bg-single

วิกฤต เด็กเมินเรียน ‘วิทย์-ฟู้ดไซน์-เกษตร’ โจทย์หิน อว.-มหา’ลัย เร่งหาทางออก

04.12.2025

วิกฤตผู้เรียนลดลงอย่างหนักในสาขาวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี เกษตร และอาหาร กลายเป็นปัญหาใหญ่ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องมาช่วยกันหาทางออก

เพราะไม่ใช่แค่ปัญหาเชิงตัวเลข หากสะท้อนความเสี่ยงเชิงโครงสร้างเศรษฐกิจไทยในระยะยาว ที่อาจกระทบต่อกำลังคนในการพัฒนาประเทศ

เพราะนี่คือสาขาหลักที่หล่อเลี้ยงอุตสาหกรรมอาหารไทย มูลค่าหลายล้านล้านบาทต่อปี และยังเป็นแกนกลางของเศรษฐกิจท้องถิ่นในหลายจังหวัด

โดยเฉพาะกลุ่มมหาวิทยาลัยราชภัฏ (มรภ.) หลายแห่ง ที่มีเด็กเรียนลดลงอย่างมีนัยสำคัญ

และมีแนวโน้มที่จะปิดสาขา เพราะไม่อยากแบกรับต้นทุน

ล่าสุด นายศุภชัย ปทุมนากุล ปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) เชิญอาจารย์ผู้สอนสาขาดังกล่าวมาหารือ เพื่อวางแนวทางสร้างแรงจูงใจให้เด็กสนใจเรียนในสาขาเหล่านี้มากขึ้น และมีแนวโน้มที่จะถูกปิด ซึ่ง อว.เองค่อนข้างไม่เห็นด้วย เพราะสาขาเหล่านี้มีความจำเป็นต่อการพัฒนาประเทศ

ทั้งนี้ มรภ.ถือว่ามีบทบาทสำคัญในการผลิตกำลังคนให้สอดรับกับเศรษฐกิจของประเทศ และหาก มรภ.บอกว่าตัวเองเป็นมหาวิทยาลัยเพื่อพัฒนาพื้นที่ แต่กลับไม่สามารถผลิตคนเพื่อยกระดับเศรษฐกิจของพื้นที่ได้จริง ก็เป็นเรื่องที่น่ากังวล

“ปัจจุบันพบว่ามีผู้เรียนในสาขาวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีน้อยลง โดยเฉพาะกลุ่ม มรภ. ที่มีปัญหาหนักบางมหาวิทยาลัยถึงขั้นปิดตัว เช่น สาขาฟู้ดไซน์ หรือวิทยาศาสตร์การอาหาร ซึ่ง อว.ค่อนข้างไม่เห็นด้วย เพราะอุตสาหกรรมเกษตร และอาหาร ถือว่ามีความสำคัญต่อประเทศ ซึ่ง มรภ. มีบทบาทสำคัญในการผลิตกำลังคนให้สอดรับกับเศรษฐกิจและความต้องการของประเทศ” ปลัด อว.กล่าว

นโยบายอย่างหนึ่งที่ได้ย้ำไปกับทาง มรภ. คือไม่อยากให้ปิดสาขาวิทยาศาสตร์เทคโนโลยี ที่มีความจำเป็นต่อพื้นที่ เช่น สาขาเกษตร และอาหาร ต่อให้ไม่มีคนเรียนก็อย่าเพิ่งปิด โดยปีการศึกษา 2569 อว.จะพยายามสนับสนุนให้เด็กหันมาเรียนสาขาเหล่านี้มากขึ้น

ขณะเดียวกันจะมีการพัฒนาอาจารย์ผู้สอน ทั้งเรื่องการเรียนการสอน เทคโนโลยี การใช้เอไอ รวมถึงจะมีการปรับหลักสูตรให้ทันสมัย

สิ่งสำคัญที่สุดคือ จะทำอย่างไรให้เด็กมีทัศนคติที่อยากจะเรียนสาขาเหล่านี้ ซึ่ง อว.อาจจะปรับวิธีการให้ทุนการศึกษา รวมถึงจะเริ่มทำบูตแคมป์ เรื่องเกษตรและอาหาร ตั้งแต่ระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย เพื่อให้เด็กได้สัมผัสกับอาชีพเกษตรกรรมสมัยใหม่ หรือสมาร์ตฟาร์มเมอร์ หรือการเป็นนักโภชนาการ เพื่อสร้างแรงจูงใจ

ปัญหาเด็กเรียนวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี โดยเฉพาะสาขาฟู้ดไซน์ และเกษตรน้อยนั้น มีแทบทุกมหาวิทยาลัย มหาวิทยาลัยใหญ่ๆ ก็มีผู้เรียนน้อยลง แต่ยังไม่รุนแรงเท่า มรภ. ซึ่งพบว่าแทบทุกแห่ง มีเด็กเรียนสาขาเหล่านี้น้อยมาก มหาวิทยาลัยจึงมีนโยบายให้ปิดตัว เพื่อลดต้นทุน

แม้ปัจจุบันเด็กที่จบในสาขาฟู้ดไซน์ได้งานทำเกือบ 100% ทั้งยังมีความต้องการของตลาดแรงงาน แต่เด็กไม่เรียน ฉะนั้น จึงต้องเปลี่ยนและยกระดับการเรียนการสอนให้มีคุณภาพมากขึ้น โดยยอมรับว่า สาเหตุที่เด็กเรียนสาขาเหล่านี้ลดลง เพราะไม่อยากเรียนอะไรที่ยาก และอาจจะไม่เห็นช่องทางอาชีพที่ชัดเจน ว่าจบไปแล้วต้องทำอะไร รวมถึงอาจคิดว่าสาขาเหล่านี้จบไปแล้วต้องทำงานหนัก ทั้งที่ความจริงแล้วเรื่องการทำงานต้องเปลี่ยนแปลงไปตามเทคโนโลยี และปัจจุบันภาคอุตสาหกรรมก็มีการพัฒนาไปมากแล้ว

“ยืนยันว่าสาขาเหล่านี้จบแล้วมีงานทำแน่นอน เพราะ อว.มีการสำรวจความต้องการของตลาดแรงงาน ซึ่งได้มีการสำรวจความต้องการกำลังคนในสาขาต่างๆ พบว่าสาขาเหล่านี้ยังมีความต้องการกำลังคนค่อนข้างสูง อีกทั้งเด็กที่จบออกมาก็มีงานทำเกือบ 100% ซึ่งนอกจากสาขาเกษตรและอาหารแล้ว ที่ผ่านมา อว.ยังพัฒนาหลักสูตรเซมิคอนดักเตอร์ และหลักสูตรที่เกี่ยวข้องกับปัญญาประดิษฐ์หรือเอไอ ที่กำลังไปได้ดี มีผู้สนใจเรียนมากขึ้น”

“ดังนั้น จึงจะนำโมเดลการพัฒนาหลักสูตรดังกล่าวมาพัฒนาหลักสูตรเกษตรและอาหารเช่นเดียวกัน” นายศุภชัยกล่าว

ขณะที่นายอดิศร เนาวนนท์ อธิการบดี มรภ.นครราชสีมา ในฐานะประธานที่ประชุมอธิการบดี มรภ. ชี้แจงว่า ปัญหานี้จะเกิดขึ้นในกลุ่ม มรภ.ขนาดเล็ก ส่วนของ มรภ.ขนาดใหญ่ เช่น มรภ.นครราชสีมา สาขาเหล่านี้ก็ยังมีคนเข้ามาเรียนอยู่และมีจำนวนผู้สมัครเกินกว่าเป้าที่ตั้งไว้

“ผมมองว่าสาขาวิชาที่วิกฤตหนักกว่าการเกษตรและอาหาร หรือฟู้ดไซน์ คือ สาขาวิทยาศาสตร์ เช่น ฟิสิกส์ เคมี ชีวะ ซึ่งเป็นปัญหาในขั้นวิกฤตของทุกมหาวิทยาลัยไม่ใช่เฉพาะกลุ่ม มรภ.เพียงอย่างเดียว แม้กระทั่งมหาวิทยาลัยของรัฐสาขาวิชาเหล่านี้ก็ยังมียอดผู้เรียนที่น้อยกว่าปกติ สาเหตุมาจากค่านิยมของเด็กส่วนใหญ่ในประเทศที่อยากเรียนสาขาวิชาที่มีความยากไม่มาก และสามารถนำไปประกอบอาชีพเป็นข้าราชการได้ เช่น ครู รัฐประศาสนศาสตร์ รัฐศาสตร์ เป็นต้น” นายอดิศรกล่าว

สาขาวิชาเหล่านี้ได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก เพราะเรียนได้ง่ายมีโอกาสที่จะรับราชการหรือเข้าไปสู่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น สร้างความมั่นคงในชีวิต แต่หากเทียบกับสาขาวิทยาศาสตร์และฟู้ดไซน์จะพบว่าโอกาสในการเข้ารับราชการมีน้อยกว่ามาก

โดยเฉพาะสาขาวิทยาศาสตร์ที่ในปัจจุบันยังไม่มีระบบในการสนับสนุนให้เด็กที่จบมามีงานทำคุ้มค่ากับความยากของการเรียน ไม่ว่าจะเป็นภาครัฐบาล เอกชน หรืออุตสาหกรรมต่างๆ ในประเทศ ยังไม่มีการจ้างงานที่ตอบโจทย์กับผู้ที่เรียนสายนี้

“เรื่องนี้เป็นสิ่งที่รัฐบาลควรร่วมมือกับทางมหาวิทยาลัย และผู้ประกอบการภาคส่วนอื่นๆ เพื่อหาช่องทางให้เด็กที่จบสาขาเหล่านี้มีงานที่มั่นคงทำ หรือหากเด็กมีความโดดเด่นอย่างมากก็ควรจะมีช่องทางให้สามารถขึ้นเป็นผู้ประกอบการได้เอง รัฐบาลควรจะลงทุนเพื่อรองรับสิ่งเหล่านี้ จึงจะเป็นการขับเคลื่อนเศรษฐกิจได้อย่างแท้จริง เป็นการขับเคลื่อนเศรษฐกิจที่ตรงตามเทรนด์ของโลก” นายอดิศรกล่าว

ส่วนการพัฒนาทักษะความสามารถในการเรียนการสอนของครู อาจารย์ จะต้องทำควบคู่ไปกับสถานประกอบการ ซึ่งมีองค์ความรู้และบุคลากรที่มีความสามารถอยู่ในหลายบริษัทยักษ์ใหญ่ทั่วประเทศ รัฐบาลควรจะทำให้เรื่องนี้เป็นวาระแห่งชาติ ไม่ใช่เป็นหน้าที่ของ อว.เพียงอย่างเดียว

ในส่วนของ มรภ. นายอดิศรกล่าวว่า ก็มีการปรับตัว โดยการพูดคุยและทำความร่วมมือกับสถานประกอบการและบริษัทขนาดใหญ่ๆ ที่มีความต้องการบุคลากรในสายนี้ เพื่อประคับประคองให้สาขาวิชาเหล่านี้ยังดำรงอยู่ต่อไปได้ แต่ถ้ารัฐบาลเข้ามาช่วยเหลือได้ก็มั่นใจว่าจะเกิดระบบที่พัฒนาระบบเศรษฐกิจด้วยท้องถิ่น เพื่อขับเคลื่อนการพัฒนาประเทศได้ตามเป้าหมายของ อว.

หากปล่อยให้สาขาวิทยาศาสตร์-อาหาร-เกษตร ทยอยปิดตัว ประเทศอาจสูญเสียฐานบุคลากรที่สำคัญในอนาคต โดยเฉพาะในยุคที่อาหารแปรรูป เทคโนโลยีชีวภาพ และสมาร์ตฟาร์มเมอร์เป็นกลไกสำคัญของเศรษฐกิจโลก

เป็นหน้าที่ของมหาวิทยาลัย ภาคเอกชน และรัฐ ที่ต้องเข้ามามีส่วนร่วม สร้างแรงจูงใจ และหลักประกันความมั่นคงในอาชีพ เพื่อให้เด็กเก่งหันมาสนใจเรียนสาขาเหล่านี้มากขึ้น



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

วิวัฒนาการ การเปลี่ยนย้ายและข้อจำกัดของ FOIP ของญี่ปุ่น
ไชโย!ประเทศไทยจะรวยแล้ว! (2)
ถอดรหัสเครมลิน – จาก ‘รัสเซีย’ ถึง ‘อาเซียน’
กฎหมายนิรโทษกรรมจากไหน ทำเพื่อใคร?
น้อมวันทาบูชาครู สุนทรภู่จอมปราชญ์สยาม | กวีกระวาด : พุทธิ์นันทะ ผลชัยอรุณ
เสรีแห่งสายน้ำ (ในห้วงคำนึงของนิราศภูเขาทอง) | เรื่องสั้น : นรเศรษฐ์ ทับทิมทอง
ปลายด้ายและรูเข็ม
ปรากฏการณ์ ‘จรวดและขนนก’ เมื่อน้ำมันหน้าปั๊ม ลดราคาลงช้าๆ
อินโดนีเซีย เมื่อนโยบาย สวนทางกับความเป็นจริง
ไทยช่วยไทย แพ้ไทยโกงไทย
สอบวัด KPI 3 เดือนรัฐบาล ‘หนู’ ไม่ ‘รั่ว’ แต่ ‘ร่วง’
ครบรอบ 2 ปี วุฒิสภา คดีฮั้ว ส.ว.ไร้ข้อสรุป สีส้ม จี้ ‘กกต.’ ส่งศาลชี้ขาด บิ๊กสภาสูงย้ำไม่ตะแบง