หลังเลนส์ในดงลึก | ปริญญากร วรวรรณ
ว่าตามจริง ครั้งที่ผมเริ่มต้นแบกเป้เดินทางเข้าป่านั่น คำว่า “พิชิต” นับได้ว่าเป็นส่วนหนึ่งของแรงบันดาลใจ
ในจำนวนดอยสูงๆ แห่งทิวเขาต่างๆ ในประเทศไทย ผมไปเกือบทุกดอย รวมทั้งยอดเขาสูงสุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้อย่าง โลว์ พีก แห่งเทือกเขาคินาบาลู รัฐซาบาห์ ประเทศมาเลเซีย ซึ่งสูง 4,101 เมตรนั่น ผมไป “พิชิต” ตั้งแต่กว่า 20 ปีที่แล้ว
ผมไปดอยม่อนจอง ตั้งแต่ครั้งเส้นทางรถถึงตีนดอยยังกันดารอย่างยิ่ง ไต่ไปตามดอยผ้าห่มปกหลายครั้ง ส่วนดอยอินทนนท์ ก็มีโอกาสเดินขึ้นดอยบนทางเส้นเดิม และแน่นอน ดอยหลวงเชียงดาว ซึ่งถูกเรียกว่า “เพียงดาว” ที่ร่ำลือถึงความงาม ผมก็ขึ้นไปยืนถ่ายรูปฉากหลังเป็นบรรยากาศยามเย็นดอยสามพี่น้อง ด้วยมาด ผู้พิชิต
ผมมุ่งมั่นกับการเดินขึ้นยอดดอย ไม่เงยหน้าจนกระทั่งบางครั้งประหลาดใจที่ถึงยอดดอยโดยไม่รู้ตัว
บรรยากาศยอดดอยทุกดอยไม่แตกต่างกันนัก ทิวเขาซับซ้อนแสงสวยงามในตอนเช้าและเย็น ทะเลหมอกหนา
ภาพเช่นนี้ผมคงไม่มีโอกาสได้เห็นหากไม่ยอมแบกเป้หนักๆ ไต่ขึ้นทางชัน เหนื่อยหอบ
ขณะยืนดู และอยู่ท่ามกลางความสวยงาม มองไปที่ป่าหนาทึบเบื้องล่าง ผมเริ่มฉุกคิด ผมอาจพลาดอะไรหลายอย่าง เพียงเพราะความรู้สึกอยากพิชิต
ผมรีบเร่งกระทั่งไม่หยุดบริเวณป่าดิบตีนดอยที่มีนกนานาชนิด
ไม่สนใจกับดอกไม้ดอกสวยงามเล็กๆ ที่ขึ้นตามซอกหิน
การ “ฉุกคิด” ทำให้การเดินขึ้นดอยครั้งต่อมาช้าลง ผมเริ่มสังเกตระหว่างทาง รู้ว่าป่าดิบเชิงดอยคือที่พิเศษในการดูนก ดอกไม้หลากหลายชนิดมีอยู่ในพื้นที่เฉพาะ
อีกทั้งกาลเวลาช่วยให้ผมเรียนรู้ บนหนทางเดิน จุดหมายคล้ายเป็นแค่ผลพลอยได้
ไม่ใช่เรื่องซับซ้อนหรือลึกซึ้งอะไร มันเป็นแค่ วันหนึ่งที่ฉุกคิด ก็จะพบกับความจริงที่ป่าและดอยเป็น
ดูเหมือนทุกวันนี้ “การเดินป่า” กลายเป็นเทรนด์ที่ได้รับความนิยมอย่างยิ่ง
ในวันหยุดทางเดินขึ้นดอย ขึ้นภูแออัด เต็นท์กางเบียดเสียด ภาพของผู้คนที่ยืนโพสบนยอดเขา เสื้อผ้าแฟชั่นจัดเต็ม ถูกแชร์ในโซเชียลมีเดียอย่างภาคภูมิใจ
เส้นทางที่ยากลำบาก กลายเป็นตราสัญลักษณ์ของความเท่ ความแกร่ง ความ “พิชิต”
แต่หากมองให้ลึกลงไป เราอาจพบว่า ความหมายแท้ๆ ของ “การเดินป่า” กำลังค่อยๆ ถูกกลืนหายไปทีละน้อย
จากประสบการณ์เดินป่าที่ผมมี การเดินป่า…ไม่ใช่การแข่งขันว่าใครจะไปถึงยอดก่อน
และยิ่งไม่ใช่เวทีโชว์รสนิยมการแต่งตัว และไม่ใช่กิจกรรมเพื่อประกาศว่า “ไปมาแล้ว”
การเดินป่า คือการกลับเข้าไปในพื้นที่ที่ใหญ่กว่าชีวิตเราเอง
คือการเรียนรู้ที่จะเงียบ ฟัง และเคารพ
คือการเดินเข้าไปเพื่อให้ธรรมชาติได้ “พูด” และให้เรา “ฟัง”
เมื่อเดินเข้าไปในป่า ชีวิตต่างๆ ในป่าเฝ้ามองเราด้วยความเงียบสงบ อันเป็นธรรมชาติของมัน
ต้นไม้ไม่ได้ยกย่องเราที่เดินไกล
สายน้ำในลำห้วยไม่ได้ปรบมือให้ ที่เราข้ามลำธารกระแสน้ำเชี่ยวได้สำเร็จ
สัตว์ป่าไม่รู้และไม่จำหรอกว่าเราคือใคร
แต่สิ่งที่เกิดขึ้นในความเงียบนั้นคือ “เราต่างหาก” ที่ถูกสะท้อนกลับมา
เสียงลมหายใจของเรา จังหวะก้าวที่ช้าลง ความรู้สึกเล็กจ้อย เมื่อยืนอยู่ท่ามกลางภูเขาและหมอกหนา
นั่นคือบทเรียนที่แท้จริง ไม่ใช่จากคู่มือเดินป่า แต่จาก ความเป็นจริงของ “ป่า” เอง

ความนิยมเดินป่าในยุคนี้ทำให้หลายพื้นที่ธรรมชาติกลายเป็นฉากหลังของการถ่ายรูปมากกว่าการเป็น “บ้าน” ของสิ่งมีชีวิตที่อาศัยอยู่มาเนิ่นนาน
บางคนเดินเข้าไปโดยไม่ได้เตรียมตัว ไม่รู้แม้แต่วิธีเคารพพื้นที่ ไม่เข้าใจว่าเส้นทางที่เราเหยียบคือเส้นทางเดียวกับสัตว์ที่ใช้ทุกวัน หรือผืนดินที่รากไม้กำลังเกาะเกี่ยวกันอย่างเงียบงัน
การแต่งตัวที่ไม่เหมาะกับสภาพแวดล้อมไม่ใช่ปัญหาใหญ่ที่สุด สิ่งที่น่าเป็นห่วงกว่าคือ “ท่าที” ที่เราเข้าไปในป่า
เข้าไปเพื่อ โชว์ หรือเข้าไปเพื่อ อยู่ร่วมเพื่อเรียนรู้
ธรรมชาติไม่เคยต้องการให้เราทำตัวใหญ่โตในป่า
ไม่มีใครสนใจว่าเราคือใคร ไม่มีแสงไฟ ไม่มีเวที ไม่มีผู้ชม
มีเพียงเรา กับเสียงลม เสียงน้ำ และเสียงของความเงียบที่เรียบง่ายบางที
สิ่งสำคัญของการเดินป่า ไม่ใช่การพิชิตยอดเขา แต่เป็นการ “ลดตัวตน” ลง มองอย่างละเอียดและอยู่ตรงนั้นอย่างรู้สึกถึงชีวิตอื่นที่แบ่งปันพื้นที่เดียวกัน
ป่าไม่ใช่สถานที่ท่องเที่ยว หากแต่เป็นโรงเรียนเป็นบ้านของ “ครู” แต่ครูคนนี้ไม่ได้สอนด้วยคำพูด ป่าสอนด้วยความเงียบ ผู้ที่เดินป่าอย่างแท้จริงจึงไม่ใช่คนที่พิชิตยอดเขาสูงที่สุด
แต่คือคนที่รู้จัก “ก้มลง” มองใบไม้เล็กๆ ข้างทาง รู้จัก “ฟัง” เสียงป่าที่เบาจนแทบไม่ได้ยิน และรู้จัก “หายใจ” อย่างถ่อมตน
การเดินเงียบๆ อาจเปลี่ยนเรามากกว่าการเดินเป็นหมู่คณะเปิดเพลงพูดคุยเสียงดังทั้งวัน เพราะเมื่อเสียงรอบตัวเบาลงเราจะเริ่มได้ยินเสียงข้างในชัดขึ้น และบางทีสิ่งที่พิชิตจริงๆ ไม่ใช่ยอดเขา แต่เป็น “ตัวเราเอง” การเดินป่า รวมทั้งการถ่ายภาพ แท้จริงคือการทำให้ตัว “เล็ก” ไม่ใช่เพื่อให้ป่ายิ่งใหญ่ขึ้น เพราะป่ายิ่งใหญ่อยู่แล้ว การเดินป่า กล้อง, เลนส์ เป็นเครื่องมือ เพื่อให้เรา มองเห็น ความยิ่งใหญ่นั้น
กาลเวลารวมทั้งประสบการณ์ ทำให้ผมฉุกคิด เดินช้าลง ไม่ใช่ด้วยความรู้สึกของผู้พิชิตอีกต่อไป นั่นทำให้ผมเห็นความจริง เริ่มต้นด้วยความสวยงาม เป็นสิ่งที่ดี เริ่มด้วยเสื้อผ้า อุปกรณ์ดีๆ ย่อมไม่ใช่ปัญหา เพียงแต่ไม่ลืมว่า หัวใจ ของการเดินป่าแท้จริงคืออะไร การไม่ฉุกคิด ไม่ยอมรับความจริงว่าตั้งแต่ก้าวแรกที่เหยียบลงผืนป่า
เราทุกคนต่างเป็นผู้รบกวน คงมุ่งมั่นกับการ “ปีนดอย” ด้วยความตั้งใจจะพิชิต คล้ายจะคือ ปัญหาที่แท้จริง
