bg-single

ลุยบูรณะ ‘พระธาตุโนนตาล’ 123 ปี ฟื้น..คุณค่า-ท่องเที่ยววัฒนธรรมอีสาน

26.10.2025

| การศึกษา

กลายเป็นเรื่องสะเทือนใจพุทธศาสนิกชนชาวไทย โดยเฉพาะชาวนครพนม และชาวหมู่บ้านโนนตาล หลังองค์ “พระธาตุโนนตาล” ที่ตั้งอยู่ภายในวัดพระธาตุ หมู่ 9 ต.โนนตาล อ.ท่าอุเทน จ.นครพนม ซึ่งมีอายุเก่าแก่มากกว่า 100 ปี ล้มลงมา เมื่อวันที่ 12 ตุลาคม 2568

พระธาตุโนนตาล นับเป็นพระธาตุเก่าแก่โบราณคู่บ้านคู่เมือง ที่กรมศิลปากรได้ขึ้นทะเบียนเป็นโบราณสถานไว้แล้ว อยู่ในความดูแลของสำนักศิลปากรที่ 9 อุบลราชธานี ถือเป็นสัญลักษณ์ของหมู่บ้าน ที่มีหลักฐานอ้างอิงถึงประวัติการก่อสร้างตั้งแต่ปี 2445 จนถึงปัจจุบัน องค์พระธาตุโนนตาลจึงมีอายุยาวนานถึง 123 ปี

ซึ่งเป็นการก่อสร้างจากพลังศรัทธา ที่พระเกจิร่วมกับชาวบ้านที่อพยพย้ายถิ่นฐานมาตั้งบ้านเรือนในพื้นที่ ต.โนนตาล อ.ท่าอุเทน จ.นครพนม เมื่อช่วงปี 2420

กระทั่งมีการค้นพบซากปรักหักพังของพระธาตุองค์เดิมในเวลาต่อมา จึงได้ร่วมกันบูรณะมาถึงปัจจุบัน และกลายเป็นที่ยึดเหนี่ยวจิตใจ ของชาวบ้านโนนตาล

สำหรับ “สาเหตุ” ที่ทำให้พระธาตุโนนตาลพังทลายลงมา สันนิษฐานว่าน่าจะมาจากรอยร้าวที่เกิดจากสภาพความเก่าแก่ตามกาลเวลา โดยพบว่าองค์พระธาตุโนนตาลมีรอยร้าวตั้งแต่ปี 2562

ประกอบกับความที่มีโครงสร้างที่เป็นฐานแบบก่ออิฐถือปูนของช่างก่อสร้างในยุคนั้น ทำให้มีโอกาสทรุดตัวจนเกิดรอยร้าว ประกอบกับองค์พระธาตุโนนตาล อยู่ติดกับทางหลวงชนบท นพ.3014 ซึ่งเป็นเส้นเลี่ยงเมือง ที่มีรถบรรทุกหนักวิ่งจำนวนมาก จนเกิดผลกระทบ

นอกจากนี้ ยังสันนิษฐานว่าดินที่รองรับตัวพระธาตุโนนตาลน่าจะอุ้มน้ำ เนื่องจากฝนที่ตกต่อเนื่อง ทำให้ฐานทรุดจนล้มลงในที่สุด

โดยความเสียหายทั้งหมดที่เกิดขึ้น ไม่ใช่เฉพาะตัวพระธาตุโนนตาลเท่านั้น แต่เสียหายรวมไปถึงตัว “โบสถ์โบราณ” ที่สร้างอยู่ติดกัน…

ทั้งนี้ ภายหลังพระธาตุโนนตาลได้พังทลายลงมา นายวรวิทย์ พิมพนิตย์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนม รักษาราชการแทนผู้ว่าฯ นครพนม นายชินวัต ทองปรีชา นายอำเภอท่าอุเทน กรรมการสภาวัฒนธรรมจังหวัดนครพนม เจ้าหน้าที่ตำรวจ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และตัวแทนจากสำนักศิลปากรที่ 9 อุบลราชธานี ได้ร่วมกันลงพื้นที่ตรวจสอบหาสาเหตุเร่งด่วนภายหลังเกิดเหตุ

เพื่อเก็บหลักฐานเพิ่มเติม วางแนวทางสร้างองค์ใหม่แทนองค์เดิมที่ล้มลงมา เนื่องจากโครงสร้างพระธาตุโนนตาลองค์เดิมเป็นอิฐถือปูนโบราณ ทำให้เกิดความเสียหายทั้งหมด และไม่สามารถบูรณะจากองค์เดิมได้

นายชินวัต ทองปรีชา นายอำเภอท่าอุเทน แจกแจงที่มาที่ไปของพระธาตุโนนตาลว่า จากข้อมูลหลักฐานทางประวัติศาสตร์ มีการค้นพบพระธาตุโนนตาลประมาณปี 2445 ซึ่งถือเป็นหลักฐานทางประวัติศาสตร์สำคัญในการอพยพย้ายถิ่นฐานของ “ชาวไทญ้อ” อ.ท่าอุเทน นครพนม มาสร้างบ้านแปงเมือง และค้นพบพระธาตุโนนตาล ที่เดิมเป็น “สถูปเก่า” และมีการบูรณะมาต่อเนื่อง โดยได้บูรณะครั้งใหญ่เมื่อปี 2536

ต่อมาเมื่อปี 2560 กรมศิลปากรได้ขึ้นทะเบียนเป็นโบราณสถาน ก่อนจะได้รับอนุมัติงบกว่า 2.6 ล้านบาท สำหรับบูรณะซ่อมแซม เนื่องจากพบรอยร้าวที่โครงสร้างพระธาตุโนนตาล และอยู่ระหว่างการดำเนินการ แต่พระธาตุโนนตาลกลับมาพังลงเสียก่อน

“สาเหตุที่พระธาตุโนนตาลล้ม คาดว่าเกิดจากปัญหาสภาพโครงสร้าง รวมถึง ดินอุ้มน้ำ เกิดปัญหาฐานทรุด ก่อนพังทลายลง รวมถึง ตัวโบสถ์บางส่วน เสียหายจากองค์พระธาตุล้มทับ คาดว่าจะต้องสร้างองค์ใหม่แทนองค์เดิม โดยสำนักศิลปากรที่ 9 อุบลราชธานี คาดว่าจะต้องใช้งบก่อสร้างองค์ใหม่ รูปแบบคล้ายองค์เดิม โดยต้องใช้งบกว่า 20 ล้านบาท” นายอำเภอท่าอุเทน ระบุ

ทั้งนี้ ยังมีหลักฐานสำคัญที่ถูกค้นพบ คือ “ยอดฉัตรเจดีย์” เป็นทองเหลือง 5 ชั้น ความยาวประมาณ 2 เมตร รวมทั้ง มีสร้อยคอทองคำ 2 เส้น น้ำหนักรวม 3 บาท คาดว่ามีสายศรัทธานำมาถวายในช่วงประกอบพิธียกยอดฉัตร เมื่อปี 2536

นอกจากนี้ ยังพบ “พระพุทธรูปโบราณปางเชียงรุ้ง” สร้างด้วยสำริด เป็นพระยืน องค์แรกสูงประมาณ 40 เซนติเมตร หน้าตักประมาณ 3 นิ้ว องค์ที่ 2 สูงประมาณ 30 เซนติเมตร ฐานกว้างประมาณ 3 นิ้ว และองค์ที่ 3 เป็น “พระพุทธรูปปางสมาธิ” สูงประมาณ 10 เซนติเมตร หน้าตักประมาณ 3 นิ้ว คาดว่าอายุไม่ต่ำกว่า 100 ปี

โดยจะตรวจสอบ และเก็บเป็นหลักฐาน…

ขณะที่ น.ส.ซาบีดา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม (วธ.) ระบุว่า ได้รับรายงานเบื้องต้นจากกรมศิลปากรแล้ว และได้ส่งเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่ตรวจสอบทันที พร้อมประสานทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อดำเนินการในขั้นตอนเร่งด่วน ทั้งด้านการรักษาความปลอดภัยในพื้นที่ การเก็บรวบรวมวัตถุโบราณ และการวางแนวทางฟื้นฟูบูรณะองค์พระธาตุ ให้กลับคืนสู่สภาพเดิมโดยเร็วที่สุด

รัฐมนตรีว่าการ วธ.กล่าวว่า พระธาตุโนนตาลเป็นโบราณสถานที่มีอายุเก่าแก่กว่า 121 ปี มีความสำคัญยิ่งต่อชุมชน และชาวนครพนม เป็นศูนย์รวมจิตใจของพุทธศาสนิกชนในพื้นที่ และเป็นสัญลักษณ์ทางวัฒนธรรมที่สะท้อนความศรัทธา และภูมิปัญญาท้องถิ่นของชาวอีสาน โดยกรมศิลปากรได้ขึ้นทะเบียนไว้เป็นโบราณสถานที่สำคัญของชาติ

โดยก่อนเกิดเหตุพระธาตุโนนตาลล้มลงมานั้น กรมศิลปากรได้สำรวจพบว่าองค์พระธาตุมีรอยร้าว ซึ่งน่าจะมีผลต่อโครงสร้าง จึงได้เสริมความมั่นคงชั่วคราวไว้ก่อน และในปีงบ 2569 นี้ กรมศิลปากรได้รับงบเพื่อบูรณะซ่อมแซมองค์พระธาตุ โดยเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา เพิ่งจัดพิธีบวงสรวงเพื่อเริ่มต้นการดำเนินงาน และติดตั้งนั่งร้านเตรียมการบูรณะ

“อย่างไรก็ตาม ช่วงที่ผ่านมาได้เกิดฝนตกหนักในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ภายในองค์พระธาตุมีความชื้นสะสม และอุ้มน้ำจำนวนมาก จนเกิดการพังทลายลงก่อนที่จะเริ่มกระบวนการบูรณะอย่างเป็นทางการ ซึ่งเป็นกรณีที่เคยเกิดขึ้นกับโบราณสถานเก่าแก่ในหลายพื้นที่เช่นเดียวกัน” น.ส.ซาบีดากล่าว

ซึ่ง น.ส.ซาบีดาระบุว่า ภายหลังเกิดเหตุ กรมศิลปากรได้ประสานให้ อ.ท่าอุเทน และฝ่ายปกครองท้องถิ่น เข้าดำเนินการเบื้องต้นทันที โดยได้ลงบันทึกประจำวันไว้ที่สถานีตำรวจ ปิดกั้นพื้นที่บริเวณโดยรอบ เพื่อป้องกันอันตราย และไม่ให้ผู้ใดเข้าไปเคลื่อนย้ายสิ่งของจากซากพระธาตุโนนตาล พร้อมจัดเจ้าหน้าที่เวรยามดูแลความเรียบร้อยอย่างใกล้ชิด

โดยประสานเจ้าหน้าที่จากพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติร้อยเอ็ด เข้าร่วมสำรวจ และเก็บรวบรวมวัตถุโบราณที่อยู่ภายในซากพระธาตุทั้งหมด…

ล่าสุด กรมศิลปากรได้เริ่มกระบวนการสำรวจความเสียหายโดยละเอียด เพื่อจัดทำแบบแปลนการบูรณะใหม่ตามรูปแบบเดิม โดยมีแนวทางใช้กรอบงบเดิมที่ได้รับในปีนี้ ประกอบกับการจัดสรรงบเพิ่มเติมในปี 2570 เพื่อบูรณะให้เสร็จสมบูรณ์ คงไว้ซึ่งคุณค่าทางประวัติศาสตร์ และศิลปกรรมไว้ครบถ้วน

โดยจะอาศัยแนวทางที่เคยใช้ในการบูรณะ “พระธาตุพนม”

เหตุการณ์ครั้งนี้ จึงนับเป็นความสูญเสียทางจิตใจของพี่น้องชาวนครพนม และชาวไทยทั้งประเทศ ขณะเดียวกันก็ยังสะท้อนให้เห็นถึงความสำคัญของการอนุรักษ์โบราณสถาน และมรดกทางวัฒนธรรม ที่ต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน ชุมชน และประชาชนทั่วไป

ซึ่ง น.ส.ซาบีดาย้ำทิ้งท้ายว่า วธ.เร่งดำเนินการทุกขั้นตอนด้วยความรอบคอบ โปร่งใส และเคารพต่อคุณค่าทางประวัติศาสตร์ เพื่อให้การบูรณะพระธาตุโนนตาลครั้งนี้ เป็นแบบอย่างของการฟื้นฟูมรดกวัฒนธรรมที่ยั่งยืน

เพื่อให้ “พระธาตุโนนตาล” กลับมาเป็นศูนย์รวมจิตใจของประชาชนเหมือนเดิม พร้อมทั้งส่งเสริมให้พื้นที่แห่งนี้เป็นแหล่งเรียนรู้ทางศิลปวัฒนธรรม และการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม ที่สำคัญของภาคอีสานต่อไป !!



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

วิวัฒนาการ การเปลี่ยนย้ายและข้อจำกัดของ FOIP ของญี่ปุ่น
ไชโย!ประเทศไทยจะรวยแล้ว! (2)
ถอดรหัสเครมลิน – จาก ‘รัสเซีย’ ถึง ‘อาเซียน’
กฎหมายนิรโทษกรรมจากไหน ทำเพื่อใคร?
น้อมวันทาบูชาครู สุนทรภู่จอมปราชญ์สยาม | กวีกระวาด : พุทธิ์นันทะ ผลชัยอรุณ
เสรีแห่งสายน้ำ (ในห้วงคำนึงของนิราศภูเขาทอง) | เรื่องสั้น : นรเศรษฐ์ ทับทิมทอง
ปลายด้ายและรูเข็ม
ปรากฏการณ์ ‘จรวดและขนนก’ เมื่อน้ำมันหน้าปั๊ม ลดราคาลงช้าๆ
อินโดนีเซีย เมื่อนโยบาย สวนทางกับความเป็นจริง
ไทยช่วยไทย แพ้ไทยโกงไทย
สอบวัด KPI 3 เดือนรัฐบาล ‘หนู’ ไม่ ‘รั่ว’ แต่ ‘ร่วง’
ครบรอบ 2 ปี วุฒิสภา คดีฮั้ว ส.ว.ไร้ข้อสรุป สีส้ม จี้ ‘กกต.’ ส่งศาลชี้ขาด บิ๊กสภาสูงย้ำไม่ตะแบง