bg-single

เปิดโปง..ขบวนการทุจริต ปั่นยอดนักเรียน ซื้อขายเก้าอี้ครู

19.10.2025

| การศึกษา

กลายเป็นประเด็นร้อน หลังโซเชียลออกมาเปิดโปง ขบวนการทุจริตซื้อขายตำแหน่งครูผู้ช่วย ด้วยการใช้กลโกงทำลายระบบการศึกษาและความเป็นธรรมในระบบราชการ

พบพฤติกรรม “ย้ายนักเรียนวนไป” เพื่อสร้างอัตรากำลังครูเกินจริงในกลุ่มโรงเรียนที่ต้องการหาผลประโยชน์ โดยมีเป้าหมายสุดท้ายคือการ “ขายเก้าอี้ครู”

กลยุทธ์ 3 ขั้นตอน ล็อกตำแหน่งครู โรงเรียนในกลุ่มนี้ใช้ช่องโหว่ของระบบคำนวณอัตรากำลังจากจำนวนนักเรียน ดำเนินการอย่างเป็นขั้นเป็นตอน

1. ขั้นปั่นยอด สร้างอัตราเกินจริง ย้ายนักเรียนเข้า-ออกชั่วคราว เพื่อปั่นยอดจำนวนนักเรียนรวมให้ถึงเกณฑ์ เช่น 121 คน ผลที่ได้ : ตัวเลขที่สูงขึ้นอย่างไม่เป็นจริง ทำให้โรงเรียนมีสิทธิได้รับอัตรากำลังครู หรือครุภัณฑ์เพิ่มจากสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา

2. ย้ายเข้า เมื่อมีอัตราครูเพิ่มจากการปั่นยอดแล้ว ครูในกลุ่มผลประโยชน์ก็จะถูกย้ายเข้าโรงเรียนดังกล่าว เกิดผลกระทบโรงเรียนร่วมขบวนการ มีครูเกินเกณฑ์จริง ทำให้ครูมีภาระงานน้อยกว่าโรงเรียนอื่นอย่างไม่ยุติธรรม โรงเรียนอื่นที่ขาดครู อัตรากำลังครูถูกคิดรวมในภาพรวมของเขตพื้นที่ฯ ทำให้โรงเรียนสุจริตที่ขาดครูจริง ไม่ได้รับการจัดสรรครู เพราะตัวเลข “ดูเหมือนจะพอ” แล้ว

3. ขั้นขายตำแหน่ง ล็อกสเป๊ก แลกเงิน การดำเนินการ อัตราครูที่ได้มาเกินจริง จะถูกนำไปใช้เพื่อหาผลประโยชน์ โดยโรงเรียนจะกำหนดความต้องการวิชาเอกให้ตรงกับกลุ่มบุคคล ที่ต้องการย้ายเข้ามา หรือต้องการบรรจุ เป้าหมาย ตำแหน่งเหล่านี้ถูกนำไปใช้ รับย้ายครู หรือบรรจุครูที่ยินดีจ่ายเงินซื้อตำแหน่ง เพื่อแลกกับการได้ย้ายเข้าโรงเรียนในพื้นที่ทำเลดี

มีการเรียกร้องให้กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) และคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เร่งตรวจสอบขบวนการ “ปั่นยอดนักเรียน-ขายตำแหน่งครู” และดำเนินการลงโทษผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งหมดอย่างเด็ดขาด!

ไม่รอช้า นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการ ศธ. สั่งตรวจสอบข้อเท็จจริงในกรณีดังกล่าว โดยแต่งตั้งคณะกรรมการส่วนกลางของ ศธ. ลงพื้นที่สืบสวนโดยตรง เพื่อให้ได้ข้อมูลที่รอบด้าน โปร่งใส และตรวจสอบได้ พร้อมกำชับว่า หากตรวจสอบพบการกระทำผิดจริง จะต้องมีการดำเนินการตามกฎหมายและระเบียบราชการอย่างเด็ดขาด โดยไม่มีการละเว้นให้ผู้ใด

“ดิฉันยืนยันว่า ศธ.จะเดินหน้าอย่างตรงไปตรงมา โปร่งใส และยึดหลักนิติธรรม หากพบพฤติกรรมที่บ่อนทำลายระบบการศึกษา จะถูกดำเนินคดีอย่างถึงที่สุด เพื่อรักษาความเป็นธรรมในการจัดสรรอัตราครู และสร้างความเชื่อมั่นให้สังคมว่าการศึกษาไทยจะไม่ถูกบิดเบือนเพื่อผลประโยชน์ใครทั้งสิ้น รวมถึงจะขยายผล ไปยังพื้นที่อื่นๆ เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาดังกล่าวขึ้นอีก” นางนฤมลกล่าว

ขณะที่นายอดิศร เนาวนนท์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏ (มรภ.) นครราชสีมาและนักวิชาการด้านการศึกษา มองถึงสาเหตุที่ทำให้เกิดปัญหาดังกล่าวว่ามาจากหลายสาเหตุ ดังนี้

1. เงินอุดหนุนรายหัวที่เพิ่มขึ้นตามจำนวนนักเรียนในโรงเรียน

2. การแบ่งขนาดโรงเรียน เล็ก กลาง ใหญ่ และใหญ่พิเศษ ซึ่งกำหนดจำนวนนักเรียน เชื่อมโยงกับการเขียนคำร้องขอย้ายของผู้บริหารโรงเรียนที่ในปัจจุบันจะให้ผู้บริหารในโรงเรียนขนาดเดียวกันได้มีสิทธิย้ายก่อน ดังนั้นบางกรณีอาจมีการปั่นจำนวนนักเรียน เพื่อให้โรงเรียนเลื่อนขึ้นอีกขนาดหนึ่งและเปิดสิทธิให้ผู้บริหารสามารถย้ายหรือขอเลื่อนตำแหน่งไปยังโรงเรียนที่มีขนาดใหญ่กว่าเดิมได้ง่ายขึ้น

รวมไปถึงเกณฑ์การให้คะแนนในการขอย้ายหากโรงเรียนที่บริหารอยู่มีจำนวนเด็กที่เพิ่มมากขึ้น กว่าปีก่อนก็จะทำให้ได้คะแนนเพิ่มมากขึ้น ในทางกลับกันหากมีจำนวนเด็กลดลงจากปีก่อนก็จะทำให้คะแนนในส่วนนี้ลดลงเช่นกัน

“จากสาเหตุในข้อที่ 2 ทำให้ส่วนใหญ่การปั่นจำนวนนักเรียนจะเกิดขึ้นกับสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา (สพป.) มากกว่า สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา (สพม.) เนื่องจากมีโรงเรียนขนาดเล็กจำนวนมากผู้อำนวยการบางส่วนที่บรรจุเข้ามาและต้องการย้ายไปโรงเรียนขนาดที่ใหญ่ขึ้นจึงต้องใช้วิธีการปั่นตัวเลขขึ้นมา ทั้งนี้ยังมีเรื่องของการขอมีและเลื่อนวิทยฐานะเข้ามาเกี่ยวข้องด้วยเช่นกัน เพราะหากอยู่ในโรงเรียนขนาดใหญ่จะสามารถทำผลงานได้ง่ายขึ้นและไปสู่วิทยฐานะระดับเชี่ยวชาญได้มากกว่าการทำผลงานกับโรงเรียนขนาดเล็ก” นายอดิศรกล่าว

3. อัตรากำลังครูของโรงเรียน ขึ้นอยู่กับจำนวนของเด็กของโรงเรียนนั้นๆ ทำให้อาจมีการปั่นยอดขึ้นมาเพื่อแลกกับการทุจริตขายอัตราที่ว่างเพิ่มขึ้นมาจากจำนวนเด็กที่มากขึ้น แต่ส่วนใหญ่จะเกิดขึ้นในจำนวนโรงเรียนที่อัตรากำลังครูขาดไม่มากเพราะสามารถทำได้ง่ายกว่า ทั้งหมดนี้เป็นสาเหตุที่มีส่วนทำให้เกิดการทุจริตในลักษณะนี้

ส่วนตัวมองว่าเป็นการกระทำที่ไร้จรรยาบรรณ ขาดคุณธรรม และเป็นการทุจริตที่ไม่ต่างจากการโกงเงิน ฉะนั้นทางส่วนกลางต้องเด็ดขาดในการแก้ปัญหาในเรื่องของการแบ่งขนาดโรงเรียน เกณฑ์การย้ายต่างๆ ให้ชัดเจนและไม่เอื้อต่อการปั่นจำนวนนักเรียน

ปัญหาที่เกิดขึ้นผมคิดว่าไม่ควรจะมาถึงมือรัฐมนตรีว่าการ ศธ. แต่ควรจบตั้งแต่ระดับเขตพื้นที่ฯ ซึ่งก็มีผู้อำนวยการเขตพื้นที่ฯ คอยกำกับดูแล และต้องรู้การเคลื่อนไหวของโรงเรียนในกำกับ

ช่องโหว่ที่เอื้อและทำให้เกิดการปั่นยอดนักเรียนมาจากความบกพร่องด้านงานเอกสารที่จะต้องมีการแจ้งยอดในทุกๆ ปี ทำให้การตรวจสอบมีความหละหลวม จนเป็นช่องว่างให้เกิดการทำทุจริต

และเชื่อว่าการทุจริตในลักษณะนี้ไม่ได้เกิดขึ้นเพียงแค่พื้นที่เดียวอย่างแน่นอน!!

แม้ เสมา 1 จะรับลูก สั่งตรวจสอบเรื่องดังกล่าว แทบจะทันที แต่เท่าที่ดูกระบวนการตรวจสอบ ทั้งจากสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) และคณะกรรมการกลางของ ศธ. กลับยังไม่มีความคืบหน้าเท่าที่ควร

ซึ่งอาจทำให้สังคมเกิดความกังวลว่าจะมีความไม่ชอบมาพากลกับตำแหน่งครู ที่ควรจะมีการโยกย้ายที่เป็นธรรม ไม่ใช่ปล่อยให้เป็นแหล่งเรียกรับผลประโยชน์ ของเหลือบไรการศึกษา

ถือเป็นอีกหนึ่งบทพิสูจน์ ฝีมือ ‘ครูแหม่ม -นฤมล’ ที่ต้องเร่งสางปัญหานี้ให้ได้โดยเร็ว !!



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

การบินไทย Best Come Back ตกหลุมอากาศ ลุ้นกัปตัน CEO ใหม่กู้วิกฤต
เอกชนปรับตัวแล้ว เหลือรัฐทำอะไรได้
น้ำตกหมูยอทอด
เมอร์เซเดส-เบนซ์ ‘electric GLC’ SUV ไฟฟ้าสวยสะกดทั้งภายนอก-ใน
วิเคราะห์ 18 เหรียญทองทัพไทย สู่โจทย์ใหญ่การพัฒนาระบบกีฬา
มากับน้ำ (ท่วม)
จากเหรียญเอเชี่ยนเกมส์สู่มาเก๊า ‘สดมภ์’ นำทัพไทยล่าแชมป์ศึกใหญ่เอเชีย
‘ลูกจีนในโลกเจ๊ก’
คิดต่อจาก 6 ตุลา (9) : รูปที่รู้จักกันดี แต่ไม่รู้จักใครสักคน
ศีลธรรมก่อนน้ำท่วม
แตกตื่น
Wake Me Up When September Ends : จากผู้สูงวัยที่เสียชีวิตเพียงลำพัง สู่เยาวชนที่เลือกจบชีวิตในเดือนกันยายน