bg-single

‘พีระมิดความเหลื่อมล้ำของอุตสาหกรรมภาพยนตร์’ กำลังพังทลายลง เพราะ ‘เอไอ’?

30.11.2025

ยิ้มเยาะเล่นหวัว เต้นยั่วเหมือนฝัน | คนมองหนัง

“เชคการ์ กาปูร์” ผู้กำกับภาพยนตร์ชาวอินเดีย เจ้าของผลงานดังอย่าง “Elizabeth” (นำแสดงโดย “เคต แบลนเชตต์”) เพิ่งออกมาแสดงความคิดเห็นเรื่องวงการหนังกับเทคโนโลยีเอไอ ในงานตลาดภาพยนตร์ “เวฟส์ ฟิล์ม บาซาร์” ที่ประเทศบ้านเกิด

ภายหลังเขาได้เข้าร่วมเป็นคณะกรรมการตัดสินผลรางวัลในเทศกาลภาพยนตร์เอไอครั้งแรกของอินเดีย ซึ่งมีศิลปิน นักเรียนนักศึกษา และนักเขียน (แต่ไม่มีคนทำหนังมืออาชีพ) จำนวน 181 ทีม เข้ามาร่วมกิจกรรมแฮกกาธอนทำหนังด้วยเทคโนโลยีเอไอเป็นเวลา 8 ชั่วโมง ซึ่งนำไปสู่ผลงานหนังสั้น 2 นาที ในประเด็นว่าด้วย “ความทรงจำ” จำนวน 181 เรื่อง

“สิ่งแรกที่ผมอยากพูดก็คือ (คนทำหนังรุ่น) พวกเราควรจะเกษียณอายุได้แล้ว นี่คือสิ่งที่ผมต้องการพูดออกมาจริงๆ ไม่ใช่เรื่องล้อเล่น”

นี่คือประเด็นแรกสุดที่ผู้กำกับหนังรุ่นเก๋าชาวอินเดียเอ่ยออกมา เมื่อได้ร่วมชมหนังที่ผลิตด้วยเทคโนโลยีเอไอ ซึ่งมีคุณภาพสูง ภายใต้กรอบระยะเวลาการผลิตที่สั้นมากๆ หรือพูดอีกอย่างได้ว่า เราจะไม่มีทางผลิตหนังคุณภาพระดับนี้ได้ด้วยวิธีการ-กระบวนการสร้างภาพยนตร์แบบเดิม

ก่อนที่กาปูร์จะกล่าวเตือนไปยังผู้มีอำนาจระดับบนสุดของอุตสาหกรรมว่า “บรรษัทบันเทิงยักษ์ใหญ่ใกล้จะล่มสลายลงแล้ว เพราะพีระมิดของอุตสาหกรรมนี้กำลังพังทลายจนราบเป็นหน้ากลอง แล้วบริษัททำหนังหน้าใหม่ๆ ก็จะเริ่มก่อตัวขึ้นมา”

“การพังทลายของพีระมิด” ในนิยามของผู้กำกับฯ คนนี้ หมายถึงการล่มสลายลงของโครงสร้างการบริหารงานอันเป็นลำดับชั้นแบบเดิมของบรรษัทยักษ์ใหญ่ในธุรกิจบันเทิง ตลอดจนเหล่าผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ระดับโลกทั้งหลาย

เขายกตัวอย่างผ่านนิทานเปรียบเทียบที่ให้ภาพชัดเจนว่า สิ่งที่เกิดขึ้นตอนนี้คือสถานการณ์ที่ซีอีโอคนหนึ่ง ซึ่งกำลังระดมเงิน 10,000 ล้านเหรียญจากเหล่านักลงทุน ได้ค้นพบว่าพนักงานทำความสะอาดหญิงของตัวเอง ซึ่งมีทักษะและความรู้ในการพรอมต์ (prompt) เอไอ (พิมพ์คำสั่งป้อนเอไอ) สามารถเขียนแผนงานทางธุรกิจได้ดีกว่าคนจบการศึกษาจากเอ็มไอทีและฮาร์วาร์ดเสียอีก

“พนักงานทำความสะอาดหญิงรู้วิธีการระดมเงินทุน 10,000 ล้านเหรียญ มากกว่าซีอีโอ เพราะเธอเรียนรู้ศิลปะในการสั่งงานเอไอ แล้วใช้มันด้วยพลังและอารมณ์ความรู้สึกอันเต็มปรี่ พนักงานทำความสะอาดหญิงมีสัญชาตญาณ และใช้สัญชาตญาณของตัวเอง โดยพึ่งพาความช่วยเหลือจากเอไอ”

กาปูร์เชื่อมโยงนิทานเปรียบเทียบข้างต้นกลับมายังวงการภาพยนตร์ ซึ่งเขาเชื่อว่าเอไอจะช่วยให้ผู้คนสามารถทำหนังกันได้ง่ายขึ้น

“สิ่งที่ดีที่สุดเกี่ยวกับเอไอก็คือมันเป็นเทคโนโลยีที่มีความเป็นประชาธิปไตยมากที่สุด ปัจจุบัน ภาพยนตร์ที่ดูเหมือนจะมีมูลค่าราวๆ 300 ล้านเหรียญ สามารถถูกสร้างขึ้นได้ด้วยเม็ดเงินเพียงแค่ 3 แสนเหรียญ และถ้าคุณอยู่ในประเทศอินเดีย คุณอาจสร้างมันได้ด้วยเงินเพียง 30,000 เหรียญเท่านั้น”

ขณะเดียวกัน ข้อจำกัดเรื่องจำนวนโรงภาพยนตร์ก็เป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญที่จะสร้างความล่มสลายให้แก่สตูดิโอและบริษัทผลิตหนังเจ้าใหญ่ๆ

ผู้กำกับฯ ชาวอินเดีย ยกตัวอย่างที่เป็นรูปธรรมอีกครั้งว่า ขณะที่ในระบบการผลิต-จัดจำหน่ายภาพยนตร์แบบเดิมนั้นมีปัญหาเรื่องจำนวนโรงฉาย เช่น ประเทศอินเดีย ซึ่งเป็นชาติที่มีการผลิตภาพยนตร์มากที่สุดในโลก แต่กลับมีโรงหนังอยู่แค่ 8,000 โรงเท่านั้น โดยสถานการณ์ทำนองเดียวกันนี้ยังเกิดกับสหรัฐอเมริกาและสหราชอาณาจักรด้วย

ทว่า เอไอกลับทะลุทะลวงข้อจำกัดดังกล่าวไปได้ ผ่านการมีแพลตฟอร์มวิดีโอออนไลน์ที่ผู้คนสามารถเข้าถึงได้อย่างกว้างขวาง เช่น ติ๊กต็อก และยูทูบ เป็นต้น

“ถ้าคุณต้องการเล่าเรื่องต่างๆ ด้วยภาพยนตร์ แล้วไม่สามารถนำหนังที่ตัวเองทำเข้าฉายในโรงภาพยนตร์ได้ เอไอจะช่วยลัดขั้นตอนให้คุณทำหนังได้สะดวกรวดเร็วยิ่งขึ้น ผมสามารถทำหนังคุณภาพใกล้เคียงกับ ‘อวาตาร์’ ด้วยเอไอ แล้วปล่อยมันลงยูทูบได้ทันที”

เมื่อ “พีระมิดของอุตสาหกรรมภาพยนตร์” พังพินาศลง คนส่วนน้อยบนยอดพีระมิดย่อมหลีกหนีผลกระทบไปไม่พ้น

“ซีอีโอหลายคนถามผมว่า ‘โอ้พระเจ้า แล้วจะเกิดอะไรขึ้นกับการจ้างงานในวงการหนัง?’ ผมตอบพวกเขาว่า ที่พวกคุณต้องระวังมากที่สุดก็คือตำแหน่งงานของพวกคุณเองนั่นแหละ เพราะจะไม่มีใครที่อยากมาทำงานกับพวกคุณอีกแล้ว เอไอจะเปิดโอกาสให้ผู้คนได้ค้นพบตัวเอง แล้วทุกๆ คนก็อยากจะเป็นเจ้านายของตัวเอง”

อย่างไรก็ดี กาปูร์ไม่ได้ฝากความหวังไว้ที่บริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่เช่นกัน

“อย่าไปเชื่อพวกบริษัทเทคทั้งหลายและการประเมินค่าว่าคนรวยพวกนั้นมีทรัพย์สินเป็นหลักล้านล้านดอลลาร์ให้มากนัก นี่มันก็เหมือนการเล่นไพ่โป๊กเกอร์ ไม่เคยมีใครเห็นเงินของพวกเขาจริงๆ ไม่เคยมีใครได้เห็นไพ่ในมือพวกเขา

“พวกเรากำลังตกอยู่ท่ามกลาง ‘ความน่าจะเป็น’ ในการประเมินมูลค่าของบริษัทเอไอยักษ์ใหญ่เหล่านี้ ซึ่งถูกชักใยอยู่โดยพวกวอลล์สตรีต”

ตรงกันข้าม คนทำหนังจากเอเชียใต้พยายามโฆษณาชวนเชื่อว่า เอไอจะถูกใช้ประโยชน์ “เพื่อประชาชนส่วนมาก” ในพื้นที่อย่างอินเดียและจีน เพราะ “ในภูมิภาคนี้ พวกเราต้องการใช้เอไอเพื่อสรรค์สร้างความก้าวหน้าให้เกิดขึ้นกับผู้คน”

แม้จะยืนอยู่ข้างเอไอ แต่กาปูร์เน้นย้ำว่าเทคโนโลยียังไม่สามารถเข้ามาแทนที่ประสบการณ์ขั้นพื้นฐานของมนุษย์ได้

“เอไอยังไม่สามารถเป็นมนุษย์ได้หรอก เอไอเป็นแค่ปัญญาประดิษฐ์ ตอนนี้ พวกเรายังไม่รู้ด้วยซ้ำว่า สติปัญญาของมนุษย์มันอยู่ตรงไหน” คนทำหนังวัย 79 ปี อ้างอิงงานวิจัยด้านประสาทวิทยาที่เพิ่งตีพิมพ์เผยแพร่ออกมาว่า สติปัญญาของมนุษย์ไม่ได้เกิดจากหัวสมองเท่านั้น แต่อาจดำรงอยู่ในหัวใจและจุลินทรีย์ต่างๆ ในร่างกายด้วย

นอกจากนั้น เขาเชื่อว่าเอไอยังยากจะหยั่งถึงความหวัง ความกลัว ความศรัทธา ซึ่งเป็นอารมณ์ความรู้สึกอันสลับซับซ้อนของมนุษย์

“ห้วงเวลาเดียวที่เอไอจะสามารถครอบงำมนุษยชาติได้อย่างเบ็ดเสร็จ ก็คือห้วงเวลาที่พวกเราต่างกลายเป็นคนเฉื่อยชา จนสามารถถูกคาดเดาเรื่องราวต่างๆ ภายในจิตใจได้ง่ายขึ้น”

เหมือนกับการใช้เอไอสร้างภาพยนตร์ ซึ่งยังมีข้อจำกัดและจุดท้าทายสำคัญดำรงอยู่

“เอไอยังไม่สามารถสร้างสรรค์ช็อตโคลสอัพ (การจับภาพระยะใกล้ให้เห็นสีหน้าแววตาของนักแสดง) ได้ดี ด้วยเหตุผลที่เป็นเรื่องเฉพาะเจาะจงมากๆ นั่นคือมันมีบางเรื่องที่วิทยาศาสตร์ก็ยังให้คำตอบไม่ได้แน่ชัด ในกรณีนี้คือเรื่องรูม่านตาของมนุษย์”

ก่อนที่กาปูร์จะขยายความต่อว่า ในแต่ละวินาที จะเกิดความเปลี่ยนแปลงนับพันครั้งที่รูม่านตาของพวกเราทุกคน นี่คือความเปลี่ยนแปลง-ความซับซ้อนของมนุษย์ ซึ่งเทคโนโลยีและปัญญาประดิษฐ์อย่างเอไอยังไม่สามารถเลียนแบบหรือจำลองออกมาได้อย่างถูกต้องแม่นยำ

ข้อมูลจาก https://variety.com/2025/film/festivals/shekhar-kapur-studio-collapse-ai-filmmaking-1236591466/

ภาพประกอบจาก X|Media|Lab (Flickr profile), CC BY 2.0 <https://creativecommons.org/licenses/by/2.0>, via Wikimedia Commons



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

‘พระปิดตา’ ขรัวคลุมโปง วัดท่าพระ บางกอกใหญ่ โดดเด่น-มีประสบการณ์
‘ซัวเถา’ เมืองเก่าทันสมัย (1)
‘อนุทิน 2’ คะแนนร่วง กระทุ้ง รมต.โลกลืม …ฟื้นเชื่อมั่น!
สูตรแคร์ : บทเรียนสิบปีของบอร์ดที่ไม่ต้องรับผิดชอบต่อใคร
ส่องลึกอิหร่าน: 11) ชนชาติส่วนน้อยกลุ่มต่างๆ ในอิหร่าน
ประวัติศาสตร์ไม่น่ากลัว
ซีซาร์สลัดอะโวคาโดไส้กรอก
พาส่อง JAECOO 6T REEV เอสยูวี ราคาต่ำล้าน-เด่นที่ขุมพลัง
เจาะลึกผลงาน ‘ตบสาวไทย’ เปลี่ยนผ่านคืนสู่ทีมชั้นนำโลก?
Cash is King
ราตรีสีทอง
ฟีฟ่ากับแนวทางฟุตบอลโลก 64 ทีม ให้โอกาสหรือเพิ่มรายได้?