ประจำวันที่ 14 – 20 พ.ย. 2568

สู่ “แนวหน้า”

นายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) เป็นประธานในพิธีส่งมอบอุปกรณ์การแพทย์ภาคสนาม ให้แก่ พลโทวีระยุทธ รักศิลป์ แม่ทัพภาคที่ 2

ประกอบด้วย สายรัดห้ามเลือดแบบก้านหมุน (Tourniquet) จำนวน 1,000 ชุด

เฝือกอ่อน (Splint) จำนวน 500 ชุด

พัฒนาโดยสถาบันวิจัยแสงซินโครตรอน (องค์การมหาชน) เพื่อใช้ในราชการสนาม ลดการเสียชีวิตของกำลังพลบริเวณชายแดน

นอกจากนี้ยังได้มอบผลิตภัณฑ์ผลงานวิจัยและพัฒนาเพื่อสุขภาพ โดย สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.)

ได้แก่

1) ผลิตภัณฑ์ข้าวเม่าคลุกกึ่งสำเร็จรูปพร้อมบริโภค จำนวน 200 ชุด ซึ่งเก็บได้นานถึง 6 เดือน เพียงเติมน้ำร้อน 2 นาที หรือใช้น้ำธรรมดา 7 นาที สามารถรับประทานได้ทันที

2) บาล์มตะไคร้ จำนวน 450 ชิ้น มีประสิทธิภาพความปลอดภัยในการรักษาโรคน้ำกัดเท้า และสามารถรักษาโรคผิวหนังที่เกิดจากเชื้อราอื่นๆ ด้วย เช่น กลาก เกลื้อน

3) เจลลูกประคบสมุนไพร จำนวน 400 หลอด ที่สกัดจากไพล ขมิ้นชัน มะกรูด และตะไคร้ พัฒนาให้ใช้งานสะดวกในรูปแบบเจล แต่ยังคงคุณสมบัติการบรรเทาอาการปวดเมื่อย เคล็ดขัดยอก และฟกช้ำเช่นเดียวกับลูกประคบสมุนไพรดั้งเดิม

อนึ่ง วว. ได้รับทุนวิจัยจาก สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) ดำเนินการวิจัยและพัฒนา ผลิตภัณฑ์ข้าวเม่าคลุกกึ่งสำเร็จรูปพร้อมบริโภค ที่มีคุณค่าทางอาหารครบครัน และรสชาติอร่อย

เป็นการนำภูมิปัญญาไทย มาผสมผสานกับองค์ความรู้ทางวิทยาศาสตร์

แล้วพัฒนาเป็นนวัตกรรมอาหารชนิดใหม่ที่สามารถใช้เป็นอาหารพร้อมบริโภคในภาวการณ์ปกติ

หรือเป็นอาหารสำหรับบรรเทาภัยพิบัติ

โดยผลิตภัณฑ์ฯ 1 กล่อง ประกอบด้วย

1. ซองฟอยล์ผงปรุงรส ขนาดเล็ก 1 ซอง

2. ซองฟอยล์ข้าวเม่า ขนาดใหญ่ 1 ซอง

และ 3. ซองพลาสติกใสบรรจุพร้าวอบแห้ง 1 ซอง

วิธีการปรุง มี 4 ขั้นตอน ดังนี้

1) เทซองผงเครื่องปรุงทั้งหมดลงในถ้วยตามชอบ

2) เติมน้ำอุ่นอุณหภูมิ 70 – 80 องศาเซลเซียส หรือน้ำต้มเดือด ปริมาณ 6 – 7 ช้อนโต๊ะ

3) เทมะพร้าวขูดฝอยและข้าวเม่า ลงไปในน้ำปรุงที่ผสมเข้ากัน แล้วใช้ช้อนกดมะพร้าวและข้าวเม่าให้จมลงในน้ำปรุงรส

และ 4) ปิดฝาถ้วย รอประมาณ 7 – 10 นาที เพื่อทำให้ข้าวเม่าคืนตัว หรือหากต้องการความรวดเร็ว สามารถใส่ไมโครเวฟ โดยใช้ไฟปานกลาง เป็นเวลา 1 นาที จะได้ข้าวเม่าคลุกพร้อมรับประทาน

กองประชาสัมพันธ์

สำนักสื่อสารองค์กร

สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย

นวัตกรรม เพื่อ “ทหารแนวหน้า”

เป็นสิ่งที่ต้องสนับสนุน

แต่ที่ไม่ควรส่งเสริม ด้วยประการทั้งปวง

คือการเติมเชื้อไฟชาตินิยมเก่า-เก่า

ให้ “รบ” กันท่าเดียว

แม้สถานการณ์ และเงื่อนไขต่างๆ

กดดันให้ต้องไปถึงจุดนั้น “อย่างยิ่ง”

แต่ เส้นทาง “สันติภาพ”

จบลงแล้ว จริง-จริงหรือ

รัฐธรรมนูญ (1)

ถามจริงๆ เหอะ

ชาตินี้จะแก้กันได้ไหมเนี่ยะ

หากแก้ไม่ได้ ก็โยนไอ้ที่ร่างกันไว้ลงโถส้วม

แล้วชักโครกทิ้งไปซะ หมดเรื่อง

ยุ่งกันจริงๆ ผับผ่า

อยู่กันมาตั้งแต่สมัยสุโขทัย ยังอยู่กันมาได้

แล้วจะอยู่กันไปแบบไทยๆ อีกสักสองสามร้อยปี

มันจะแปลกอะไรวะ

ส่วนเยาวชนอย่างข้าพเจ้าก็จะขอยึดอาชีพเป็นขอทานตลอดไป

จนตราบสิ้นอายุขัย…(ฮ่า)

ดารานำแสดง ด.ช.จุ่น หนวดเขี้ยว ขอทานเด็กตลาดพระ วัดมหาธาตุ ท่าพระจันทร์

ตากล้อง อีตา ปิยพงศ์ (เมืองหละปูน) เจ้าเก่า

ปิยพงศ์

จริงๆ ไม่อยากให้สิ้นหวัง

อยากให้ รัฐธรรมนูญ ได้รับการแก้ไขจริงๆ

แต่กระนั้น ความรู้สึกขำๆ ขื่นๆ

ประชดประเทียด

อย่างที่ ปิยพงศ์ สะท้อนผ่าน ด.ช.จุ่น นั้น

ก็เตือนใจ ให้ตระหนัก

การแก้ไขรัฐธรรมนูญให้สำเร็จ

ไม่ง่าย ขวากหนามมีตลอดทาง

รัฐธรรมนูญ (2)

“สวนดุสิตโพล” มหาวิทยาลัยสวนดุสิต สำรวจความคิดเห็นประชาชนทั่วประเทศ

เรื่อง “ความพร้อมของพรรคการเมืองกับการเลือกตั้ง”

กลุ่มตัวอย่าง จำนวน 1,174 คน (สำรวจทางออนไลน์และภาคสนาม) ระหว่างวันที่ 4-7 พฤศจิกายน 2568

พบว่า กลุ่มตัวอย่างค่อนข้างพร้อมสำหรับการเลือกตั้งที่จะมีขึ้นในปี 2569 ร้อยละ 56.81

โดยมองว่าการเลือกตั้งใหญ่ ที่จะมีขึ้นอาจจะเกิดความขัดแย้งหรือการเมืองซ้ำรอยเดิม ร้อยละ 53.15

ทั้งนี้อยากเห็นพรรคการเมืองเตรียมทีมงานมืออาชีพพร้อมทำงานจริงหลังการเลือกตั้ง ร้อยละ 56.39

โดยพรรคการเมืองที่มองว่ามีความพร้อมรับศึกเลือกตั้งมากที่สุด คือ พรรคประชาชน ร้อยละ 18.99 รองลงมาคือ ภูมิใจไทย ร้อยละ 16.87 และเพื่อไทย ร้อยละ 15.25

จากผลโพลสะท้อนให้เห็นว่าประชาชนมีความพร้อมที่จะออกไปใช้สิทธิเลือกตั้งในต้นปี 2569

แต่ที่ตัวเลขยังไม่สูงมากนักเนื่องจากเกรงว่าอาจจะมีเหตุการณ์ไม่คาดคิดที่ทำให้การเมืองเกิดการพลิกผัน

อย่างเช่นที่เคยเกิดขึ้นเมื่อครั้งการเลือกตั้งปี 2566

ที่พรรคประชาชนได้คะแนนเสียงมาเป็นอันดับหนึ่งแต่ไม่สามารถจัดตั้งรัฐบาลได้ และมีการสลับขั้วเปลี่ยนข้างกันเกิดขึ้น โดยอ้างถึงการปลดล็อกทางการเมือง ในครั้งนี้แม้จะมีการทำ “บันทึกข้อตกลง” (Memorandum of Agreement : MOA) ระหว่างพรรคภูมิใจไทยกับพรรคประชาชนว่าจะผลักดันเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญและยุบสภาภายใน 4 เดือน

และนายกรัฐมนตรีอนุทิน ชาญวีรกูล จะให้ไทม์ไลน์คร่าวๆ ไว้ว่าประมาณสิ้นเดือนมกราคม 2569 จะยุบสภาแล้วก็ตาม

แต่พรรคภูมิใจไทยก็มีเบื้องหลังหลายคดีที่ต้องสะสาง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องฮั้ว ส.ว. และเขากระโดง

รวมทั้งท่าทีของพรรคภูมิใจไทยที่ไม่เห็นด้วยกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญมาก่อนหน้านี้ และการพยายามสร้างผลงานให้เป็นที่ประจักษ์ตามวลีของพรรคคือ “พูดแล้วทำ” พร้อมกับการเดินเกมเตรียมความพร้อมเลือกตั้งกับพรรคร่วมรัฐบาลอย่างพรรคกล้าธรรม

การดึงเกมยุบสภาและการมีดีลลับทางการเมืองอาจเกิดขึ้น

จนทำให้เกิดการพลิกผันทางการเมืองอย่างไม่คาดคิดอีกครั้งก็เป็นได้

ผู้ช่วยศาสตราจารย์ศิริมา บุญมาเลิศ

อาจารย์ประจำโรงเรียนกฎหมายและการเมือง

มหาวิทยาลัยสวนดุสิต

การพลิกผัน ทางการเมือง

ที่ไม่คาดคิด

และมีโอกาสเกิดขึ้นนั้น

ทำให้ประชาชนไม่ค่อยมีหวัง

แม้พร้อมจะไปเลือกตั้ง

แต่เลือกแล้ว ผลที่เกิดขึ้น

จะเป็นไปตามเจตนารมณ์ของประชาชนหรือไม่

ยากที่จะตอบได้จริงๆ



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

วันที่ฝันเป็นจริง
ประชาชนขนทรายเข้าวัด
พักร้อน
Lonely Castle in the Mirror : บทบาทของครูและแม่เรื่องบูลลี่
‘คอนเสิร์ตที่ (ไม่) พึงปรารถนา’
คุยกับทูต เอลชิน บาชีรอฟ อาเซอร์ไบจาน เสน่ห์สองทวีป สู่ดาวรุ่งฤดูหนาว (1)
E-DUANG | เป้าหมาย iLaw ยิ่งชีพ เป้าหมาย #สั่งฟ้องสว.
“ขื่น”ในความ”ยินดี” | สถานีคิดเลขที่12 โดย สุวพงศ์ จั่นฝังเพ็ชร
เหรียญรูปเหมือน 2477 สมเด็จพระมหาวีรวงศ์ วัดสุปัฏนาราม จ.อุบลฯ
แก้ท่วมซ้ำซาก ‘น่าน’
‘กับดัก’
เอ็กซ์คลูซีฟ ‘เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ’ ขอเป็น ‘เดอะแบก’ ให้ประเทศ ‘ซ่อม-สร้าง (บุญใหม่)’ เศรษฐกิจไทย