ถวายพระเกียรติ ‘พระพันปีหลวง’ กรมศิลป์..ออกแบบ ‘พระเมรุมาศ’ ยึดโบราณราชประเพณี-งดงาม-ทรงคุณค่า
| การศึกษา
นับเป็นความสูญเสียอย่างใหญ่หลวงสำหรับปวงชนชาวไทย เมื่อประกาศสำนักพระราชวัง ประกาศ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง สวรรคต เมื่อวันที่ 24 ตุลาคม 2568
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้สำนักพระราชวัง จัดการพระบรมศพ ถวายพระเกียรติยศสูงสุดตามราชประเพณี ประดิษฐานพระบรมศพ ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง
ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้พระบรมวงศานุวงศ์ และข้าทูลละอองธุลีพระบาทในราชสำนักไว้ทุกข์ถวาย มีกำหนด 1 ปี ตั้งแต่วันสวรรคตเป็นต้นไป
ในการนี้ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้สำนักพระราชวังจัดการพระบรมศพ โดยถวายพระเกียรติยศสูงสุดตามราชประเพณี โปรดเกล้าฯ ให้เชิญพระบรมศพลงสู่พระหีบ และประดิษฐานเหนือพระแท่นสุวรรณเบญจดล ประกอบพระโกศทองใหญ่ ภายใต้นพปฎลมหาเศวตฉัตร หรือพระเศวตฉัตร 9 ชั้น แวดล้อมด้วยเครื่องสูงหักทองขวาง มีชุมสายฉัตร 5 ชั้น บังแทรกฉัตร 7 ชั้น และต้นไม้ทองเงิน ณ มุขตะวันตก พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ซึ่งเป็นสถานที่ทรงคุณค่าทางพระราชพิธีของราชอาณาจักรไทย
ซึ่งการประดิษฐานพระบรมศพครั้งนี้ ถือเป็นเหตุการณ์สำคัญครั้งประวัติศาสตร์ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง “พระโกศทองใหญ่” ทรงพระบรมศพ สมเด็จฯ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ประดิษฐานเหนือพระแท่นสุวรรณเบญจดล ภายใต้นพปฎลมหาเศวตฉัตร แวดล้อมด้วยเครื่องสูงหักทองขวาง มีชุมสายฉัตร 5 ชั้น บังแทรกฉัตร 7 ชั้น ต้นไม้ทองเงิน ณ มุขตะวันตก พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง
นับเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ไทยที่ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ทรงได้รับการถวายพระเกียรติยศพิเศษสูงสุดเทียบเท่าพระมหากษัตริย์
ทั้งนี้ ในการเตรียมความพร้อมการจัดงานพระราชพิธีพระบรมศพ ที่มีนางยุพา ทวีวัฒนะกิจบวร ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี (สปน.) ได้หารือร่วมกับหน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง ซึ่งคณะกรรมการจัดงานพระราชพิธีพระบรมศพสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ที่มีนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน ได้สั่งการให้จัดงานอย่างสมพระเกียรติที่สุด โดยจะตั้งคณะกรรมการ 8 คณะ และจัดตั้งศูนย์ประสานงานการจัดงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง (ศปพ.)
ซึ่งที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติแต่งตั้งคณะกรรมการที่เกี่ยวกับงานพระราชพิธีพระบรมศพ จำนวน 8 คณะ ได้แก่
1. คณะกรรมการฝ่ายจัดพิธีการ
2. คณะกรรมการฝ่ายจัดขบวนพระบรมราชอิสริยยศ และงานพระราชพิธีต่างๆ
3. คณะกรรมการฝ่ายจัดสร้างพระเมรุมาศ สิ่งปลูกสร้างประกอบพระเมรุมาศ บูรณปฏิสังขรณ์ราชรถ และพระยานมาศ
4. คณะกรรมการฝ่ายประชาสัมพันธ์งานพระราชพิธี
5. คณะกรรมการฝ่ายรักษาความปลอดภัยการจราจรในงาน
6. คณะกรรมการจัดทำหนังสือจดหมายเหตุ และหนังสือที่ระลึกในงานพระราชพิธี
7. คณะกรรมการฝ่ายกลั่นกรองการใช้งบประมาณในงานพระราชพิธี
และ 8. รัฐบาลให้จัดตั้งศูนย์ประสานงานการจัดพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ
ในส่วนของ วธ.ได้เตรียมการพระราชพิธี แบ่งเป็น กรมการศาสนา ปฏิบัติหน้าที่นิมนต์พระสงฆ์ สดับปกรณ์ จำนวน 93 รูป รวมถึง นิมนต์พระสงฆ์วันละ 4 สำรับ สวดตลอดทั้งวัน เวลา 07.00-21.00 น.ตั้งเเต่วันที่ 26 ตุลาคมที่่ผ่านมา ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง เเละประสานองค์การทางศาสนาในการจัดพิธีตามหลักศาสนบัญญัติของเเต่ละศาสนา
ขณะที่กรมศิลปากร รับผิดชอบดำเนินการด้านรูปแบบพิธีการ และการจัดสร้างพระเมรุมาศ พร้อมทั้งอาคารประกอบ ซึ่งรูปแบบจะเป็นไปตามจารีตประเพณีแต่โบราณ โดยมอบหมายให้สถาปนิก มัณฑนากร วิศวกร และช่างสิบหมู่ของกรมศิลปากร ร่วมกันจัดทำแบบร่างให้ถูกต้องตามหลักราชประเพณี เพื่อเสนอให้คณะกรรมการที่ปรึกษาพิจารณา และนำขึ้นทูลเกล้าฯ ขอพระบรมราชวินิจฉัยในเบื้องต้น
ฝั่งกรมส่งเสริมวัฒนธรรม (สวธ.) ได้ประสานศิลปินแห่งชาติสาขาต่างๆ ร่วมจัดกิจกรรมน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ เพื่อแสดงความจงรักภักดี และแสดงความอาลัยของประชาชนชาวไทย ส่วนแนวปฏิบัติในงานประเพณีลอยกระทง และประเพณีอื่นๆ มอบ สวธ.ประสานแนวทางการปฏิบัติร่วมกับสำนักพระราชวัง และสำนักนายกรัฐมนตรี พร้อมจัดทำคู่มือเผยแพร่ข้อมูล และแนวทางปฏิบัติที่ถูกต้องให้หน่วยงาน และประชาชนทราบโดยเร่งด่วน
สำหรับหอภาพยนตร์ (องค์การมหาชน) จะเผยแพร่ภาพยนตร์ และสื่อเคลื่อนไหวเกี่ยวกับพระราชกรณียกิจในทุกแพลตฟอร์มของหอภาพยนตร์ เพื่อให้ประชาชนได้รับรู้ถึงพระราชจริยวัตรอันงดงาม และพระมหากรุณาธิคุณที่ทรงมีต่อปวงชนชาวไทย
น.ส.ซาบีดาระบุว่า กรมศิลปากรได้มอบหมายภารกิจให้หน่วยงานในสังกัด ได้แก่ การออกแบบ และจัดสร้างพระเมรุมาศ สิ่งปลูกสร้างประกอบพระเมรุมาศ ดำเนินการโดยสำนักสถาปัตยกรรม การบูรณปฏิสังขรณ์ราชรถ พระยานมาศ และโบราณวัตถุ ศิลปวัตถุ ดำเนินการโดยสำนักพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ การจัดสร้างเครื่องประกอบพระเมรุมาศ และเครื่องสังเค็ด ดำเนินการโดยสำนักช่างสิบหมู่ การประโคมในพระราชพิธีสวดพระอภิธรรม และการบำเพ็ญพระราชกุศลถวายพระบรมศพ ตลอดระยะเวลาการจัดงานพระราชพิธี ดำเนินการโดยสำนักการสังคีต และการจัดทำหนังสือจดหมายเหตุงานพระบรมศพ งานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ ดำเนินการโดยสำนักหอจดหมายเหตุแห่งชาติ
รัฐมนตรีว่าการ วธ.ยังได้เข้าสังเกตการณ์การดำเนินงานสำรวจตรวจสอบสภาพราชรถ ราชยาน ณ โรงราชรถ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร เพื่อเตรียมการอนุรักษ์ บูรณะ ซ่อมแซม และตกแต่งให้งดงามสมพระเกียรติ ซึ่งขั้นตอนแรกนักวิทยาศาสตร์ ภัณฑารักษ์ และช่างสิบหมู่ จะร่วมกันสำรวจสภาพปัจจุบันก่อน เพื่อวางแผนงานอนุรักษ์ บูรณะ ซ่อมแซม ตลอดจนการตกแต่งให้งดงามตามแบบศิลปกรรมไทยประเพณี คาดว่าจะดำเนินการบูรณะราชรถ ราชยาน คานหามทุกองค์ ให้แล้วเสร็จภายในระยะเวลาไม่เกิน 1 ปี
จากนั้นจะขอฤกษ์สำหรับวันทำพิธีบวงสรวงราชรถ ราชยาน และเครื่องประกอบพระเกียรติยศ เพื่อเริ่มงานบูรณะราชรถตามขนบธรรมเนียมประเพณี
นายพนมบุตร จันทรโชติ อธิบดีกรมศิลปากร กล่าวว่า กรมศิลปากรพร้อมออกแบบพระเมรุมาศ และอาคารประกอบ ซึ่งอยู่ระหว่างการจัดทำแบบร่างเพื่อนำเสนอองค์ที่ปรึกษาให้คำแนะนำ และจะได้นำแบบร่างที่ทรงให้ความเห็นชอบไปพัฒนาเพื่อเขียนแบบก่อสร้างจริงต่อไป คาดว่าจะใช้ระยะเวลาก่อสร้างไม่เกิน 1 ปี
“เบื้องต้นจัดทำขึ้น 3-4 แบบ คาดว่าจะแล้วเสร็จสมบูรณ์ใน 1 สัปดาห์ จากนั้นจะนำทูลเกล้าฯ ถวาย สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี องค์ที่ปรึกษาฯ เพื่อมีพระราชวินิจฉัย” นายพนมบุตรกล่าว
ซึ่งรูปแบบร่างพระเมรุมาศ และอาคารประกอบ เน้นแนวคิดการออกแบบทรงคุณค่า งดงาม และสมพระเกียรติสูงสุด ในฐานะที่ทรงเป็น “พระแม่แห่งแผ่นดิน”
สิ่งสำคัญ คณะทำงานไม่ว่าจะเป็นมัณฑนากร สถาปนิก ประติมากร จิตรกร นายช่างศิลปกรรม เป็นชุดเดียวกับที่ถวายงานเมื่อครั้งการจัดสร้างพระเมรุมาศในพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพในหลวงรัชกาลที่ 9 ทั้งหมด
ทั้งหมดนี้ เพื่อถวายพระเกียรติสูงสุดแด่ “สมเด็จฯ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง”
