bg-single

ธุรกิจครอบครัว จิราธิวัฒน์

26.10.2025

วิรัตน์ แสงทองคำ | www.viratts.com

เรื่องราวธุรกิจครอบครัวในสังคมไทย คงน่าสนใจอยู่เสมอ

จากภาพและข่าว “เซ็นทรัลพัฒนา เผยเมกะโปรเจ็กต์ The Central พหลโยธิน ศูนย์การค้าแฟล็กชิพแห่งอนาคต มูลค่า 21,000.ล้านบาท …”( https://www.centralpattana.co.th/ 8 ตุลาคม 2568) กับอีกส่วนตัดตอนยกมา “ตลอด 45 ปีที่ผ่านมาเซ็นทรัลพัฒนา ภูมิใจที่โครงการระดับ World-Class และทุกโครงการของเราเป็นหัวใจสำคัญในการยกระดับย่านต่างๆ ของเมือง และขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศอย่างต่อเนื่อง จากจุดเริ่มต้นของ เซ็นทรัล ลาดพร้าว ซึ่งเป็น Mixed-Use แห่งแรกของไทย และเป็นโครงการ Visionary Shift สร้างความเปลี่ยนแปลงให้วงการรีเทลของไทย…”

นับเป็นโครงการใหญ่ มีความหมายต่อธุรกิจในกลุ่มเซ็นทรัล มองผ่านบทบาท บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) หรือ CPN หนึ่งในบริษัทสำคัญในเครือข่ายธุรกิจครอบครัว ” ..พัฒนาและบริหารศูนย์การค้าขนาดใหญ่แบบครบวงจร..” ก่อตั้งมาปี 2523 เปิดฉากด้วย “เซ็นทรัล ลาดพร้าว ซึ่งเป็น Mixed-Use แห่งแรกของไทย..” (อ้างที่ว่าตอนต้น) เพื่อเปิดพื้นที่ใหม่สู่ชานเมืองกรุงเทพเป็นครั้งแรกด้วย

โครงการ The Central พหลโยธิน ถือเป็นจุดอ้างอิง จากจุดตั้งต้น ด้วยมีโลเกชั่นใกล้กัน

ที่แตกต่างกันคือ เซ็นทรัล ลาดพร้าว ตั้งอยู่บนพื้นที่เช่าของการรถไฟแห่งประเทศไทย

ส่วน The Central พหลโยธิน เป็นที่ดินของตนเองได้มาจากกระบวนการต่อเนื่องในการเข้าครอบงำกิจการ (ปี2561) – บริษัท แกรนด์ คาแนล แลนด์ จำกัด (มหาชน) หรือ GLAND

(ข้อสนเทศตลาดหลักทรัพย์ฯ ล่าสุด ระบุว่า บริษัท ซีพีเอ็น พัทยา จำกัด ถือหุ้น 67.53%)

ห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัล สาขาลาดหญ้า (ภาพจากหนังสือ จิราธิวัฒน์สัมฤทธิ์)

ที่น่าสนใจไม่แพ้กัน กับสาระข่าวข้างต้น คือภาพประกอบข่าว ที่น่าสังเกตปรากฏผู้บริหาร 3 ใน 4 คนนั้น ดูตั้งใจนำเสนอ สะท้อนภาพพัฒนาการในอีกบางแง่มุมด้วย

อย่างที่เคยอ้างอิงและเทียบเคียง Global Family Business Index (การจัดอันดับบริษัทในระดับโลกซึ่งถือเป็นธุรกิจครอบครัว 500 อันดับ โดยมีขึ้นครั้งแรกเมื่อปี 2558) จัดทำขึ้นโดย Center for Family Business at the University of St.Gallen, Switzerland และ EY’s Global Family Business Center of Excellence กิจในการในเครือข่าย Ernst & Young แห่งอังกฤษ

Global Family Business Index ให้คำนิยามธุรกิจครอบครัว ไว้อย่างเจาะจง โดยสรุปว่า หากเป็นบริษัททั่วไป (Private company) ต้องมีผู้ถือหุ้นโดยคนในครอบครัวส่วนใหญ่ และมีอำนาจโหวตในสัดส่วนมากกว่า 50% ส่วนบริษัทซึ่งจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ ผู้ถือหุ้นหลักโดยครอบครัว ต้องมีรวมกันอย่างน้อย 32%

“2015 Global Family Business Index ให้ภาพใหญ่หลายมิติที่น่าสนใจ ในอันดับ 500 บริษัทซึ่งถือเป็นธุรกิจครอบครัว เมื่อพิจารณาจากรายได้แล้ว ส่วนใหญ่อยู่ในอเมริกาเหนือ (โดยเฉพาะสหรัฐฯ) กับยุโรป ทั้งๆ ที่เชื่อกันว่าพัฒนาการธุรกิจในภูมิภาคข้างต้นไปไกลกว่าธุรกิจครอบครัวมากแล้ว ทั้งนี้ เอเชียซึ่งเชื่อว่าธุรกิจครอบครัวมีอิทธิพลอย่างมาก กลับมีสัดส่วนรองลงมา…” เคยสรุปความไว้ เมื่อครั้งมีการจัดอันดับครั้งแรก มาคราวนี้ครบทศวรรษพอดี ภาพนั้นถือว่าไม่เปลี่ยนแปลง ธุรกิจครอบครัวมีฐานในสหรัฐฯ ถือว่ามีสัดส่วนมากที่สุดถึง 29% ขณะในเอเชีย มีสัดส่วน 18% เฉพาะจีนและอินเดีย แค่ 3%

ผ่านมาหนึ่งทศวรรษ กับการจัดอันดับครั้งที่ 5 (จัดให้มี ทุก 2 ปี) ชื่อเปลี่ยนไปบ้าง เป็น 2025 EY and University of St.Gallen Global 500 Family Business Index มีบทสรุปสำคัญที่น่าสนใจ

โดยรวมธุรกิจครอบครัว ทั้ง 500 บริษัท ดำเนินธุรกิจเชิงรุกมากขึ้น มีรายได้รวมกัน มากกว่าเมื่อ 2 ปีทีแล้ว กว่า 10%

สอง เป็นแหล่งจ้างงานในระดับโลกราว 25 ล้านคน

และสาม- 47%-ของทั้ง 500 บริษัทมีส่วนเกี่ยวข้องกับดีลที่เรียกว่า M&A (ควบรวมและซื้อกิจการ)

ที่น่าสนใจบริษัทเหล่านี้ มีถึง 34% อยู่มาได้เกิน 100 ปี และมากที่สุดในสัดส่วน 85% อยู่มาได้ มากกว่า 50 ปี ที่สำคัญมีถึง 40% ผู้บริหารสูงสุด ที่เรียกว่า CEO ยังเป็นคนของครอบครัว

โฆษณาของห้างเซ็นทรัลเทรดดิ้ง เมื่อ พ.ศ. 2495

ว่าไปแล้ว ธุรกิจครอบครัวไทยที่อยู่ในอันดับ เป็นไปตามทิศทางนั้น ที่ผ่านมาได้กล่าวถึงธุรกิจครอบครัวอันดับหนึ่งไปแล้ว (เครือซีพีกับตระกูลเจียรวนนท์)

ถึงเวลามากล่าวถึงอันดับสุดท้ายของไทย (อันดับ 4) คือ บริษัท เซ็นทรัลรีเทล จำกัด(มหาชน) หรือ CRC อยู่ในอันดับ 274 ของ Global 500 Family Business Index ด้วยตระกูลจิราธิวัฒน์ถือหุ้นอยู่ประมาณ 32% โดยอ้างอิงการก่อตั้งย้อนไปในปี 2490 หรืออยู่ในกลุ่มอยู่มาได้เกิน 50 ปี

ว่าไปแล้ว CRC เป็นธุรกิจหลักรากฐานของตระกูลจิราธิวัฒน์ เป็นแกนกลาง ก่อให้เกิดธุรกิจอื่นๆ ตามมา รวมทั้ง CPN ด้วยว่าในภาพรวม ธุรกิจครอบครัวตระกูลจิราธิวัฒน์ นั้นน่าสนใจในหลายมิติ โดยเฉพาะความเคลื่อนไหวในช่วงเร็วๆ มานี้

ย้อนกลับไปราว 3 ปี CPN มีมติแต่งตั้ง วัลยา จิราธิวัฒน์ เป็นประธานเจ้าหน้าที่บริหาร หรือ CEO แทน ปรีชา เอกคุณากูลที่ (ตั้งแต่ 1 มกราคม 2565)

ตามมาด้วยเมื่อต้นปี CRC มีการเปลี่ยนแปลงผู้บริหารครั้งสำคัญ แต่งตั้ง สุทธิสาร จิราธิวัฒน์ ดำรงตำแหน่งประธานเจ้าหน้าที่บริหาร แทน ญนน์ โภคทรัพย์ (ตั้งแต่วันที่ 1 พฤษภาคม 2568)

ส่วนอีกบริษัทในตลาดหุ้น-บริษัทโรงแรมเซ็นทรัลพลาซ่า จำกัด (มหาชน) หรือ CENTEL มี ธีรเดช จิราธิวัฒน์ เป็น CEO มาตั้งแต่ปี 2555

จะว่าเป็นครั้งแรกก็ว่าได้ บริษัทหลักทั้งสามแห่งในตลาดหลักทรัพย์ฯ ในนามธุรกิจครอบครัวจิราธิวัฒน์ มีคนในตระกูลเป็นผู้บริหารอย่างเต็มตัว

ทั้งนี้ วัลยา จิราธิวัฒน์ และสุทธิสาร จิราธิวัฒน์ เป็นพี่น้องจากมารดาคนเดียวกัน (ภรรยาคนที่ 3 ของเตียง จิราธิวัฒน์) โดยสุทธิสารมาหลังสุด ด้วยเป็นบุตรสุดท้อง ถือเป็นคนสุดท้ายแห่งรุ่น 2 ส่วนธีรเดช จิราธิวัฒน์ ถือเป็นรุ่นที่ 3 แล้ว แต่อายุไล่ถือเป็นรุ่นราวคราวเดียวกัน กับทั้งวัลยาและสุทธิสาร

เตียง และสัมฤทธิ์ จิราธิวัฒน์ ถ่ายภาพที่ประเทศญี่ปุ่น เมื่อ พ.ศ. 2493 (ภาพจากหนังสือ จิราธิวัฒน์สัมฤทธิ์)

อย่างที่เคยนำสนอมาแล้ว ว่าเป็นเรื่องน่าทึ่งมาก สำหรับตระกูลจิราธิวัฒน์ ที่มีบุคคลกรครอบครัวต่อเนื่องที่สุดในประวัติศาสตร์ธุรกิจครอบครัวไทยเลยก็ว่าได้ ข้อมูลซึ่งอ้างอิงได้ (จากหนังสือ “จิราธิวัฒน์สัมฤทธิ์” ปี 2535 ) หนังสืออนุสรณ์งานศพ สัมฤทธิ์ จิราธิวัฒน์ (บุตรคนโตของเตียง จิราธิวัฒน์) ในฐานะผู้นำรุ่นที่ 2 สาระสำคัญในหนังสือนั้นระบุไว้ว่า เตียง จิราธิวัฒน์ ผู้ก่อตั้ง ถือเป็นรุ่นที่ 1 มีบุตร-ธิดา จากภรรยา 3 คน รวมกันมากถึง 26 คน อายุห่างจากคนแรก ถึงคนสุดท้าย ราวๆ 30 ปีทีเดียว

อันที่จริงเครือข่ายธุรกิจครอบครัวตระกูลจิราธิวัฒน์ มีคนในตระกูลทั้งรุ่นที่ 2 และ 3 ทำงานร่วมกันในระดับต่างๆ มาพักใหญ่แล้ว หากจะอ้างอิงหมุดหมายนั้น ควรเริ่มในกรณี ทศ จิราธิวัฒน์ บุตรของ สัมฤทธิ์ จิราธิวัฒน์ ทำงานกับกลุ่มเซ็นทรัล มานานเกือบๆ 4 ทศวรรษ และได้ก้าวขึ้นเป็นผู้นำในฐานะ CEO ของกลุ่มเซ็นทรัลมากว่าทศวรรษแล้ว (เท่าที่มีหลักฐาน ราวปี 2556)

เฉพาะในช่วงนี้ การปรากฏตัว ปรากฏบทบาทสำคัญของจิราธิวัฒน์ รุ่นที่ 3 อย่างเป็นขบวน โดยเฉพาะแสดงบทบาทในวงกว้างมากขึ้น อย่างในภาพข่าวอ้างถึงข้างบนนั้น ในกรณี CPN ดูตื่นเต้น อาจเป็นครั้งแรกๆ มากันเป็นทีม มีทั้งชนวัฒน์ เอื้อวัฒนะสกุล (บุตรของ บุตรี เตียง จิราธิวัฒน์) กรรมการผู้จัดการใหญ่ กลุ่มธุรกิจศูนย์การค้าและกลุ่มงานพัฒนาโครงการ อิศเรศ จิราธิวัฒน์ Head of Leasing – Fashion & Luxury และจุฑาธรรม จิราธิวัฒน์ Head of Business Development

ก่อนหน้านี้ที่น่าสนใจมากๆ คือการปรากฏตัวคนรุ่นที่ 4 คนแรกของตระกูลจิราธิวัฒน์ (8 กรกฎาคม 2568) “กลุ่มเซ็นทรัล” แต่งตั้ง “ฌอน ฮิลล์” (บุตรของบุตรีคนแรกของสัมฤทธิ์ จิราธิวัฒน์) เจเนเรชันที่ 4 แห่งตระกูลจิราธิวัฒน์ นั่งแท่นซีอีโอห้างหรู “ดี แบนคอร์ฟ” ในเนเธอร์แลนด์ รับไม้ต่อขับเคลื่อนค้าปลีกยุคใหม่ ข่าวทางการของกลุ่มเซ็นทรัลตั้งใจนำเสนอเป็นพิเศษ (https://www.centralgroup.com/)

เวลานี้ กลุ่มเซ็นทรัล ในภาพเปิดกว้าง อยู่ในมือตระกูลจิราธิวัฒน์ทั้ง 3 รุ่น (generation)



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

วิวัฒนาการ การเปลี่ยนย้ายและข้อจำกัดของ FOIP ของญี่ปุ่น
ไชโย!ประเทศไทยจะรวยแล้ว! (2)
ถอดรหัสเครมลิน – จาก ‘รัสเซีย’ ถึง ‘อาเซียน’
กฎหมายนิรโทษกรรมจากไหน ทำเพื่อใคร?
น้อมวันทาบูชาครู สุนทรภู่จอมปราชญ์สยาม | กวีกระวาด : พุทธิ์นันทะ ผลชัยอรุณ
เสรีแห่งสายน้ำ (ในห้วงคำนึงของนิราศภูเขาทอง) | เรื่องสั้น : นรเศรษฐ์ ทับทิมทอง
ปลายด้ายและรูเข็ม
ปรากฏการณ์ ‘จรวดและขนนก’ เมื่อน้ำมันหน้าปั๊ม ลดราคาลงช้าๆ
อินโดนีเซีย เมื่อนโยบาย สวนทางกับความเป็นจริง
ไทยช่วยไทย แพ้ไทยโกงไทย
สอบวัด KPI 3 เดือนรัฐบาล ‘หนู’ ไม่ ‘รั่ว’ แต่ ‘ร่วง’
ครบรอบ 2 ปี วุฒิสภา คดีฮั้ว ส.ว.ไร้ข้อสรุป สีส้ม จี้ ‘กกต.’ ส่งศาลชี้ขาด บิ๊กสภาสูงย้ำไม่ตะแบง