยนี้ละเอียดลึกซึ้งจนน่าทึ่ง” แคลร์กล่าว “และหากเราเข้าใจกลไกทางชีววิทยาพื้นฐานเหล่านี้ได้อย่างแท้จริง วันหนึ่งเราอาจช่วยให้ผู้สูงอายุทั่วโลกมีชีวิตที่ยืนยาวขึ้น แข็งแรงขึ้น และมีความสุขได้เหมือนมาเรียก็เป็นได้”
แม้ผลการทดลองในงานวิจัยนี้จะน่าสนใจ อีกทั้งระเบียบวิธีการวิจัยที่ใช้ก็ละเอียดรอบด้าน
แต่สิ่งหนึ่งที่ต้องระลึกไว้เสมอก็คือ ข้อมูลทั้งหมดในเปเปอร์นี้ได้มาจากกรณีตัวอย่าง “ซูเปอร์เซนเทนาเรียน” เพียงแค่คนเดียว “หญิงชรารหัส M116” หรือ “มาเรีย บรานญาส โมเรรา”
ซึ่งหมายความว่าการตีความและสรุปผลทั้งหมดยังต้องอาศัยความระมัดระวัง และควรมีการทำการทดลองซ้ำในกลุ่มตัวอย่างซูเปอร์เซนเทนาเรียนคนอื่นๆ ต่อไป เพราะสิ่งที่เป็นจริงสำหรับเธอ อาจไม่เป็นจริงสำหรับทุกคน (คำถามคือ…จะไปหาซูเปอร์เซนเทนาเรียนคนอื่นมาจากที่ไหน?)
แต่จากผลการทดลองทั้งหมด มันชัดเจน “อโรคยา ปรมา ลาภา” – ความไม่มีโรค เป็นลาภอันประเสริฐ
บางทีความลับแห่งการอยู่ค้ำฟ้าของมาเรียอาจจะไม่ได้มีอะไรที่ซับซ้อนไปกว่า
“ป้องกันตัวเองให้ปราศจากโรคภัย ดูแลกายใจให้สมดุล กินอาหารดีๆ มีวิถีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดี และที่สำคัญ มีใจที่มีความสุข” ก็แค่นั้น
