นัยความเป็นคน | นิ้วกลม
1
หากเชื่อว่าสังคมมนุษย์ขับเคลื่อนไปด้วย ‘เรื่องเล่า’ มีพล็อตเรื่องหนึ่งที่ไม่เคยห่างหายไปจากความสนใจของเหล่ามนุษย์มาเนิ่นนาน นั่นคือพล็อตมวยรอง (underdog)
หากมีคนสองฝั่งแข่งขันกันเพื่อชัยชนะ ฝั่งหนึ่งมีทุกสิ่งพร้อม บ้านรวย การศึกษาดี โอกาสในชีวิตเข้าถึงทุกอย่าง กับอีกฝั่งขาดแคลน ฐานะต่ำต้อย ด้อยโอกาส แถมถ้าฝั่งหลังนิสัยดี ขยันหมั่นเพียน มุ่งมั่นตั้งใจ คิดดีต่อคนอื่น คุณจะเลือกเชียร์ฝั่งไหน
โดยส่วนใหญ่แล้วคนเลือกเชียร์มวยรอง, ทำไมจึงเป็นเช่นนั้น?
2
พล็อตมวยรองเกิดขึ้นเสมอทั้งในชีวิตจริงและเรื่องเล่า แถมยังเป็นเรื่องราวที่ทรงพลัง สามารถสร้างอารมณ์ร่วมได้มาก หากเป็นหนังมันจะเป็นภาพยนตร์น่าประทับใจ หากเป็นชีวิตจริง บุคคลนั้นจะได้รับเสียงปรบมือกึกก้อง ล่าสุดเรื่องราวเช่นนี้เกิดขึ้นในการแข่งขันฟุตบอลระดับชั้นมัธยม โดยมีพระเอกของเรื่องเป็นทีมจากโรงเรียนหมอนทองวิทยา จังหวัดฉะเชิงเทรา
องค์ประกอบของทีมหมอนทองฯ ล้วนน่าประทับใจและน่าเอาใจช่วย ทีมฟุตบอลจากโรงเรียนเล็กในต่างจังหวัด ฟูมฟักขึ้นมาจากการดูแลของอาจารย์สกล เกลี้ยงประเสริฐ ซึ่งซื้อหารถสองแถวเก่าๆ มาในราคาไม่กี่หมื่นบาท เพื่อใช้เป็น ‘รถขนฝัน’ พานักเตะเยาวชนเดินทางไปแข่งที่นู่นที่นี่ ขณะที่โรงเรียนอื่นที่ฐานะดีกว่าอาจนั่งรถติดแอร์กันไป อาจารย์สกลเองใส่ใจเด็กๆ เสริมสร้างวินัยให้จนกลายเป็นทีมที่สามารถไปชนะคู่แข่งที่มาจากโรงเรียนที่เก่งกาจด้านฟุตบอลกระทั่งทะลุผ่านเข้าไปถึงนัดชิงชนะเลิศ เรื่องราวของพวกเขาถูกเล่าขานมากขึ้น เริ่มมีสปอนเซอร์ใจดีที่เห็นคุณค่ายื่นมือสนับสนุน แต่ทีมหมอนทองฯ ยังคงเดินทางด้วย ‘รถขนฝัน’ คันเก่าเข้ากรุงเพื่อมุ่งหน้าไปสู่ถ้วยแชมป์ดังเดิม เพราะเชื่อว่ารถคันนี้นำโชคมาให้พวกเขา และไม่มีใครล่วงรู้เลยว่า ในเกมนัดชิงชนะเลิศจะมีผู้คนที่รับรู้เรื่องราวล่าฝันของพวกเขาแล้วประทับใจเดินทางไปชมการแข่งขันสดๆ ด้วยตาตัวเองกันมากมายระดับ ‘สนามแตก’ ซึ่งในเมืองไทยไม่ได้มีปรากฏการณ์เช่นนี้มานานมากแล้ว
นี่มันพล็อตหนังชัดๆ

3
หากเทียบกับเรื่องแต่ง เราได้ยินเรื่องราวของ ‘มวยรอง’ ในลักษณะนี้มาตั้งแต่เด็ก แค่เปลี่ยนตัวละครและสถานการณ์ไปเรื่อย เช่น เรื่องราวของลูกเป็ดขี้เหร่ที่เกิดมาหน้าตาขี้ริ้วต่างจากพี่น้องในฝูง เป็ดประหลาดตัวนั้นไม่ได้รับการยอมรับ ถูกดูถูก กลั่นแกล้งจากพี่ๆ และสัตว์รอบบึง กระทั่งบินหนีไป แล้ววันหนึ่งก็ส่องมองตัวเองผ่านผิวน้ำที่เรียบนิ่งจึงพบว่าตนมิใช่เป็ด ทว่าเป็นหงส์ผู้งามสง่า-เมื่อเราอ่านเรื่องราวของลูกเป็ดขี้เหร่ เราเห็นใจและเอาใจช่วยมัน อยากให้มันได้ดีในช่วงท้ายเรื่อง และเมื่อเป็ดน้อย เอ้ย! ลูกหงส์หลงฝูงตัวนี้ได้ค้นพบความดีงามของตน คนอ่านอย่างเราก็รู้สึกโล่งใจ ดีใจ และบางทีก็สะใจตามไปด้วย
เรารู้สึกเหมือนได้รับพลังไปด้วยเมื่อมวยรองชนะ
เบน แอมบริดจ์ (Ben Ambridge) ศาสตราจารย์ด้านจิตวิทยาผู้เชี่ยวชาญเรื่องภาษาและเรื่องเล่าบอกว่า พล็อตมวยรองเช่นนี้อยู่คู่มนุษยชาติมามากกว่าสองพันปีแล้ว ย้อนกลับไปเก่าแก่สุดในโลกตะวันตก เกิดขึ้นในคริสต์ศักราชที่ศูนย์ โดยสตราโบ นักภูมิศาสตร์ชาวกรีกโบราณ เขาเล่าเรื่องราวของโรโดพิสไว้ว่า
“ขณะที่โรโดพิสอาบน้ำอยู่ นกอินทรีบินมาโฉบแย่งรองเท้าแตะของนางไป แล้วบินหนีไปยังนครเมมฟิส นกตัวนั้นบรรจงหย่อนรองเท้าแตะข้างนั้นลงบนพระเพลา (ตัก) ของพระราชาที่กำลังปฏิบัติหน้าที่ พระราชาประทับใจในความงามของรองเท้าจึงสั่งทหารออกตามหาเจ้าของรองเท้านี้ สุดท้ายเมื่อเจอตัวโรโดพิสจึงถูกนำเข้าวัง และได้เป็นราชินีของพระราชาในที่สุด”
คุ้นไหมครับว่าคล้ายกับเรื่องอะไร? ถูกต้องครับ ซินเดอเรลล่า
ว่ากันว่าซินเดอเรลล่าซึ่งเป็นเรื่องแต่งที่ดัดแปลงจากโรโดพิสนี่แหละ ตั้งแต่ศตวรรษที่ 17 แล้วแพร่หลายในหลายประเทศ รวมแล้วอาจมีทั้งหมดไม่ต่ำกว่า 345 เวอร์ชั่น
นั่นแปลว่า มนุษย์เล่าเรื่องพล็อตเดิมๆ ให้กันฟังมาตลอด ไม่เคยเปลี่ยน

4
หนังสือ The Stories of Your Life ของเบน แอมบริดจ์ เผยสูตรของพล็อตมวยรองเอาไว้ว่า มักมีส่วนผสมหลักสำคัญดังต่อไปนี้ อย่างแรกคือแก่นเรื่องต้องเป็นการทำความฝันให้เป็นจริง หรืออีกแบบหนึ่งก็คือการค้นพบตัวตนที่แท้จริงของตนเอง และฮีโร่ของเรื่องต้องเป็นคนที่มีศักยภาพหรือลักษณะพิเศษอยู่ในตัวอยู่แล้ว เหล่านี้คือคุณสมบัติที่ดีงาม เช่น ความสูงส่ง ยึดมั่นในศีลธรรม ความเป็นผู้นำ ความเก่งกาจ แสงสว่างในตัวจะเปล่งประกายออกมาในจุดสำคัญของเรื่อง
แต่ในตอนต้นฮีโร่จะเริ่มต้นจากพื้นเพอันต่ำต้อย ขี้เหร่ ยากจน ไม่มีต้นทุนใดๆ นี่คือส่วนสำคัญที่ทำให้พล็อตมวยรองประสบความสำเร็จ ชนะใจคนได้เยอะ เพราะมันก็อดราม่า เร้าอารมณ์ คนอยากเอาใจช่วยฝ่ายที่เสียเปรียบ และนี่คือเหตุผลที่เรื่องเล่าของลูกเศรษฐีที่ทำธุรกิจแล้วสำเร็จไม่น่าอ่านเท่าเรื่องราวของคนยากจนปากกัดตีนถีบที่พลิกชีวิตขึ้นมาจนกลายเป็นเจ้าสัว
อีกหนึ่งองค์ประกอบที่ช่วยเร้าอารมณ์ขึ้นไปอีกคือ ตัวอิจฉา เช่นพี่ๆ เป็ดในฝูง หรือคู่หมั้นของเจ้าชาย แม่มดในเรื่องต่างๆ หรือทีมฟุตบอลจากโรงเรียนที่มีพร้อมทุกอย่าง คำว่าตัวอิจฉานี้ไม่ได้หมายความต้อง ‘อิจฉา’ ตัวเอกเสมอไป บทบาทของตัวละครนี้คือมีไว้เปรียบเทียบให้เห็นความด้อยและต่ำชั้นของตัวเอกให้มากขึ้นไปอีก ทั้งนี้เพื่อเร้าอารมณ์ให้คนดูรู้สึกว่าตัวเอกถูกกระทำ ไม่ว่าจากผู้คนหรือชะตากรรม จึงอยากเอาใจช่วยให้เอาชนะและไปถึงฝั่งฝันได้
และองค์ประกอบสุดท้ายคือ รางวัลตอบแทน เมื่อสามารถพลิกชะตาจนประสบความสำเร็จดังใจหวัง ทำฝันให้เป็นจริง คุณสมบัติที่งำประกายมาตลอดจะได้รับการรับรู้ในวงกว้าง เสียงปรบมือกึกก้องไปทั่วอาณาเขตแว่นแคว้น
มวยรองพลิกเกมกลายมาเป็นผู้ชนะ
5
เมื่อส่องสำรวจพล็อตนี้กันโดยละเอียด เราจะคิดถึงเรื่องเล่าอีกหลายเรื่องที่อยู่ในใจเรา ผมคิดถึงตัวละคร ‘พจมาน สว่างวงศ์’ ในละครบ้านทรายทองที่สร้างซ้ำมาไม่รู้กี่เวอร์ชั่น ก็ตกร่องเดียวกันกับลูกเป็ดขี้เหร่เช่นกัน ลูกสาวตระกูลใหญ่ผู้ตกอับ ต้องมาเป็นสาวใช้ในบ้านเศรษฐีผู้สูงศักดิ์ ถูกดูถูกจากพี่หญิงใหญ่และน้องหญิงเล็ก แต่พจมานก็จิตใจดีงามช่วยดูแลชายน้อยผู้พิการและต้องการการดูแล สุดท้ายคุณชายกลางมองเห็นความดีงามของเธอ หลงรัก และแต่งงานเป็นฝั่งเป็นฝา ก่อนจะมาล่วงรู้ว่าพจมานนี่แหละที่เป็นทายาทของตระกูลผู้สูงศักดิ์-ลูกเป็ดขี้เหร่ชัดๆ
6
สิ่งที่น่าสนใจคือ โดยทั่วไปในชีวิตจริง ไม่ใช่เรื่องง่ายนักที่มวยรองจะพลิกชนะแชมป์เปี้ยน คนรวยกว่า สูงศักดิ์กว่า ได้เปรียบกว่า มีคอนเน็กชั่นดีกว่ามักชนะในชีวิตจริง แถมความดีงามภายในเช่นศีลธรรม ความมุ่งมั่น จิตใจดี ฯลฯ ก็ไม่ค่อยช่วยให้มวยรองเป็นฝ่ายชนะในโลกความจริงอันโหดร้ายและอยุติธรรมด้วย แต่เหตุไฉนคนเรายังชอบฟังเรื่องราวของมวยรอง ทั้งที่มันไม่ค่อยจะสมจริง
ศาสตราจารย์เมลวิน เลอร์เนอร์ ศึกษาวิจัยในวัฒนธรรมต่างๆ เป็นเวลา 25 ปี กระทั่งได้ข้อสรุปว่า พวกเราส่วนใหญ่ยังคงเชื่อว่าสิ่งดีๆ จะเกิดขึ้นกับคนดี และสิ่งเลวร้ายจะเกิดขึ้นกับคนเลว ความเชื่อในจิตใต้สำนึกของเราทำให้เราสลัดแนวความคิดนี้ออกไปไม่ได้
พูดง่ายๆ คือเราต่างรู้ดีว่า ในโลกใบนี้ คนดีตกระกำลำบากมีมาก คนชั่วได้ดีมีถมไป แต่เราไม่สามารถตื่นมาในทุกเช้าด้วยความเชื่อที่ศิโรราบต่อความจริงอันอัปลักษณ์เช่นนั้นได้ เพราะถ้าเราเชื่อแบบนั้นเราก็จะเลิกพยายาม เลิกทำดี เลิกไขว่คว้าความฝันที่งดงาม
เรื่องเล่าของมวยรองที่ทำสำเร็จจึงสำคัญสำหรับมนุษย์ มันหล่อเลี้ยงความเชื่อและความหวังของเราว่า ตราบที่เรายังมุ่งมั่นตั้งใจด้วยเจตนาดี จะสามารถเอาชนะเหล่าร้ายได้ในวันหนึ่ง เราสามารถสร้างโลกที่ยุติธรรม ปราศจากอำนาจมืดเทา และประสบความสำเร็จอย่างที่ตั้งใจได้
เพราะในตัวเรามีคุณสมบัติที่ดีงามอยู่ในตัวที่รอคอยการค้นพบและถูกมองเห็น
นู่นไงล่ะ ผู้คนที่เขาทำได้ นั่นไงล่ะ กลุ่มคนที่เขาผลักดันชีวิตขึ้นมา
เราซึมซับพลังและความหวังเช่นนี้จากเรื่องเล่าพล็อตมวยรอง ทั้งในชีวิตจริงและในเรื่องแต่ง
หากปราศจากเรื่องเล่าความสำเร็จของมวยรอง มนุษย์คงไม่สามารถทนมีชีวิตอยู่ในโลกอันไร้ความเท่าเทียมและปราศจากความเป็นธรรมต่อผู้รองบ่อน ซึ่งเป็นคนจำนวนมากในโลก และเราก็ตกอยู่ในสถานะนั้นบ่อยๆ
ในโลกที่มวยรองมีจำนวนมากกว่าแชมป์เปี้ยนไม่รู้กี่เท่าต่อกี่เท่า พล็อตมวยรองจะอยู่คู่มนุษยชาติต่อไปอีกนานเท่านาน
