| ประจำวันที่ 31 ต.ค. – 6 พ.ย. 68

ฝันอันเหลือเชื่อ

ขอฝันใฝ่ในฝันอันเหลือเชื่อ

เมื่อ “ผู้ใหญ่” สั่งแก้ไขกฎหมาย –

สูงสุดที่บั่นทอน – บ่อนทำลาย

ก่อเหตุเสียหายแก่ประเทศชาติบ้านเมือง …

ไม่น่าเชื่อว่าจะเป็นไปได้

ฯพณฯ ทั้งหลายสมานฉันท์

แก้ไขรัฐธรรมนูญร่วมกัน

พลิกผันศรัทธาสู่โลกาภิวัตน์

ประชาชนแซ่ซ้องสรรเสริญ

มุ่งหน้าเดินเคียงไหล่พร้อมเพรียงกัน

ทุกองคาพยพผูกสัมพันธ์

“ธรรม” สัตยาบัน …แน่วแน่แก้ไข

ขอฝันใฝ่ในฝันอันเหลือเชื่อ

เมื่อ “นักการเมือง” ถวายสัตย์ฯ …”ถือศีล”

เสียสละ อุทิศตนเพื่อแผ่นดิน

“ไม่โกงกิน” ประเทศชาติ (บ้านเกิดตน)

สงกรานต์ บ้านป่าอักษร

ทั้ง การจับมือ เพื่อแก้ไขรัฐธรรมนูญ

ทั้งการให้นักการเมืองให้คำสัตย์” (จะ) ไม่โกง”

ไม่อยากให้เป็นแค่ “ฝัน” อันเหลือเชื่อ

อยากให้เป็นสิ่งที่เกิดขึ้น “จริง”

แต่ จริง-จริงหรือ?!?

“ฝัน” อันเหลือเชื่ออีกแล้วเรา (ฮา)

ภัย “ไซเบอร์”

ลองจินตนาการดูว่าหากองค์กรต้องสูญเงินกว่า 2.61 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ

ข้อมูลสำคัญที่สุดขององค์กร กว่า 2.45 เทราไบต์ถูกเปิดเผย

และยังต้องหยุดทำงานเกินหนึ่งวันเต็มโดยที่ไม่ได้มีการวางแผนล่วงหน้า

เหล่านี้คือความเป็นจริงที่โหดร้ายของต้นทุนที่เพิ่มสูงขึ้นเรื่อยๆ จากการถูกโจมตีทางไซเบอร์ในปัจจุบัน

เมื่อรายได้ดิจิทัลเติบโตขึ้น ความถูกต้อง ความพร้อมใช้งาน และความปลอดภัยของข้อมูลจึงกลายเป็นประเด็นที่สำคัญเร่งด่วนสำหรับผู้บริหารระดับสูง

โดยเฉพาะในเวลาที่หลายองค์กรต่างเร่งนำเทคโนโลยีล่าสุดมาใช้

องค์กรต่างๆ ทั่วภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกและญี่ปุ่น

ยังคงเผชิญกับความท้าทายอย่างมากจากการถูกโจมตีด้วยแรนซัมแวร์

และมักจะแก้ไขปัญหาด้วยการจ่ายเงินค่าไถ่ที่มีมูลค่าสูง

แม้ว่าการจ่ายเงินส่วนใหญ่จะอยู่ภายใต้ประกันภัยไซเบอร์

แต่องค์กรส่วนใหญ่ก็ยังคงต้องแบกรับภาระทางการเงินบางส่วนด้วยตัวเอง

โดยมีเพียง 36% ขององค์กรเท่านั้นที่รายงานว่าประกันภัยไซเบอร์จ่ายชดเชยการค่าไถ่ได้เต็มจำนวน

ขณะที่มีองค์กร 38% ได้รับความคุ้มครองเพียงแค่บางส่วนเท่านั้น

ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงช่องว่างทางการเงินที่สำคัญ เพราะการชดเชยที่ไม่ครอบคลุม

ทำให้องค์กรยังคงต้องแบกรับค่าใช้จ่ายบางส่วนด้วยตนเอง แม้ว่าจะมีประกันไซเบอร์อยู่แล้วก็ตาม

นอกจากนี้ องค์กรจำนวน 14% เลือกที่จะจ่ายค่าไถ่ด้วยเงินของตัวเองโดยตรงโดยไม่ผ่านกรมธรรม์ประกันภัย

ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความจำเป็นเร่งด่วนอย่างยิ่งในการฟื้นฟูเพื่อให้ธุรกิจสามารถกลับมาดำเนินงานได้โดยเร็วที่สุด

ท้ายที่สุด มีแค่เพียง 10% ขององค์กรในภูมิภาคเท่านั้นที่สามารถกู้คืนข้อมูลได้โดยไม่ต้องจ่ายค่าไถ่

ซึ่งชี้ชัดว่าการจ่ายเงินยังคงเป็นกลยุทธ์หลักที่ใช้กันมากที่สุดในการรับมือกับการโจมตีเหล่านี้ในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก

สำหรับภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ในปี 2568

การจารกรรมทางไซเบอร์ที่มุ่งเป้าที่การเมืองและเศรษฐกิจยังคงทวีความรุนแรง

โดยเฉพาะกลุ่มที่ได้รับการสนับสนุนจากรัฐ (State-Sponsored Groups) ซึ่งมุ่งเป้าโจมตีที่ภาครัฐ การผลิต โทรคมนาคม และภาคสื่อในหลายประเทศทั่วภูมิภาค

สะท้อนให้เห็นจากสถิติภัยคุกคามทางไซเบอร์ในประเทศไทย (มกราคม – สิงหาคม 2568) ที่พบว่า วิธีการโจมตีที่พบบ่อยที่สุดคือ การพยายามบุกรุกระบบ (Intrusion Attempts)

โดยหน่วยงานที่ถูกโจมตีมากที่สุด ได้แก่ ภาครัฐ

รองลงมาคือ ภาคการศึกษา และภาคธนาคารและการเงิน

ในช่วงปี 2566-2567 องค์กรกว่าครึ่งในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกต้องเผชิญกับการโจมตีด้วยแรนซัมแวร์รูปแบบต่างๆ

จึงนำมาสู่คำถามสำคัญว่า

องค์กรจะปกป้องระบบและข้อมูลที่เป็นพลังขับเคลื่อนอนาคตของธุรกิจได้จริงหรือไม่

และจะมั่นใจได้อย่างไรว่าธุรกิจจะยังคงดำเนินต่อไปได้เมื่อถูกโจมตีอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้?

คำตอบและแนวทางป้องกันที่ดีที่สุดขององค์กรอยู่ที่การเสริมสร้างความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์ให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น

โดยเพิ่มขีดความสามารถให้กับองค์กรในการคาดการณ์ รับมือ กู้คืน รวมถึงปรับตัวต่อเหตุการณ์โจมตีทางไซเบอร์

การสร้างระบบป้องกันข้อมูลที่แข็งแกร่ง

ฐิตพล บุญประสิทธิ์

กรรมการผู้จัดการ ประจำประเทศไทย เดลล์ เทคโนโลยีส์

นี่เป็นข้อมูลในเชิงการตลาด

พูดง่าย-ง่ายๆ “เดลล์ เทคโนโลยีส์”

มี ระบบป้องกัน “ภัยไซเบอร์”

ที่นำเสนอให้องค์กรธุรกิจพิจารณา

ซึ่งองค์กรไหนสนใจ ก็ลองศึกษาดู

แต่ ที่ตัดทอน นำข้อมูลบางส่วนมาลงให้อ่าน

เพราะเห็นว่ามีข้อมูลเกี่ยวกับ “ภัยไซเบอร์” ที่รุนแรงมากขึ้นเรื่อยๆ

น่าสนใจและต้องติดตาม

ตอนนี้ นอกจากเราต้องตื่นตัวเรื่องภัย “สแกมเมอร์” แล้ว

ภัยจากการถูกแฮกและถูกเรียกค่าไถ่ “ข้อมูล” ขององค์กร

ก็ต้องเอาใจใส่ และระมัดระวังไม่แพ้กัน



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

วันที่ฝันเป็นจริง
ประชาชนขนทรายเข้าวัด
พักร้อน
Lonely Castle in the Mirror : บทบาทของครูและแม่เรื่องบูลลี่
‘คอนเสิร์ตที่ (ไม่) พึงปรารถนา’
คุยกับทูต เอลชิน บาชีรอฟ อาเซอร์ไบจาน เสน่ห์สองทวีป สู่ดาวรุ่งฤดูหนาว (1)
E-DUANG | เป้าหมาย iLaw ยิ่งชีพ เป้าหมาย #สั่งฟ้องสว.
“ขื่น”ในความ”ยินดี” | สถานีคิดเลขที่12 โดย สุวพงศ์ จั่นฝังเพ็ชร
เหรียญรูปเหมือน 2477 สมเด็จพระมหาวีรวงศ์ วัดสุปัฏนาราม จ.อุบลฯ
แก้ท่วมซ้ำซาก ‘น่าน’
‘กับดัก’
เอ็กซ์คลูซีฟ ‘เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ’ ขอเป็น ‘เดอะแบก’ ให้ประเทศ ‘ซ่อม-สร้าง (บุญใหม่)’ เศรษฐกิจไทย