| ประจำวันที่ 7 – 13 พ.ย. 2568
หวัง (1)
“งานวัดก่อนเรายิงเป้าตุ๊กตา ร้องจ้าหงายท้อง
ก่อนไปปิดทององค์พระมาลัย
ปิดทองกันแล้วสองเราอธิษฐาน สาบานรักใคร่
ดูดอกไม้ไฟตื่นใจได้เห็น
น้ำหวานหลากสีในโหลสดสวย โดนแสงสดใส
ข้าวโพดคั่วไฟแตกขาวพราวเต้น
ลิเกสู้รบจ้วงแทงซอกแขน หนีบไว้ตายเล่น
หลบเร้นเข้าโรง แอบโค้งผู้ชม
ขอทานแขนด้วน เอาตีนตีกลอง
ครวญเพลงร่ำร้องระทม
สอยดาวได้ของ ยาหม่องยาดม
อกไหม้ใจขม สูดดมแก้ช้ำ
งานวัดบ้านเราปีนี้เศร้าใจ ไร้คู่ดูหนัง
มอเตอร์ไซค์ไต่ถังล้มคว่ำ
ลูกโป่งสวรรค์ของใครหลุดลอย สู่ฟ้ามืดดำ
รักเราวับวามวูบเดียวเหมือนดอกไม้ไฟ”
ผมได้อ่าน เนื้อเพลงดอกไม้ไฟ ของคุณศักดิ์สิริ มีสมสืบ แต่งเนื้อให้คุณศุ บุญเลี้ยง ขับร้อง
นึกเห็นภาพดอกไม้ไฟพุ่งขึ้นค่ำคืนในวันวัยเยาว์ เงาของความทรงจำตอนเด็กๆ
ที่สิ่งเล็กๆ บอกสิ่งใหญ่ๆ
บอกถึงความไม่จีรัง
ถ้าเอาดอกไม้ไฟขอคุณศักดิ์สิริมาเปรียบกับสรรพสิ่ง
ก็จะได้สมมุติฐานที่ว่า
“เมื่อทุกสิ่งขึ้นสู่จุดสูงสุดแล้ว ถึงเวลาก็ย่อมจะตกลงมา
แม้ยศถาจะอยู่ค้ำฟ้า แต่หามีเจ้าของยศอยู่เคียงข้างยศนั้นอย่างถาวรไม่
เจ้าของยศสู้รบความตาย ป่วยไข้แทงหงาย
กายนี้ตายจริง หลบเร้นเข้าโลง สู่โถงวิญญาณ ยมบาลขับขาน แยกดีสู่สวรรค์ ชั่วนั้นโลกันตร์
ชีวิตเราวับวามวูบเดียวเหมือนดอกไม้ไฟ”
สวัสดีพวกพี่ๆ มติชนสุดสัปดาห์ที่คิดถึง
ถ้าจะอุปไมย ความคิดถึงของน้อง ก็คงจะเปรียบได้กับดอกทานตะวัน ที่หันไปทางมติชนสุดสัปดาห์อยู่เสมอ
ตราบใดยังมีดวงตะวัน คือ มติชนสุดสัปดาห์
ขอให้พี่ๆ ทุกคนในมติชนสุดสัปดาห์ มีความสุขมากๆ
เพราะนั่นคือความสุขของน้องด้วย
ด้วยความรักอยู่เสมอ
น้องโต้ง
น้องโต้ง ในฐานะ ผู้ต้องขัง “ชั้นเยี่ยม”
ได้รับอนุญาตจากเรือนจำ ให้เขียนจดหมาย
ส่งมาถึง “มติชนสุดสัปดาห์”
ในบรรยากาศ “ลอยกระทง”
ซึ่งปีนี้แม้ การจุดพลุดอกไม้ไฟ
อาจต้องให้อยู่ในบรรยากาศอันเหมาะสม
แต่ ก็หวังว่า “พลุดอกไม้ไฟ”
คงสว่างไสวในใจของน้องโต้ง
ให้มีความหวังและกำลังใจ เพื่อรอ “เสรีภาพ”
เสรีภาพที่จะได้ออกมาดูพลุดอกไม้ไฟ “ข้างนอก” โดยเร็ว

หวัง (2)
#เรื่องขำๆ
-ข้าพเจ้าอยากให้กระทรวงการคลัง ธนาคารแห่งประเทศไทย สำนักงบประมาณร่วมกับคณะรัฐบาลฯ
เอาเงินทุกสกุลบนโลกนี้มาให้ข้าพเจ้าทั้งหมด
ข้าพเจ้าจะเอาไปซื้อโลกใบใหม่อยู่คนเดียว
เพราะข้าพเจ้าเบื่อแมวที่บ้านมันชอบกัดกันเนื่องจากมันแย่งปลาทูกันรับประทาน
-ข้าพเจ้าอยากให้กรมชลประทานร่วมกับการประปาฯ และคณะรัฐบาลฯ
กลั่นกรองน้ำในมหาสมุทรทั้งโลกให้เป็นน้ำจืดและสะอาด
จากนั้นแจกจ่ายให้ทุกๆ ประเทศที่ขาดแคลนให้เพียงพอแก่การอุปโภคบริโภค
และให้สำนักอนามัยกรมการแพทย์นำมาล้างกาย วาจา ใจของข้าพเจ้าและมนุษย์ทั้งโลกให้สะอาดหมดจด
จากนั้นย้ายมหาสมุทรอินเดียพร้อมหาดทรายมาไว้หน้าบ้านข้าพเจ้า
เนื่องจากข้าพเจ้าอยากเล่นน้ำทะเลและจะก่อเจดีย์ทรายถวายแด่องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าทุกๆ พระองค์ ซึ่งข้าพเจ้าเคารพนับถือสูงสุด
จากนั้นข้าพเจ้าจะนอนอาบแดด
-ข้าพเจ้าอยากให้กระทรวงกลาโหมกองทัพบก กองทัพเรือ กองทัพอากาศ สำนักงานตำรวจแห่งชาติและคณะรัฐบาลฯ
รวบรวมขีปนาวุธนำวิถีหัวรบนิวเคลียร์พิสัยไกลข้ามทวีป ข้ามโลก ข้ามจักรวาล (ถ้ามีข้ามภพข้ามชาติด้วยยิ่งดี) ที่มีอยู่ทั้งหมดบนโลกนี้มาให้ข้าพเจ้าทั้งหมด
ข้าพเจ้าจะเอามายิงความโลภ ความโกรธ ความหลง ฯลฯ ที่มีอยู่ในจิตใจข้าพเจ้า คณะรัฐบาลฯ นักการเมืองไทย และที่มีอยู่ในจิตใจมวลมนุษย์ชาติให้หมดไปเสียทีครับ (ข้าพเจ้าคิดว่าสันติสุขจะบังเกิดขึ้นบนโลกนี้)
-ข้าพเจ้าอยากให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ร่วมกับคณะรัฐบาลฯ
ปลูกต้นจิตสำนึกลงบนหัวใจคนไทยทุกคน
รดน้ำพรวนดินดูแลรักษาให้เจริญเติบโตแตกกิ่งก้านสาขาผลิดอกออกผลเป็นคุณธรรมต่างๆ
เช่น ความกตัญญูกตเวที ความเมตตา กรุณา มุทิตา อุเบกขา ฯลฯ
จากนั้นปลูกข้าวพันธุ์ไทยบนพื้นที่ที่เป็นอากาศที่อยู่ในขอบเขตราชอาณาจักรไทยทั้งหมด
และให้คนไทยได้บริโภคข้าวฟรีตลอดอายุขัย
ถ้าเหลือก็ส่งออกขายให้กับมนุษย์ทั่วโลก ตลอดจนขายให้กับมนุษย์ต่างดาว ภูตผี ปีศาจ เทพเทวดา มาร พรหม ฯลฯ
เพื่อทำให้ดัชนีมวลรวมของประเทศสูงขึ้นกว่าที่เป็นอยู่
ประเทศไทยเราจะได้เป็นเสือตัวที่ 1 ทางด้านเศรษฐกิจของเอเชียของโลกและจักรวาลเป็น หรือเป็นเสือตัวที่ 1 ของสามแดนโลกธาตุนี้ (31ภพภูมิ)
-ข้าพเจ้าอยากให้สำนักนายกรัฐมนตรี กรมการศาสนาและคณะรัฐบาลฯ คัดสรรคุณสมบัติผู้ที่จะมาเป็นผู้นำทางจิตวิญญาณของมนุษย์ว่าจะต้องเป็นผู้ที่มีความรักและเมตตาต่อมนุษย์ทุกคนอย่างเท่าเทียมเสมอกันไม่เลือกที่รักมักที่ชัง
สั่งสอนให้มนุษย์รู้คุณและตอบแทนคุณทุกๆ สรรพสิ่งที่เป็นเหตุให้มนุษย์ดำรงคงชีวิตอยู่ได้บนพื้นฐานความจริงที่มีเหตุมีผล
จากนั้นขึ้นไปสร้างหอไตรซึ่งเป็นที่เก็บพระไตรปิฎกและสถานที่สนทนาธรรมบนดวงดาวทุกดวงในจักรวาลนี้
เพื่อให้มนุษย์ต่างดาว ภูตผี ปีศาจ เทพเทวดา มาร พรหม ฯลฯ ที่สนใจได้ศึกษาเรียนรู้และสนทนาธรรม
เด็กชายพลเมือง
ราษฎรเต็มขั้น
ข้าพเจ้าก็หวัง
หวัง–อยากให้ฝัน อันบรรเจิด
ของ “เด็กชายพลเมือง ราษฎรเต็มขั้น” เป็นจริง
โลกและประเทศไทย
คงเพริศแพร้วพรรณราย ยิ่งนักแล (ฮา)
