TRAIN DREAMS | ‘ดุจเดินทางอยู่ในฝัน’
ภาพยนตร์ | นพมาส แววหงส์
ได้ดู Train Dreams ที่เพิ่งฉายทางเน็ตฟลิกซ์โดยไม่มีความคาดหวังล่วงหน้าใดๆ
ได้แต่เปิดเข้าไปดูเพียงเพราะความคุ้นเคยกับชื่อเสียงเรียงนามนักแสดงที่คุ้นหน้าและชอบฝีมือ
แต่ปรากฏว่าเพลิดเพลินดื่มด่ำไปกับการเล่าเรื่องด้วยเสียงบรรยายอันทรงพลังของวิลล์ แพตตัน และภาพธรรมชาติอันงดงามดุจดังกวีนิพนธ์ จนชวนนิ่งขึงตะลึงตะไลตลอดเวลาการเดินเรื่องอย่างเนิบนาบไม่หวือหวาของหนังเกือบสองชั่วโมง
พร้อมกับตอนจบอันเรียบง่ายแต่ทรงพลังและลงตัวจนชวนอึ้ง

Train Dreams เล่าเรื่องชีวิตของผู้ชายชื่อ โรเบิร์ต เกรเนียร์ (โจเอล เอ็ดเกอร์ตัน) ผู้เป็นเด็กกำพร้า และออกจากโรงเรียนตั้งแต่วัยรุ่น โดยไร้จุดหมายและทิศทางในชีวิตในช่วงปลายศตวรรษที่ 19 จนต้นศตวรรษที่ 20
เมื่อปราศจากการศึกษาเล่าเรียน โรเบิร์ตก็ใช้ชีวิตต่อมาอีกสองทศวรรษด้วยอาชีพกรรมกรเร่ร่อนรับจ้างตัดต้นไม้ในป่าใหญ่ ขณะเมื่ออเมริกากำลังมีโครงการก่อสร้างทางรถไฟตัดข้ามภาคเหนือของทวีป
จวบจนเมื่อเข้าวัยหนุ่มใหญ่ เขาได้พบรักกับแกลดิส โอลดิง (เฟลิซิตี้ โจนส์) และลงหลักปักฐานในเมืองเล็กๆ ในรัฐไอดาโฮ สร้างบ้านน้อยริมบึงชายป่าใกล้เมือง เป็นกระท่อมไม้ซุงหลังเล็กในฝันอันงดงาม รวมทั้งการมีลูกน้อยกลอยใจด้วยกัน
ทว่า ภาวะเศรษฐกิจตกต่ำหลังสงครามโลกครั้งที่หนึ่งทำให้หางานรับจ้างในท้องถิ่นได้ยากเย็นและผลตอบแทนก็ไม่พอจะเลี้ยงปากเลี้ยงท้องในครอบครัวเล็กๆ
โรเบิร์ตจึงต้องเดินทางไปทำงานไกลบ้านครั้งละนานๆ รับจ้างตัดต้นไม้ให้บริษัทรับเหมาก่อสร้างเส้นทางรถไฟตัดผ่านภูมิประเทศอันรกเรื้อ

เขาได้เจอเพื่อนร่วมงานแปลกหน้าต่างถิ่นเปลี่ยนหน้าค่าตาไปเรื่อยๆ จะได้กลับมาอยู่กับลูกเมียก็เพียงในฤดูกาลที่งานตัดไม้ต้องหยุดไปตามสภาพภูมิอากาศ
รวมทั้งการเหยียดผิวของชาวอเมริกันต่อคนจีน โดยมีการส่งตัวกลับประเทศครั้งใหญ่และการจับคนงานชาวจีนไปโยนลงเหวโดยไม่มีปี่มีขลุ่ย
สิ่งนี้จะตามหลอกหลอนโรเบิร์ตไปตลอด โดยเฉพาะเมื่อตัวเขาเองประสบความสูญเสียครั้งใหญ่ โดยเป็นเสมือนสำนึกหรือความรู้สึกผิดจากการที่เขาเป็นพยานรู้เห็นเหตุการณ์ทารุณกรรมนั้นโดยไม่ได้ขัดขวางหรือทำอะไรเพื่อช่วยเหลือคนตกทุกข์ได้ยาก
ปัญหาการทำลายธรรมชาติเพื่อสร้างสิ่งที่เรียกว่าความเจริญก้าวหน้าเข้ามาทดแทน ก็ผุดขึ้นในสำนึกของคนหลายคน ทว่า ก็ถูกกลบลงด้วยความจำเป็นในชีวิต
อารยธรรมในนามของ “ความก้าวหน้า” อันฉับไว เข้ามาแทนที่ธรรมชาติอันยืนยาว ซึ่งถดถอยห่างจางหายไปจากชีวิตมนุษย์
ต้นไม้อายุนับร้อยๆ ปี ต้นแล้วต้นเล่า ถูกตัดโค่นลงด้วยน้ำมือมนุษย์เพียงในชั่วเวลานับนาที
…ไม่มีอะไรที่ได้มาโดยไม่ต้องเสียอะไรไป…

มีคำพูดอันแหลมคมโดนใจของตัวละครในช่วงท้ายเรื่องว่า “ต้นไม้ที่ตายไปก็มีความสำคัญเท่าๆ กับต้นไม้ที่ยังมีชีวิตอยู่” (The dead tree is as important as the living one.)
เป็นความงดงามเยี่ยงกวีนิพนธ์ของชีวิตและธรรมชาติ
ชีวิตเคลื่อนไปข้างหน้าโดยทิ้งร่องรอยของอดีตอันยาวนานที่ค่อยๆ ลบเลือนจางหายไป
...ทุกสิ่งมีที่มาที่ไป…
…ทุกการกระทำ-ไม่ว่าในทางร้ายหรือทางดี–ส่งผลลัพธ์ที่จะตามมาในเวลาต่อมาและต่อไปข้างหน้า…
…ไม่มีอะไรที่เปล่าประโยชน์หรือไร้ผลโดยสิ้นเชิง…
ดุจดัง “กฎแห่งกรรม” ในเชิงพุทธ หรือตามคำพังเพย “กงเกวียนกำเกวียน” ซึ่งแปลว่าวงล้อของเกวียนหมุนไปทางไหน ซี่ล้อของเกวียนก็จะหมุนตามไปด้วย
…และโลกหมุนเวียนเปลี่ยนไปเรื่อยๆ โดยไม่หยุดยั้งหรือหยุดรออะไร…
และไม่มีสิ่งใดแยกอยู่โดดๆ โดยปราศจากสายใยหรือความเชื่อมโยงในกันและกัน
มนุษย์ทะยานสู่ห้วงอวกาศด้วยการไปพิชิตดวงจันทร์…วินาทีที่นีล อาร์มสตรอง ย่างเหยียบบนพื้นดวงจันทร์ก้าวแรก ถูกบันทึกไว้ในฐานะชัยชนะของมนุษยชาติ
ขณะที่คนบนโลกนับร้อยนับพันล้านยังคงต้องทุกข์ทนและทุกข์ยากอยู่กับการต่อสู้ดิ้นรนเพื่อการอยู่รอด กับคำถามข้อใหญ่และการแสวงหาคำตอบ กับการมองหาความหมายของชีวิต กับการสูญเสียและความตายที่ต้องมาถึงอย่างแน่นอนในวันใดวันหนึ่ง

หนังเล่าสิ่งละอันพันละน้อยและผู้คนที่โรเบิร์ตได้เจอะเจอในชีวิต
อย่างเช่นชะตากรรมอันชวนพิศวงของมือวางระเบิดไดนาไมต์ (สำหรับการสร้างทาง) อาร์น พีเพิลส์ (วิลเลียม เอช. เมซี) อาร์นเดินอยู่ดีๆ ในป่าอันกว้างใหญ่ ก็ให้บังเอิญมีกิ่งไม้ใหญ่จากเบื้องสูงหล่นลงมาทับพอดิบพอดี
และอีกหน่อยถ้าเราเข้าป่าไปเจอรองเท้าแขวนอยู่บนต้นไม้ รองเท้าคู่นั้นคงชวนฉงนให้คิดต่อไปแล้วละว่ามีเรื่องราวอะไรแฝงอยู่เบื้องหลัง
การเดินทางช่วงท้ายของโรเบิร์ตเป็นประสบการณ์ที่ทำให้เขาเกิดสว่างวาบในความเชื่อมโยงของสรรพสิ่ง ดังเสียงบรรยายที่เล่าขณะโรเบิร์ตนั่งเครื่องบินสองปีกในยุคแรกชมทิวทัศน์เบื้องล่าง เหมือนสายตาของนกที่บินโฉบฉวัดเฉวียนอยู่เบื้องบนว่า
“ขณะที่เขาวางช่วงขึ้นช่วงลงช่วงกลับตาลปัตรทั้งหมดผิดไปหมดในชีวิต ในที่สุด เขาก็รู้สึกเชื่อมโยงกับทุกสรรพสิ่ง” (As he misplaced all sense of up and down, he felt, at last, connected to all.)
ขอแนะนำให้คนรักหนัง คนรักธรรมชาติ และคนที่ชอบตั้งคำถามใหญ่ๆ ในชีวิตดูหนังเรื่องนี้
ใช่ว่าจะได้พบคำตอบหลักๆ หรอก แต่ก็เป็นหนังที่สื่อสารได้สวยงามดุจดังกวีนิพนธ์…

TRAIN DREAMS
กำกับการแสดง
Clint Bentley
แสดงนำ
Joel Edgerton
Felicity Jones
William H. Macy
Kerry Condon
เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต
