บทความต่างประเทศ
วิกฤตการเมืองฝรั่งเศส
เมื่อมาครงทำช็อก
หวนตั้งนายกฯ คนเดิม
อย่างที่ทุกคนทราบดีว่าฝรั่งเศสกำลังเผชิญวิกฤตการเมืองครั้งใหญ่ที่สุดนับตั้งแต่เริ่มการปกครองในระบบสาธารณรัฐที่ 5 หลังนายเซบาสเตียน เลอกอร์นู ประกาศลาออกจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรีฝรั่งเศสแม้ดำรงตำแหน่งมาแค่ 27 วัน หลังพรรคแนวร่วมรัฐบาลและฝ่ายค้านไม่สนับสนุนคณะรัฐมนตรีที่เขาตั้งเมื่อไม่กี่ชั่วโมงก่อนหน้า
ทุกคนคิดว่าประธานาธิบดีเอ็มมานูเอล มาครงจะต้องตั้งนายกรัฐมนตรีคนใหม่ที่พรรคต่างๆ จะต้องยอมรับ
ไม่เช่นนั้นก็ต้องประกาศยุบสภาให้มีการเลือกตั้งใหม่
หรือร้ายแรงสุดคือเขาต้องลาออกจากตำแหน่งประธานาธิบดีฝรั่งเศส
อย่างไรก็ตาม สิ่งที่มาครงทำเพื่อฟันฝ่าวิกฤตการเมืองและเพื่อผ่านร่างงบประมาณปี 2026 ให้ทันก่อนสิ้นปีนี้กลับเป็นการแต่งตั้งเลอกอร์นูให้กลับมาดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีฝรั่งเศสอีกครั้งในวันที่ 10 ตุลาคม แม้จะยื่นหนังสือลาออกไปเมื่อ 4 วันก่อนหน้า
สร้างความงุนงงและไม่พอใจจากขั้วการเมืองต่างๆ ของฝรั่งเศส
ฝรั่งเศสเผชิญกับวิกฤตการเมืองมาสักระยะ หลังมาครงประกาศยุบสภาและเลือกตั้งรัฐสภาในเดือนกรกฎาคม 2024 จนทำให้เกิดสภาแขวนเพราะพรรคฝ่ายซ้าย ฝ่ายกลาง-ขวาของมาครง และฝ่ายขวาจัดไม่มีฝ่ายไหนครองเสียงข้างมากในสภา ทำให้ฝรั่งเศสต้องเปลี่ยนนายกรัฐมนตรีมากถึง 4 คนในเวลาแค่ปีเดียว
ประเด็นใหญ่ที่ทำให้สถานการณ์การเมืองในฝรั่งเศสซับซ้อนยิ่งขึ้นคือวิกฤตด้านงบประมาณรัฐบาล เพราะฝรั่งเศสมีงบประมาณขาดดุลอยู่ที่ 5.8% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมของประเทศ (จีดีพี) ในปี 2024 และมีหนี้สาธารณะสูงถึง 114% ของจีดีพี เป็นประเทศที่มีหนี้สาธารณะสูงที่สุดเป็นอันดับ 3 ของยูโรโซน เป็นรองแค่อิตาลีและกรีซ เป็นโจทย์ให้มาครงต้องตั้งนายกรัฐมนตรีเพื่อมาลดงบประมาณของรัฐบาลให้สำเร็จ
เลอกอร์นูแสดงจุดยืนว่าพร้อมรับภารกิจจากประธานาธิบดีฝรั่งเศสในการทำทุกวิถีทางเพื่อให้ฝรั่งเศสมีงบประมาณในทันก่อนสิ้นปีและแก้ไขปัญหาชีวิตประจำวันของชาวฝรั่งเศส
เลอกอร์นูให้คำมั่นว่าคณะรัฐมนตรีชุดใหม่ของเขาจะเน้นที่ “การเริ่มต้นใหม่และความหลากหลาย”
แต่คณะรัฐมนตรีชุดใหม่กลับมีชื่อรัฐมนตรีคนเดิมหลายคนที่มาจากขั้วการเมืองฝ่ายกลางของมาครงและพรรคอนุรักษนิยมที่เป็นพันธมิตรกัน โดยมีเพียงบางคนที่มาจากคนละขั้วการเมือง
แต่ในเรื่องงบประมาณรัฐบาลนั้น เลอกอร์นูพร้อมที่จะเจรจาในเรื่องการแก้ไขการปฏิรูปบำนาญเพื่อแลกกับเสียงสนับสนุนจากพรรคสังคมนิยม ตราบใดที่ยังอยู่ในกรอบของความเป็นไปได้
ความท้าทายที่กำลังรอเลอกอร์นูคือต้องหาแรงสนับสนุนในสภาเพื่อผ่านร่างงบประมาณรัฐบาลปี 2026 และต้องรอดพ้นจากการถูกโหวตไม่ไว้วางใจ ซึ่งล่าสุดกลุ่มแนวร่วม France Unbowed (LFI) ฝ่ายซ้ายจัดและพรรค National Rally ฝ่ายขวาจัดได้ยื่นญัตติไม่ไว้วางใจแล้วในวันที่ 13 ตุลาคม
ทำให้เลอกอร์นูอาจถูกโหวตไม่ไว้วางใจอย่างเร็วที่สุดในวันที่ 16 ตุลาคมนี้
ซึ่งก็ยังไม่มีความชัดเจนว่าเลอกอร์นูจะมีเสียงสนับสนุนพอที่จะรอดการโหวตหรือไม่ เพราะพรรคสังคมนิยมยังไม่ออกมาแสดงจุดยืนว่าจะโหวตอย่างไร
กลุ่มพรรคฝ่ายซ้ายไม่พอใจที่มาครงเลือกตั้งเลอกอร์นูกลับมาเป็นนายกรัฐมนตรีอีกครั้ง แทนที่จะเป็นแคนดิเดตจากฝ่ายซ้ายเพราะพรรคฝ่ายซ้ายได้เก้าอี้ในสภาไปมากที่สุดในการเลือกตั้งปีที่แล้ว
นายจอร์แดน บาร์เดลลา ประธานพรรค National Rally กล่าวว่ารัฐบาลเลอกอร์นู 2 ที่แต่งตั้งโดยมาครงกำลังถูกโดดเดี่ยวมากกว่าที่เคยเป็น และนี่เป็นความน่าอับอายขายหน้าทางประชาธิปไตยและชาวฝรั่งเศส
ขณะที่โฆษกพรรคสังคมนิยมกล่าวว่านี่เป็นตลกร้ายแก่ชาวฝรั่งเศสหลายล้านคนที่อยากเห็นความเปลี่ยนแปลงและมีความหวังกับอนาคต แต่ก็ขอให้วางใจได้เพราะการดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีของมาครงจะจบลงเร็วๆ นี้แน่นอน
ส่วนหัวหน้าพรรคกรีนกล่าวว่าเป็นเรื่องน่าเหลือเชื่อที่มาครงจะแต่งตั้งนายกรัฐมนตรีคนเดิมที่เป็นคนสนิทของตัวเอง ทั้งที่ควรปล่อยให้ฝ่ายซ้ายมาเป็นรัฐบาล
เลอกอร์นูยอมกลับมาเป็นนายกรัฐมนตรีเพราะเห็นว่าจำเป็นต้องรีบหาทางออกทางการเงินให้กับฝรั่งเศส
แต่ขณะเดียวกันก็ยอมรับชะตากรรมที่รออยู่ข้างหน้าว่าเขาอาจอยู่ในตำแหน่งนี้ไม่นานเพราะการเมืองฝรั่งเศสมีความแตกแยกมาก
แถมยังไม่ปิดโอกาสที่จะยื่นหนังสือลาออกอีกครั้ง แต่ขณะเดียวกัน มาครงก็ยังคงยืนยันคำเดิมว่าจะไม่ยุบสภาและไม่ลาออก
หมายความว่าจนถึงตอนนี้ก็ยังไม่มีแสงสว่างที่ปลายอุโมงค์ว่าวิกฤตการเมืองครั้งใหญ่ของฝรั่งเศสจะสิ้นสุดเมื่อใด
