ภาพยนตร์ | นพมาส แววหงส์
Jules ถูกจัดเป็นประเภทหนังที่เรียกว่า “ดราเมดี้” (dramedy) ซึ่งเป็นคำประสมเกิดใหม่ของ “ดรามา” บวก “คอเมดี้” แปลว่าให้น้ำหนักความโน้มเอียงของหนังทั้งสองประเภทเฉลี่ยพอๆ กัน จนไม่รู้จะเทให้ข้างไหนดี ก็เลยเอามารวมเข้าเป็นคำใหม่เสียเลย
สมัยก่อนก็เคยมีคำประสมคล้ายๆ กันนี้มาแล้ว คือ แทรจิ-คอเมดี้ จาก tragedy+comedy หรือ “รอม-คอม” (romantic comedy หรือ romance + comedy) เป็นต้น
Jules เป็นหนังอินดี้ ซึ่งใช้ทุนสร้างต่ำ และเล่าเรื่องราวเรียบง่าย แต่กินใจมาก
โดยเฉพาะใช้นักแสดงฝีมือดีเพียงไม่กี่คน ก็เล่าเรื่องได้จับใจและชวนซาบซึ้ง
แน่นอนว่าชวนให้นึกถึงหนัง E.T. ของสตีเวน สปีลเบิร์ก ซึ่งเล่าเรื่องสัมพันธภาพระหว่างเด็กชายเด็กหญิงกับมนุษย์ต่างดาวที่พลัดหลงมาอยู่บนโลกมนุษย์
แต่คราวนี้เป็นความสัมพันธ์ระหว่างชายหญิงสูงวัยกับมนุษย์ต่างดาวที่เผอิญทำยานอวกาศตกลงมาในสนามหลังบ้านของชายชราที่อยู่คนเดียวในเมืองเล็กๆ ในรัฐเพนซิลเวเนีย ห่างไกลแสงสีและชีวิตอันวุ่นวายในมหานครใหญ่ๆ

มิลตัน โรบินสัน (เบน คิงสลีย์) เป็นชายวัย 78 ปี ใช้ชีวิตอยู่ลำพังในบ้านหลังเล็ก มีลูกสาวเป็นสัตวแพทย์ แวะเวียนมาคอยดูแลความเป็นอยู่ และเริ่มเป็นห่วงพ่อที่ต้องอยู่คนเดียวเมื่อพบว่าพ่อเริ่มมีอาการสมองเสื่อม เอาอาหารกระป๋องไปเก็บไว้ในตู้ในห้องน้ำชั้นบน
มิลตันไปประชุมสภาเทศบาลของเมืองทุกสัปดาห์ และทุกครั้งเขาจะลุกขึ้นพูดในประเด็นซ้ำๆ เพื่อเรียกร้องให้คณะกรรมการฯ นำไปปฏิบัติ เช่นการเปลี่ยนสโลแกนของเมือง และการทำทางข้ามแยกในเส้นทางเดินที่เขาใช้เป็นประจำ
หญิงสูงวัยชาวเมืองอีกสองคน คือ แซนดี้ (แฮเรียต แซนซัม แฮริส) และจอยซ์ (เจน เคอร์ติน) ก็ลุกขึ้นปราศรัยในการประชุมสภาเทศบาลฯ ทุกครั้งเหมือนกัน ด้วยข้อเรียกร้องเดิมๆ ของตน
อยู่มาวันหนึ่ง มิลตันพบว่ามียานยูเอฟโอตกลงมาในสนามหลังบ้าน ทำให้ไม้ดอกต้นโปรดของเขาพังพินาศ
เขาโทร.เรียกศูนย์เหตุด่วนเหตุร้าย พนักงานรับสายก็ไม่เชื่อถือ และไม่ส่งเจ้าหน้าที่มาดูแลจัดการ
หลายวันผ่านไป มีอีทีหน้าตาประหลาดคลานออกมานอนพะงาบๆ ที่ลานหลังบ้าน มิลตันทำอะไรไม่ถูก คิดอะไรไม่ออก เลยเอาแก้วใส่น้ำไปวางไว้ให้ ก่อนจะหลบเข้าบ้านมานั่งประหวั่นพรั่นพรึงอยู่คนเดียว
หลายวันผ่านไป มิลตันเริ่มคุ้นเคยกับอีที และเชื้อเชิญเข้าบ้าน จัดเตรียมอาหารการกินมาให้ พบว่าอีทีกินแต่แอปเปิ้ลอย่างเดียว
เขาก็เลยออกไปซูเปอร์มาร์เก็ต ซื้อแอปเปิ้ลมาเก็บไว้ และเมื่อแคชเชียร์ถาม เขาก็บอกตามตรงว่ามีอีทียานตกมาอยู่ด้วยเป็นแขกของบ้านเขา
แน่นอนว่ามิลตันถูกมองว่าเป็นตัวประหลาดเสียเอง จากโรคคนแก่คือสมองเสื่อมจนสติเลอะเลือนไปแล้ว

หญิงสูงวัยที่ชอบเจ้ากี้เจ้าการและขี้สงสัยสองคนตามไปถึงบ้านมิลตันจนเจออีทีเข้าให้ และค่อยๆ ผูกมิตรด้วย
แซนดี้ตั้งชื่อให้อีทีว่า “จูลส์” ขณะที่จอยซ์เห็นว่าหน้าตาไม่เหมือนคนชื่อจูลส์ น่าจะชื่อ “แกรี่” มากกว่า
ส.ว.ต่างคนต่างมีความยึดมั่นถือมั่นและทิฐิของตนเหนียวแน่น แต่จูลส์ก็กลายเป็นชื่อเรียกสำหรับแซนดี้และมิลตันต่อมา
จูลส์ต้องหาพลังงานและวัสดุมาซ่อมแซมยานให้กลับมาทำงานได้ และกว่าจะสื่อสารกันเข้าใจได้ก็ใช้เวลาอยู่พักใหญ่ ชายหญิงสูงวัยสามคนจึงได้รู้ว่า
จูลส์ต้องการแมวตายห้าตัวสำหรับซ่อมยานเพื่อพาเขากลับขึ้นสู่อวกาศได้อีกครั้ง…

ขอหยุดเนื้อเรื่องไว้แค่นี้ดีกว่าค่ะ ที่เหลือเชิญหาดูเอาเอง เพียงขอบอกว่าหนังอินดี้เล็กๆ เรื่องนี้มีเนื้อหาสาระชวนคิดแฝงไว้มากกว่าการเป็นเรื่องของมนุษย์ต่างดาวบนโลก
มีเนื้อหาเกี่ยวกับชีวิตและความตาย การใช้เวลาอยู่บนโลก ความเป็นไม้ใกล้ฝั่ง ความเดียวดาย ความเสียดายในโอกาสที่พลาดไป และสัมพันธภาพในครอบครัว
นอกจากลูกสาวที่แวะเวียนมาดูแลพ่อในวัยชราแล้ว มิลตันมีลูกชายอีกคนซึ่งย้ายไปอยู่เมืองใหญ่และขาดการติดต่อกันไปนานเพราะเกิดหมางใจกันในบางเรื่องที่ไม่ได้เฉพาะเจาะจงรายละเอียด
แซนดี้มีลูกสาวเป็นเลสเบี้ยนอย่างเปิดเผย ซึ่งตัวแซนดี้เองก็ไม่รู้สึกอะไร รับได้และชิลๆ กับเรื่องนี้ แต่การณ์กลับเป็นว่าแม่ของคู่ชีวิตลูกสาวไม่โอเค ลูกสาวของแซนดี้ก็เลยต้องใช้เวลาคอยเอาอกเอาใจแม่ของอีกฝ่าย จนขาดการติดต่อกับแม่ของตัวเองไปหลายปี
ส่วนจอยซ์เคยมีความสุขอยู่ในเมืองใหญ่ แต่ต้องมาอยู่เมืองชนบทเล็กๆ เหงาหงอย เลยพยายามสร้างความสัมพันธ์กับคนรุ่นใหม่ และเป็นเหตุให้พาตัวเองไปสู่สถานการณ์คับขัน ซึ่งจูลส์ต้องเข้ามาช่วยเหลือ…อย่างชวนขนหัวลุก
หนังลงจบด้วยการอวสานจบเรื่องตามที่ควรเป็น และสื่อสารประมาณว่า “เมตตาธรรมค้ำจุนโลก” และว่าในท่ามกลางความโดดเดี่ยวเดียวดายและชีวิตที่ดูเหมือนจะไร้ค่าไร้ประโยชน์
แต่โลกนี้ก็ยังมีความหวัง…
คนชอบดูหนังที่บ้านและคนชอบดูหนังอินดี้น่าจะชอบ และมีฉายในเน็ตฟลิกซ์ค่ะ

JULES
กำกับ
Marc Turtletaub
นำแสดง
Ben Kingsley
Harriet Sansom Harris
Jane Curtin
Jade Quon
Zoe Winters
