bg-single

Petonomics เศรษฐศาสตร์สัตว์เลี้ยง 100,000 ล้าน

22.10.2025

บทความพิเศษ | จักรกฤษณ์ สิริริน

ทุกวันนี้ ปฏิเสธไม่ได้ว่า สัตว์เลี้ยงได้กลายเป็นส่วนหนึ่งของหลายครอบครัว ที่มิใช่เพียงสิ่งมีชีวิตที่อยู่ร่วมบ้าน แต่เสมือนเพื่อน หรือลูก เปรียบเหมือนคนเยียวยาจิตใจ และเป็นตัวแทนของความรักที่ไม่มีเงื่อนไข

ปรากฏการณ์นี้ได้ก่อให้เกิดคำที่ผมนำมาใช้ในตอนนี้ว่า Petonomics หรือ “เศรษฐศาสตร์สัตว์เลี้ยง” ที่สะท้อนถึงการเติบโตของมูลค่าทางการตลาดมหาศาลระดับ 100,000 ล้านบาท

ไม่เพียงวิเคราะห์ออกมาเป็นตัวเลขการจับจ่ายใช้สอยสินค้า และบริการเกี่ยวกับสัตว์เลี้ยง

แต่ Petonomics เป็นการทำความเข้าใจถึงพฤติกรรมผู้บริโภค การเปลี่ยนแปลงทางสังคม และการปรับตัวของธุรกิจในยุคที่สัตว์เลี้ยงมีสถานะเป็นหนึ่งในสมาชิกครอบครัว

เพราะ Petonomics เป็นภาพสะท้อนของความเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างสังคมที่เชื่อมโยงกับแนวโน้มการครองตัวเป็นโสด การไม่อยากมีลูก และการเพิ่มขึ้นของผู้สูงอายุ

แรงขับเคลื่อนสำคัญของ Petonomics คือการเปลี่ยนแปลงค่านิยมของสังคม และความสัมพันธ์ส่วนบุคคล ผู้คนจำนวนมากเลือกที่จะมีลูกน้อย หรือมีลูกช้า แต่หันมาเลี้ยงสัตว์แทน

ด้วยเหตุผลด้านอารมณ์ ความสะดวก และความสามารถในการควบคุมความสัมพันธ์ สัตว์เลี้ยงจึงกลายเป็น “สมาชิกครอบครัว” ที่ได้รับการดูแลเอาใจใส่ในระดับเดียวกับมนุษย์

ตั้งแต่การเลือกอาหารที่มีคุณภาพสูง การพาไปพบสัตวแพทย์เป็นประจำ ไปจนถึงการจัดงานวันเกิด และซื้อของขวัญในโอกาสพิเศษ ยังไม่นับการทำประกันภัย หรือประกันสุขภาพ

ตลาดสินค้าและบริการสำหรับสัตว์เลี้ยงจึงเติบโตอย่างรวดเร็ว และหลากหลาย ตั้งแต่อาหารสัตว์ที่มีสูตรเฉพาะสำหรับสายพันธุ์ อายุ และสุขภาพ ไปจนถึงของเล่น เสื้อผ้า เครื่องประดับ และอุปกรณ์ต่างๆ เช่น GPS หรือกล้องวงจรปิด

โรงแรมสัตว์เลี้ยง สปา คลินิกเฉพาะทาง และแม้แต่จิตแพทย์สัตว์ ไปจนถึงการจัดกระดูก และห้างสรรพสินค้าก็เปิด Zone ให้พาสัตว์เลี้ยงมาเดินเล่น หรือจะพาเข้าร้านอาหารด้วยก็ได้

ธุรกิจเหล่านี้ไม่เพียงตอบสนองความต้องการของสัตว์เลี้ยง แต่ยังตอบสนองความต้องการทางอารมณ์ของเจ้าของ ที่ต้องการมอบสิ่งที่ดีที่สุดให้กับ “คุณลูก”

ปัจจุบัน Petonomics มีมูลค่ารวมทั่วโลกกว่า 300,000 ล้านดอลลาร์ เฉพาะในประเทศไทยมีมูลค่ากว่า 100,000 ล้านบาท และคาดว่าจะเติบโตเฉลี่ยปีละ 10% เลยทีเดียว

ปัจจัยที่ส่งผลต่อการเติบโตนี้ ได้แก่ การเพิ่มขึ้นของประชากรเมือง การเปลี่ยนแปลงโครงสร้างครอบครัว การเข้าถึงข้อมูลและผลิตภัณฑ์ผ่านช่องทาง Online และการสร้างภาพลักษณ์ของสัตว์เลี้ยงในฐานะ Lifestyle ที่ต่างจากอดีต

ดังที่กล่าวไป การมาถึงของ Petonomics เกิดจากการเยียวยาความเครียด ความเหงา และภาวะซึมเศร้า การมีสัตว์เลี้ยงช่วยให้ผู้คนรู้สึกมีเป้าหมาย มีความรัก และมีความรับผิดชอบ ซึ่งส่งผลดีต่อสุขภาพจิต และคุณภาพชีวิตโดยรวม

การลงทุนแบบ Petonomics จึงไม่ใช่เพียงการใช้จ่าย แต่เป็นการลงทุนในแง่ความสุข และความมั่นคงทางอารมณ์

เราจึงได้เห็นปรากฏการณ์ Petonomics ที่เปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการรายใหม่เข้าสู่ตลาดอย่างหลากหลาย ตั้งแต่ Start-up ไปจนถึง Fashion Brand ที่ขยาย Line สินค้าไปยังสัตว์เลี้ยง

มีการออกแบบผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ทั้งสัตว์และเจ้าของ เพื่อสร้างประสบการณ์ที่น่าจดจำ และมีการสื่อสาร Brand แบบสร้างอารมณ์ร่วม ที่เป็นกลยุทธ์การแข่งขันที่สำคัญในตลาดที่มีความอ่อนไหวทางอารมณ์สูง

นอกจากนี้ Petonomics ยังเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนกิจกรรมที่เชื่อมโยงผู้คนเข้าด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็นการพบปะกันในสวนสาธารณะ การเข้าร่วมกิจกรรมของชมรมสัตว์เลี้ยง หรือการแลกเปลี่ยนข้อมูลผ่าน Online

บางครั้ง ความสัมพันธ์ระหว่างเจ้าของสัตว์เลี้ยง กลายเป็นเครือข่ายทางสังคมที่มีพลังในการสร้างชุมชนแบบใหม่ได้

อย่างไรก็ตาม การเติบโตของ Petonomics มีข้อควรพิจารณาอย่างรอบด้านเช่นกัน เพราะการเติบโตของ Petonomics ได้สร้างความท้าทายใหม่ในการกำกับดูแลของรัฐ

เช่น การออกกฎหมายเกี่ยวกับสวัสดิภาพสัตว์ การควบคุมการค้าสัตว์ การจัดการพื้นที่สาธารณะสำหรับสัตว์เลี้ยง และการสนับสนุนธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับสัตว์เลี้ยงอย่างเป็นระบบ

ยังไม่นับการสร้างสมดุลระหว่างการส่งเสริมเศรษฐกิจ กับการคุ้มครองสิทธิสัตว์ ที่นับว่าเป็นสิ่งที่จำเป็น และท้าทาย ในยุคที่สัตว์เลี้ยงถูกยกระดับสถานะทางสังคม และสถานะทางเศรษฐกิจ

นอกจากนี้ Petonomics ได้กลายเป็นเครื่องมือในการเรียนรู้ และพัฒนาทักษะชีวิตให้กับบุตรหลานในครอบครัว ไม่ว่าจะเป็น ความรับผิดชอบ ความอดทน การสื่อสาร และการดูแลเอาใจใส่จิตใจผู้อื่น

ดังจะเห็นได้จากโรงเรียนหลายแห่งในต่างประเทศได้นำสัตว์เลี้ยงมาร่วมในการจัดการเรียนการสอน เพื่อส่งเสริมความฉลาดทางอารมณ์ และการสร้างสัมพันธ์ที่ดีระหว่างนักเรียนด้วยกัน

องค์ประกอบสำคัญอีกประการหนึ่งของ Petonomics ก็คือ นวัตกรรม ดังจะเห็นได้จากมีการพัฒนาอุปกรณ์ใหม่ๆ ขึ้นมามากมาย อาทิ ปลอกคอ GPS เครื่องให้อาหารอัตโนมัติ หรือ Application ติดตามสุขภาพสัตว์

ซึ่งนวัตกรรมเหล่านี้ได้เปลี่ยนวิธีการดูแลสัตว์เลี้ยงให้มีประสิทธิภาพ และเพิ่มความสะดวกสบายมากขึ้น

เพราะเทคโนโลยีดังกล่าวไม่เพียงช่วยให้เจ้าของสามารถดูแลสัตว์เลี้ยงได้ดีขึ้นเท่านั้น ทว่า ยังเปิดโอกาสให้เกิดการเก็บข้อมูล และวิเคราะห์พฤติกรรมสัตว์เลี้ยง เพื่อต่อยอดในการพัฒนาสินค้า และบริการของผู้ประกอบการได้อีกในอนาคต

โดยเฉพาะอย่างยิ่งในด้านเศรษฐศาสตร์ ที่การใช้จ่ายในกลุ่มสินค้า และบริการเกี่ยวกับสัตว์เลี้ยง ได้กลายเป็นรายจ่ายประจำของครัวเรือนจำนวนมากไปแล้ว

ไม่ว่าจะเป็น ค่าอาหาร ค่ารักษาพยาบาล เบี้ยประกันสุขภาพ เบี้ยประกันภัย บางครั้งไปจนถึงเบี้ยประกันการเดินทาง ซึ่งอาจมีถึงการโดยสารเครื่องบินเลยทีเดียว

ดังจะเห็นได้ว่า ค่าใช้จ่ายที่เจ้าของพาสัตว์เลี้ยงไปท่องเที่ยวตามสถานที่ต่างๆ เพิ่มขึ้นเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งธุรกิจประกันชีวิตสัตว์เลี้ยงที่ได้รับความนิยมมากขึ้น

เพราะเจ้าของสัตว์เลี้ยงจำนวนมากมองเห็นความเสี่ยงด้านสุขภาพ และค่าใช้จ่ายที่อาจเกิดขึ้นอย่างไม่คาดคิดจากอุบัติเหตุ หรือการเจ็บไข้ได้ป่วย

เนื่องจากอัตราค่าบริการของคลินิกเอกชน หรือโรงพยาบาลสัตว์ขนาดใหญ่ที่ทันสมัยในยุคนี้ หลักร้อยแทบไม่มีให้เห็น ส่วนหลักพัน หลักหมื่น เป็นเรื่องปกติ

ดังนั้น การวางแผนการเงินในยุค Petonomics โดยเฉพาะอย่างยิ่งการบริหารจัดการการเงินและบัญชีสำหรับสัตว์เลี้ยง เปรียบเสมือนการบริหารความมั่นคงของครอบครัวที่มีสัตว์เลี้ยงเป็นสมาชิก

กล่าวโดยสรุป Petonomics คือปรากฏการณ์ที่สะท้อนถึงความเปลี่ยนแปลงเชิงลึกในวิถีชีวิตยุคใหม่

เพราะสัตว์เลี้ยงไม่ใช่เพียงสิ่งมีชีวิตที่อยู่ร่วมบ้านเหมือนในอดีต แต่เป็นศูนย์กลางของความรัก ความสัมพันธ์ และการใช้ชีวิตที่มีความหมาย

ดังนี้ การเติบโตของ Petonomics จึงไม่ใช่เพียงเรื่องของตัวเลข แต่เป็นเรื่องของวัฒนธรรม ความรู้สึก และความหวังในโลกที่เต็มไปด้วยความไม่แน่นอน

ในอนาคตอันใกล้ มีการคาดการณ์ว่า Petonomics จะยังเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยมีนวัตกรรม ความคิดสร้างสรรค์ และความรับผิดชอบเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญ

ผู้ประกอบการที่เข้าใจความต้องการเชิงลึกของเจ้าของสัตว์เลี้ยง และสามารถสร้างประสบการณ์ที่มีคุณค่าให้กับทั้งสัตว์เลี้ยง และเจ้าของ จะเป็นผู้ที่สามารถครองใจตลาด Petonomics ได้อย่างยั่งยืน

Petonomics คือภาพสะท้อนของโลกยุคใหม่ ที่มนุษย์ไม่ได้แสวงหาเพียง “ปัจจัย 4” แต่แสวงหาความรัก ความผูกพัน และความหมายในความสัมพันธ์

สัตว์เลี้ยงได้ก้าวข้ามสถานะจาก “สิ่งมีชีวิตร่วมบ้าน” สู่ “สมาชิกครอบครัว” ที่มีอิทธิพลต่อการใช้จ่าย การออกแบบ Life Style และการสร้างสรรค์สังคมให้อ่อนโยนมากขึ้น

Petonomics จึงไม่ใช่แค่ “เศรษฐศาสตร์สัตว์เลี้ยง” แต่เป็น “เศรษฐศาสตร์หัวใจ” ที่เชื่อมโยงมนุษย์กับสัตว์เลี้ยงในฐานะ “สมาชิกคนสำคัญของครอบครัว”



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

สูตรแคร์ : บทเรียนสิบปีของบอร์ดที่ไม่ต้องรับผิดชอบต่อใคร
ส่องลึกอิหร่าน: 11) ชนชาติส่วนน้อยกลุ่มต่างๆ ในอิหร่าน
ประวัติศาสตร์ไม่น่ากลัว
ซีซาร์สลัดอะโวคาโดไส้กรอก
พาส่อง JAECOO 6T REEV เอสยูวี ราคาต่ำล้าน-เด่นที่ขุมพลัง
เจาะลึกผลงาน ‘ตบสาวไทย’ เปลี่ยนผ่านคืนสู่ทีมชั้นนำโลก?
Cash is King
ราตรีสีทอง
ฟีฟ่ากับแนวทางฟุตบอลโลก 64 ทีม ให้โอกาสหรือเพิ่มรายได้?
เดินตามดาว | ศรินทิรา : ประจำวันที่ 17-23 กรกฎาคม 2569
E-DUANG | กรณี TH-AI PASSPORT คือ เทคโนโลยี ผสาน การเมือง
​สพป.ชัยนาท ร่วมกับ ศูนย์ประสานงานทางการศึกษาหันคา 1 ผนึกกำลังจิตอาสาฟื้นฟูผืนป่าเขาขยาย สานต่อแนวคิด “เขาขยาย เขาทะเลทราย สู่เขาสวรรค์”