bg-single

33 ปี ชีวิตสีกากี พล.ต.ต.ปวีณ พงศ์สิรินทร์ (148)

05.11.2025

บทความพิเศษ | พล.ต.ต.ปวีณ พงศ์สิรินทร

พวกอาฆาตสังคม

วันที่ 27 พฤษภาคม 2540 พล.ต.ต.วรรณรัตน์ คชรักษ์ รอง ผบช.ก. พร้อมด้วย พล.ต.ต.วชิระ ทองวิเศษ ผบก.ป. และเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนสอบสวนคดีฆ่า 5 ศพ ได้ประชุมที่ สภ.อ.สิงหนคร เพื่อตรวจสอบสำนวนการสอบสวน และรวบรวมพยานหลักฐานต่างๆ อีกทั้งได้สอบสวน นายประจักษ์ พุกบุญมี พยานสำคัญที่เห็นนายเรืองศักดิ์กับนายสงกรานต์ อยู่ที่บ้านนายประภาสในวันเกิดเหตุ และได้พูดคุยกับทั้งสองฆาตกรโดยเวลานั้นไม่ทราบว่า คู่หูอำมหิต ได้จับเด็กมัดไว้เตรียมฆ่าแล้ว

พล.ต.ต.วรรณรัตน์ได้ให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนว่า “ที่นำ พล.ต.ต.วชิระ ทองวิเศษ ผบก.ป. มาเพื่อร่วมกันคลี่คลายคดียิง ด.ต.ดุสิต รัตนมณี นายดาบนักธุรกิจ เป็นอีกคดีหนึ่งที่ยังค้างอยู่ หลังจากเสร็จคดีฆ่า 5 ศพแล้ว ซึ่งขณะนี้ใกล้จะสรุปสำนวนการสอบสวน เหลือเพียงสอบพยานแวดล้อม ส่วนนายเรืองศักดิ์กับนายสงกรานต์จะพลิกลิ้นกลับคำให้การในชั้นศาลหรือจ้างทนายความสู้คดีนั้น ไม่หนักใจเลย เพราะฆาตกรจนมุมด้วยพยานและหลักฐาน ไม่ได้รับสารภาพเอง”

“คดีนี้พยานหลักฐานแน่นหนามาก และจากประสบการณ์ไม่พบว่ามีผู้บงการอยู่เบื้องหลัง เชื่อว่ามีฆาตกรแค่ 2 คน สาเหตุการสังหารนั้น น่าจะเป็นด้วยสัญชาตญาณโหดของฆาตกรที่มีในจิตใจ มากกว่าสาเหตุอื่น แต่เพื่อให้ทุกอย่างกระจ่างชัดขึ้นและความสบายใจของทุกฝ่าย ยังให้สอบสวนหาผู้บงการกับสาเหตุแท้จริงอีกต่อไป”

“สำหรับคดี ด.ต.ดุสิตนั้น คืบหน้าไปพอสมควร สาเหตุนั้นมีสองสามประเด็น มือสังหารเป็นมือปืนรับจ้าง ไม่ใช่เรื่องโกรธเคืองกัน บอกได้เพียงเท่านี้ ขอให้ติดตามการทำงานของตำรวจต่อไปแล้วจะทราบกันเอง”

นายนิพล ผดุงทอง อัยการจังหวัดสงขลา กล่าวกับนักข่าวว่า อัยการจะรอรับสำนวนเพื่อนำมาตรวจสอบอีกครั้ง พร้อมสรุปรายงานให้อธิบดีกรมอัยการเขต 9 ทราบ เนื่องจากเป็นคดีใหญ่และสะเทือนขวัญ โดยจะมีการจัดตั้งคณะทำงานขึ้นมา เพื่อความรวดเร็วในการดำเนินคดีก่อนที่จะส่งฟ้องศาล

นายกำพล ภู่สุดแสวง อธิบดีผู้พิพากษาภาค 9 ได้ชี้แจงเพิ่มเติมต่อสื่อมวลชนถึงการเตรียมความพร้อมในวันพิจารณาไต่สวนและตัดสินคดีฆ่า 5 ศพ ว่า เป็นคดีสะเทือนขวัญได้รับความสนใจจากประชาชนทั่วประเทศ จะมีการปรึกษากับผู้พิพากษาหัวหน้าศาลจังหวัดสงขลา เพื่อขอให้จัดโทรทัศน์วงจรปิดให้ผู้สนใจได้รับชมการพิจารณาคดีด้านนอกห้องพิจารณาคดี และทางศาลเองก็จะต้องถ่ายวิดีโอเก็บไว้ด้วย เพราะเป็นคดีสำคัญ

หากว่าสำนวนที่ทางฝ่ายอัยการสรุปฟ้องมามีความสมบูรณ์เต็มที่และผู้ต้องหาให้การรับสารภาพในชั้นศาล ก็จะพยายามดำเนินการสืบพยานและตัดสินภายในวันเดียว

ทางด้านสื่อมวลชนนั้น ทางศาลจะอำนวยความสะดวกให้เข้าไปถ่ายบันทึกภาพได้ในห้องพิจารณาคดี แต่ต้องเป็นในช่วงก่อนที่คณะผู้พิพากษาจะขึ้นบัลลังก์ ซึ่งเป็นกฎระเบียบทั่วไปของศาล

เป็นเวลาเดียวกับตำรวจต่างท้องที่ พ.ต.ท.สมพล เรืองเกตุพันธุ์ สวส.สภ.อ.ปากพะยูน จว.พัทลุง เดินทางมาสอบสวนบันทึกปากคำนายเรืองศักดิ์ ในคดีปล้นปั๊มน้ำมัน ซึ่งนายเรืองศักดิ์ให้การรับสารภาพ

พ.ต.อ.โกศล พริ้งคงพล ผกก.สภ.อ.เมืองสงขลา และ พ.ต.ท.ณรงค์ยศ อุณหบัณฑิต สว.สส.สภ.อ.เมืองสงขลา ได้ควบคุมตัวนายอรรถพล นพวงศ์ หรือผู้ใหญ่เม่น ตามหมายจับของ สภ.อ.เมืองสงขลา เลขที่ 70/2534 ลงวันที่ 2 กันยายน 2534 ในความผิดฐานปล้นทรัพย์ผู้อื่น และใช้อาวุธปืนเป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับอันตราย ไปยัง สภ.อ.เมืองสงขลา โดยห้ามประกันอย่างเด็ดขาด

ในด้านการรักษาความปลอดภัย พ.ต.อ.วีระยุทธ สิทธิมาลิก รอง ผบก.ภ.จว.สงขลา ได้เดินทางมาประชุมตำรวจ สภ.อ.สิงหนคร จำนวน 75 นาย เพื่อเตรียมความพร้อมในการควบคุม 2 ผู้ต้องหา ได้มีการจัดกำลังเพิ่มในช่วงเวลา 16.00-8.00 น. โดยใช้สายตรวจ 10 นาย หน่วยปฏิบัติการพิเศษ 6 นาย พร้อมกับอาวุธปืนยาวประจำบน สภ.อ.สิงหนคร

ตำรวจที่ทำหน้าที่เวรยามห้ามออกนอกพื้นที่ และห้ามบุคคลอื่นเข้ามาบริเวณห้องควบคุมผู้ต้องหาโดยเด็ดขาด จนกว่าจะถึงวันที่ 3 มิถุนายน 2540 ซึ่งจะต้องควบคุมตัว 2 ผู้ต้องหาไปส่งศาลจังหวัดสงขลา

วันที่ 30 พฤษภาคม 3540 เวลาประมาณ 21.00 น. นายตาด สะหมัด กับนายสุเวชหรือหลอน เตย็บอารี ได้ร่วมกันใช้อาวุธปืนยิงนายราเชล สันสะอีด ถึงแก่ความตาย และใช้อาวุธปืนยิงนายรอเฉด สุราตะโก ได้รับบาดเจ็บแล้วหลบหนีไป

เหตุเกิดที่บ้านล่าง หมู่ที่ 2 ต.สทิงหม้อ อ.สิงหนคร จ.สงขลา

เป็นคดีอุกฉกรรจ์ที่เกิดขึ้นเสมอในพื้นที่ที่มีอาชญากรรมดุเดือด

วันที่ 1 มิถุนายน 2540 พ.ต.ท.ทวี สอดส่อง รอง ผกก.1 ป. พร้อมด้วยนายวัลลภ ปิยะมโนธรรม หัวหน้าศูนย์ให้คำปรึกษา มศว ประสานมิตร ผู้เชี่ยวชาญจิตวิทยา โรงพยาบาลสุขุมวิท ได้เดินทางไปยัง สภ.อ.สิงหนคร และได้นำตัวนายเรืองศักดิ์ออกจากห้องขัง ให้นายวัลลภตรวจสอบพฤติกรรม โดยมีการนำภาพศิลปะมากกว่า 10 ภาพ ออกมาให้นายเรืองศักดิ์ดูว่าเป็นภาพอะไรตามที่นายเรืองศักดิ์จินตนาการ และมีการซักถาม-ตอบประมาณ 2 ชั่วโมง

หลังจากการตรวจสอบพฤติกรรมของนายเรืองศักดิ์เสร็จสิ้นลงแล้ว นายวัลลภได้เปิดเผยเบื้องต้นว่า ไม่ได้เป็นโรคจิต ซึ่งโรคจิตแปลว่าคนบ้า ที่ตรวจชัดเจนพูดได้ว่า 100% นายเรืองศักดิ์ไม่ใช่คนบ้า และไม่ใช่คนวิกลจริต แต่มีความผิดปกติทางจิต ซึ่งเรียกได้ว่าเป็นเหยื่อสังคม ที่พบสภาพแวดล้อมไม่ดีมาตลอด การกระทำอะไรไป รู้ตัวมาตลอดและเป็นคนที่รอบคอบด้วยซ้ำไป สามารถวางแผนและคิดอะไรเหนือกว่าคนอื่น แต่มีความเก็บกดมากกว่าคนอื่น

ซึ่งภาษาจิตเวช เรียกพวกนี้ว่า บุคลิกภาพแปรปรวนใกล้เคียงกับประเภทต่อต้านสังคม หรือเกลียดสังคม ซึ่งใช้นิยามใหม่พวกนี้ว่า “สังคมฆาต” หรือพวกอาฆาตสังคม คือ ไม่มีใครเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่แก่พวกเขา เขาจึงทำอะไรก็เพื่อประโยชน์ส่วนตัว หากพวกนี้ไปรวมกับกลุ่มซึมเศร้า อาจเกิดพฤติกรรมฆ่าตัวตายหมู่ได้

แต่ที่น่ากลัวคือ พวกบุคลิกภาพแปรปรวนนี้คิดแล้วทำอย่างบ้าบิ่น รวมทั้งคิดว่าตัวเองทำถูกต้อง ไม่เคยคิดว่าตัวเองผิดหรือคิดให้ใครมาช่วย

และแล้ว พล.ต.ต.มาโนช ไกรวงศ์ ซึ่งมีความชำนาญพื้นที่ภาคใต้ ก็เดินทางมารับตำแหน่งใหม่ คือ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดสงขลา แทน พล.ต.ต.ปรีชา แสงวรรณ ที่เลื่อนตำแหน่งสูงขึ้น เป็นผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 9 ส่วน พ.ต.อ.นุกูล โสมทัต เลื่อนสูงขึ้นเป็น ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดพัทลุง

วันที่ 2 มิถุนายน 2540 นายบัญญัติ จันทน์เสนะ ผวจ.สงขลา ได้เชิญ นายนิพล ผดุงทอง อัยการจังหวัดสงขลา นายจรัญ เสวกพันธุ์ ผู้บัญชาการเรือนจำกลางจังหวัดสงขลา และคณะพนักงานสอบสวนคดีฆ่า 5 ศพ ประกอบด้วย พ.ต.อ.วีระยุทธ สิทธิมาลิก รอง ผบก.ภ.จว.สงขลา พ.ต.อ.ชำนาญ เครือบัว ผกก.สภ.อ.สิงหนคร พ.ต.ท.ปวีณ พงศ์สิรินทร์ รอง ผกก. (สส.) สภ.อ.สิงหนคร พ.ต.ท.ทวี สอดส่อง รอง ผกก.1 ป. ร.ต.อ.สมพร ขัติยะ รอง สวส.สภ.อ.สิงหนคร มาร่วมรับประทานอาหารที่ตำหนักเขาน้อย เพื่อหารือพูดคุยและประสานงานเกี่ยวกับคดีตั้งแต่ขั้นตอนของการสรุปสำนวนการสอบสวน และส่งต่อให้อัยการยื่นฟ้องต่อศาล การวางกำลังคุ้มกัน การนำตัวผู้ต้องหาขึ้นศาลและส่งเข้าเรือนจำ

เนื่องจากนายบัญญัติ ผวจ.สงขลา เกรงว่าจะเกิดความหละหลวม จึงต้องการให้ทุกฝ่ายที่รับผิดชอบเตรียมการให้ดีที่สุด ป้องกันปัญหาด้านต่างๆ รวมทั้งป้องกันผู้ต้องหาคิดทำร้ายเจ้าหน้าที่แล้วหลบหนี เพราะเป็นคดีสะเทือนขวัญ ประชาชนมีการติดตามข่าวคราวกันทั้งประเทศ จึงควรที่จะมีการพูดคุยกันให้เกิดความเข้าใจกันมากที่สุด

และเพื่อเป็นการสร้างความมั่นใจให้แก่ผู้ที่รับผิดชอบมากขึ้น นายบัญญัติยังกล่าวอีกว่า อาชญากรเมืองไทยต้องลบชื่อออกให้หมด แล้วใส่ชื่อนายเรืองศักดิ์ ทองกุล หรือไอ้ศักดิ์ ปากรอ เป็นอันดับหนึ่ง

เพราะไม่มีใครโหดเหี้ยมเท่า เป็นอาชญากรที่รู้เทคนิคการฆ่าและใจเย็นผิดมนุษย์



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

วันที่ฝันเป็นจริง
ประชาชนขนทรายเข้าวัด
พักร้อน
Lonely Castle in the Mirror : บทบาทของครูและแม่เรื่องบูลลี่
‘คอนเสิร์ตที่ (ไม่) พึงปรารถนา’
คุยกับทูต เอลชิน บาชีรอฟ อาเซอร์ไบจาน เสน่ห์สองทวีป สู่ดาวรุ่งฤดูหนาว (1)
E-DUANG | เป้าหมาย iLaw ยิ่งชีพ เป้าหมาย #สั่งฟ้องสว.
“ขื่น”ในความ”ยินดี” | สถานีคิดเลขที่12 โดย สุวพงศ์ จั่นฝังเพ็ชร
เหรียญรูปเหมือน 2477 สมเด็จพระมหาวีรวงศ์ วัดสุปัฏนาราม จ.อุบลฯ
แก้ท่วมซ้ำซาก ‘น่าน’
‘กับดัก’
เอ็กซ์คลูซีฟ ‘เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ’ ขอเป็น ‘เดอะแบก’ ให้ประเทศ ‘ซ่อม-สร้าง (บุญใหม่)’ เศรษฐกิจไทย