ภาพยนตร์ | นพมาส แววหงส์
พอเห็นหน้านักแสดงคนนี้บนหนังออกใหม่เดือนนี้ของเน็ตฟลิกซ์แล้ว ห้ามใจปล่อยผ่านไปไม่ได้ง่ายๆ เลยค่ะ
คิลเลียน เมอร์ฟี จาก Oppenheimer
ผู้ที่ผงาดขึ้นมาเปรี้ยงปร้างดังระเบิดยิ่งกว่าพลุแตกหลายร้อยหลายพันเท่า
การใช้อุปมาเกี่ยวกับระเบิดก็เป็นเพราะเขาสวมบทบาทเป็นบุคคลที่อยู่เบื้องหลังการสร้างระเบิดปรมาณูที่อเมริกาเอาไปหย่อนใส่ฮิโรชิมาและนางาซากิเสียราบเป็นหน้ากลอง จนญี่ปุ่นต้องประกาศยอมแพ้สงครามโลกครั้งที่สองอย่างไม่มีเงื่อนไข
ออพเพินไฮเมอร์ ตัวนำในเรื่อง ถูกเปรียบกับโพรมีเธียสในปกรณัมปรัมปรากรีก ผู้ขโมยไฟจากทวยเทพมามอบให้แก่มนุษยชาติ เป็นการปลดปล่อยพลังอำนาจอันเกรียงไกรและเรียกคืนไม่ได้ให้แก่เหล่ามนุษย์เดินดิน
นอกจากนั้น ยังถูกเปรียบกับ “พระอรชุน” ในมหาภารตะ ผู้มองเห็นตัวเองเป็นผู้ทำลายล้างโลก
ขอยกเครดิตให้แก่ผู้กำกับ คริสโตเฟอร์ โนลัน ซึ่งให้โอกาสคิลเลียน เมอร์ฟี จากบทบาทที่ไม่ค่อยสำคัญมากใน Dark Knight, Inception และ Dunkirk มาเป็นดาราเต็มตัว

หนัง Steve ก็ใช้ประโยชน์จากความโด่งดังและความสามารถของเมอร์ฟีเต็มๆ เลยทีเดียว
โดยที่หนังซึ่งสร้างมาจากนิยายขนาดสั้นชื่อ Shy ซึ่งเขียนโดย แม็กซ์ พอร์เตอร์ และเน้นที่ตัวละครเอกชื่อ Shy ซึ่งเป็นวัยรุ่นที่ติดยาและก่อเรื่องจนแม่และพ่อเลี้ยงต้องส่งตัวเข้ามา “ดัดสันดาน” ในโรงเรียนสแตนตันวู้ด ซึ่งมี “สตีฟ” เป็นครูใหญ่
หนังเล่าเรื่องที่เกิดขึ้นภายในกรอบยี่สิบสี่ชั่วโมงอันวุ่นวายในชีวิตของสตีฟ
ตอนเช้า ระหว่างทางขับรถไปทำงานที่โรงเรียนสแตนตันวู้ด สตีฟเห็น “ไชย์” (เจย์ ไลเคอร์โก) กำลังตกอยู่ในอารมณ์เคลิบเคลิ้มท่ามกลางทิวทัศน์ชนบทของอังกฤษ
เห็นได้ชัดว่าไชย์เสพยา และอารมณ์ดีเหลือเกิน อย่างที่เรียกว่า “ไฮ” นั่นแหละ
สตีฟไม่ได้ดุด่าว่ากล่าวลูกศิษย์คนโปรดแต่อย่างใด ได้แต่เสนอให้ไชย์ติดรถกลับไปโรงเรียนด้วย แม้ว่าลูกศิษย์จะทำตัวกวนประสาทน่าดู
วันนั้นเป็นวันที่จะมีทีมงานจากบีบีซีมาถ่ายทำรายการสารคดีเกี่ยวกับสแตนตันวู้ด ซึ่งเป็นโรงเรียนที่ตั้งอยู่ในคฤหาสน์เก่าแก่ ภายใต้การดูแลของกองทุนทรัสต์
ผู้สื่อข่าวหญิงเปิดรายการด้วยการนำเรื่องเข้ารายการว่า “โรงเรียนดัดสันดาน” ซึ่งดูแลเด็กผู้ชายวัยรุ่นที่เกกมะเหรกเกเร ก่อปัญหาและหวุดหวิดจะถูกส่งตัวเข้าคุกอยู่รอมร่อนี้ “คุ้มค่า” กับเงินจำนวนมากที่เป็นค่าใช้จ่ายรายปีก้อนโตของโรงเรียนนี้หรือเปล่า
ด้วยงบประมาณจำกัดและรายจ่ายที่ถูกตัดทอนลงเรื่อยๆ โรงเรียนมีครูและเจ้าหน้าที่เพียงไม่กี่คน รับผิดชอบต่อวัยรุ่นชายจำนวนหนึ่ง ซึ่งก่อเรื่องแบบไม่หยุดหย่อนจน “ไม่มีที่ยืนในสังคม” และครอบครัวหมดปัญญาจะดูแลได้เอง
ทั้งสตีฟ (คิลเลียน เมอร์ฟี) ซึ่งเป็นครูใหญ่ และอแมนดา (เทรซี่ อุลล์แมน) ซึ่งเป็นรองครูใหญ่ ทำงานด้วยความทุ่มเทและใจรัก รวมทั้งผูกพันกับเด็กมีปัญหาในความดูแลอย่างยิ่ง
โรงเรียนได้ครูใหม่ที่เพิ่งมาอยู่ได้ไม่นาน คือโชล่า (ลิตเติ้ล ซิมซ์)
สตีฟจึงพูดใส่เทปอัดเสียงบอกเล่าเรื่องต่างๆ ที่เป็นรายละเอียดที่ควรรู้ของเด็กแต่ละคนไว้ให้
นับเป็นกลไกในการเล่าเรื่องที่ให้รายละเอียดและข้อปลีกย่อยได้ดีมาก

นอกจากนั้น เทคนิคการสัมภาษณ์ของผู้สื่อข่าว ซึ่งขอให้ผู้ถูกสัมภาษณ์เลือกคำสามคำที่เป็นคำจำกัดความของตัวเอง ก็เป็นการเล่าเรื่องได้ดีมากอีกอย่าง
สตีฟเลือกคำ very, very และ tired บอกตัวตนของตัวเองในขณะนั้น
โดยเฉพาะเมื่อตัวเขาและคณะครูเพิ่งได้ข่าวที่น่าตกใจจากผู้บริหารกองทุนทรัสต์ของสแตนตันวู้ดว่าโรงเรียนกำลังจะต้องปิดตัวลงในอีกหกเดือนข้างหน้า เพราะทรัพย์สินได้ถูกขายไปแล้ว
นั่นหมายความว่าทั้งครูใหญ่ครูน้อยและนักเรียนซึ่งเป็นเด็กมีปัญหาทุกคนกำลังจะถูกลอยแพ
ซึ่งกลายเป็นน้ำหนักที่ถมทับหัวอกครูทุกคนที่รักและผูกพันกับเด็กเกเรที่ตัวเองกำลังดูแลอยู่
แม้ว่านักเรียนจะยังไม่ระแคะระคายข่าวนี้ แต่อนาคตของพวกเขาก็แขวนอยู่บนเส้นด้าย เพราะความคะนองของวัยรุ่นยังไปทำให้ ส.ส.ซึ่งเป็นนักการเมืองท้องถิ่นผู้เข้ามาปูทาง “หาเสียง” ล่วงหน้าในกลุ่มวัยรุ่นที่ใกล้จะมีสิทธิเลือกตั้ง ต้องเกิดโมโหนอตหลุดจนปึงปังออกไปแทบไม่ทัน

ไชย์ซึ่งมีปัญหาเรื่องการติดยาจนถูกส่งตัวมา “ดัดสันดาน” ได้รับโทรศัพท์จากแม่ ตัดรอนความสัมพันธ์ทั้งหมด ซึ่งหมายความว่าเขาจะไม่ได้รับการต้อนรับจากครอบครัวอีกต่อไป
นี่เป็นฉากที่สะเทือนอารมณ์มาก วัยรุ่นที่หลงทางคนหนึ่งโดนตัดขาดจากแม่ผู้บอกว่าทนต่อไปไม่ไหวแล้ว ไชย์งงจนไม่เชื่อหูตัวเองและพูดอะไรไม่ถูก ไม่เชื่อว่าแม่จะตัดความสัมพันธ์กับลูกได้ด้วยหรือ
ท่ามกลางความวุ่นวายที่ถาโถมกระหน่ำใส่ในวันนั้น สตีฟผู้เปรียบเสมือนพ่อพระสำหรับเด็กหลงทางเหล่านี้ ก็ต้องจัดการกับปัญหาของตัวเอง
ปรากฏว่า หลายปีมาแล้วเขาเกิดอุบัติเหตุทางรถ ซึ่งส่งผลให้เด็กผู้หญิงคนหนึ่งเสียชีวิต และอาการบาดเจ็บจากอุบัติเหตุครั้งนั้นทำให้สตีฟต้องใช้ยาระงับปวดจนกลายเป็นการติดยา
กว่าจะจบสิ้นวันนั้น สตีฟลงเอยด้วยการนอนค้างที่โรงเรียน และออกติดตามหาตัวลูกศิษย์ที่หายตัวไปเป็นจ้าละหวั่น
แม้จะโชคดีที่เรื่องนั้นลงเอยด้วยดี (และมีการใช้สัญลักษณ์ทางศิลปะของภาพยนตร์สื่อสารได้ทรงพลังเสียด้วย) แต่สตีฟก็กลับบ้านตอนเช้าของอีกวันด้วยความเหนื่อยอ่อน
หนังมีตอนจบแบบเปิดปลาย ซึ่งคนดูต้องเลือกตีความเอาเองจากภาพและการกระทำของตัวเอกที่ทิ้งท้ายไว้
คิลเลียน เมอร์ฟี เล่นบทอย่างได้ใจและไม่ทำให้ผิดหวัง แต่ก็เป็นหนังที่ต้องแบกน้ำหนักทางอารมณ์ของความสิ้นหวังท้อแท้อับจนหนทางของตัวละคร
ดูเหมือนว่าไม่มีทางออกอันสวยงามให้แก่ตัวละครเหล่านี้เอาเลย….

STEVE
กำกับ Tim Mielants
นำแสดง Cillian Murphy
Tracey Ullman
Jay Lycurgo
Little Simz
Emily Watson
