FEED Music X AIS ฟังดนตรีในสวนเดือนธันวาคม ‘ฟรี’ กับ ‘โมเดิร์นด็อก-อีทีซี’
ยิ้มเยาะเล่นหวัว เต้นยั่วเหมือนฝัน | คนมองหนัง
งาน “FEED Music” คืองานดนตรีในสวนที่จัดมาแล้วสองครั้ง เมื่อช่วงปลายปี 2567 และ 2568 ณ ลานสนามหญ้าข้างมิวเซียมสยาม พื้นที่สีเขียวในเขตเมืองเก่า ซึ่งอยู่ติดกับสถานีรถไฟใต้ดินสนามไชย จนสามารถเดินทางไปถึงได้อย่างสะดวกสบาย
นี่คืองานดนตรีที่จัดขึ้นเพื่อคนเมืองทุกกลุ่ม ซึ่งมีใจรักเสียงเพลง โดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายในการเข้าชมแต่อย่างใด
งาน FEED Music ครั้งแรกสุดจัดขึ้นในบรรยากาศ “เรโทร” เต็มตัว โดยให้ความสำคัญกับคนดนตรีหลากหลายแนวจากยุค 80 และ 90
ครั้งถัดมา งานได้ปรับโจทย์มาเป็นเทศกาลดนตรีขนาดย่อมสำหรับคนทุกวัยมากขึ้น
ผ่านการนำเสนอการแสดงสดของคนดนตรีรุ่นเก๋าที่ทำงานมาตั้งแต่ยุค 80 ถึงปัจจุบัน, วงดนตรียุค 90 ที่พาคนฟังย้อนเวลากลับไปหาวัฒนธรรมร็อกจากช่วง 2-3 ทศวรรษก่อนหน้านั้น, นักร้อง-นักแต่งเพลงฝีมือดีจากยุค 2000 และวงอินดี้รุ่นใหม่ในทศวรรษ 2020
สำหรับงาน “FEED Music X AIS : Share Your Vibe” ที่กำลังจะจัดขึ้นในวันเสาร์-อาทิตย์ที่ 13-14 ธันวาคมนี้ ณ ลานสนามหญ้าข้างมิวเซียมสยามเช่นเดิม จะยังคงคอนเซ็ปต์ที่มุ่งขับเน้นศักยภาพของ “คนดนตรีตัวจริง” ไม่เปลี่ยนแปลง แต่เพิ่มเสริมด้วยพลังและวัฒนธรรมของคนรุ่นใหม่ๆ
ย้อนไปเมื่อปีที่แล้ว ศิลปินรุ่นเยาว์ที่สุดแต่มีฝีไม้ลายมือจัดจ้านมากๆ ในงาน FEED Music ก็คือ “YONLAPA” วงดนตรีอินดี้จากเชียงใหม่ ซึ่งสร้างสรรค์ผลงานเพลงที่มีความไพเราะติดหู หากซ่อนแฝงไว้ด้วยโครงสร้างทางดนตรีอันสลับซับซ้อน และสื่อสารเนื้อเพลงส่วนใหญ่ออกมาเป็นภาษาอังกฤษ โดยมีกลุ่มแฟนคลับที่เหนียวแน่นในหลายประเทศแถบเอเชีย
“YONLAPA” คือคนดนตรีหัวกะทิเจเนอเรชั่นล่าสุดจากจังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งเป็นพื้นที่ทางวัฒนธรรมอันรุ่มรวย จนสามารถผลิตป้อนนักร้อง-นักดนตรี-นักแต่งเพลงฝีมือเยี่ยม ให้แก่วงการเพลงไทยในตลอดสี่ทศวรรษที่ผ่านมา ได้อย่างสม่ำเสมอไม่มีขาดตอน
นับถอยหลังไปยังปลายทศวรรษ 2540 คนฟังเพลงทั่วประเทศก็ได้ทำความรู้จักกับวงดนตรีฝีมือฉกาจฉกรรจ์จากเชียงใหม่อีกหนึ่งวง
นั่นคือ “อีทีซี” ซึ่งผันตนเองจากวงกลางคืน มาสู่คนดนตรีมืออาชีพที่ได้รับการยอมรับนับถืออย่างสูงตลอดสองทศวรรษที่ผ่านมา
“อีทีซี” คือวงดนตรีห้าชีวิต ที่ก่อร่างสร้างตัวตนขึ้นมาจากบรรดานักศึกษาวิทยาลัยดุริยศิลป์ มหาวิทยาลัยพายัพ ซึ่งประกอบด้วย “แมนลักษณ์ ทุมกานนท์” (โซ่-คีย์บอร์ด), “โสตถินันท์ ไชยลังการณ์” (บี-คีย์บอร์ด), “ปรชญา รามโยธิน” (มิ้นท์-เบส) และ “ไพโรจน์ ธรรมรส” (โอเล่-กีตาร์)
ก่อนจะได้สมาชิกในตำแหน่งนักร้องนำจากมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ คือ “อภิวัฒน์ พงษ์วาท” (หนึ่ง) มาเติมเต็มวงให้มีความสมบูรณ์แบบ
คนดนตรีจากเชียงใหม่กลุ่มนี้ค่อยๆ ปักหลักหาที่ทางของตนเองในอุตสาหกรรมเพลงไทย ด้วยแนวดนตรีฟิวชั่นแจ๊ซและโซล ที่ผสมผสานเข้ากับเพลงป๊อปได้อย่างเหมาะเจาะลงตัว
ขณะเดียวกัน “อีทีซี” ยังเป็น “วงพี่น้อง” กับ “อะแค็ปเป-ล่า เซเว่น” (ที่เคยออกอัลบั้มกับอาร์เอส 3 ชุด) เนื่องจากสมาชิกส่วนใหญ่ของทั้งสองวงล้วนเป็นนักเรียนดนตรีของ ม.พายัพ
โดยที่ “โซ่ แมนลักษณ์” ก็เคยเป็นสมาชิกของ “อะแค็ปเป-ล่า เซเว่น” ส่วน “เดียร์-นักรบ แนวณรงค์” สมาชิกของวงหลัง ก็เคยเป็นนักร้องนำคนแรกของ “อีทีซี” มาก่อน
นอกจากนั้น บทเพลงที่โด่งดังหลายเพลงของ “อีทีซี” ยังเป็นผลงานการแต่งของ “แม็ค-ศรัณย์ วงศ์น้อย” หนึ่งในสมาชิกวง “อะแค็ปเป-ล่า เซเว่น” (และนักแต่งเพลง-โปรดิวเซอร์ฝีมือดี) และ “ปิง-จิระวัฒน์ ตันตรานนท์” เพื่อนนักแต่งเพลงจากเชียงใหม่ ซึ่งทำงานร่วมกับทั้งสองวงมาตั้งแต่ต้น
“อีทีซี” เริ่มทำอัลบั้มในฐานะศิลปินของเครือจีเอ็มเอ็มแกรมมี่ ก่อนจะมีโอกาสร่วมงานกับอีกหลายต้นสังกัด โดยไม่มีการเปลี่ยนแปลงสมาชิกหลักในวง ทว่า ได้ “ดั๊ก-สุทธิพงษ์ ปานคง” มาทำหน้าที่เป็นมือกลองสมทบ จนเปรียบเสมือนสมาชิกรายที่หก
มาถึงปี 2568 “อีทีซี” ยังคงรักษามาตรฐานการทำงานดนตรีระดับสูงของพวกตนเอาไว้ได้อย่างไม่มีตกหล่น ทั้งในฐานะวงดนตรีแสดงสด และการผลิตรายการแสดงดนตรี (แจมกับแขกรับเชิญจำนวนมาก) เผยแพร่ผ่านทางยูทูบ
ผู้เข้าร่วมงาน FEED Music X AIS จะได้รับชมรับฟังการแสดงสดมาตรฐานสูงของพวกเขาได้ในวันเสาร์ที่ 13 ธันวาคม เวลา 19.00 น.

ย้อนไปที่งาน FEED Music หนแรกสุด หนึ่งในศิลปินรุ่นเก๋าที่มาร่วมแสดงด้วยก็คือ “ธีร์ ไชยเดช” นักร้อง-นักแต่งเพลง-มือกีตาร์ ผู้มีลายเซ็นโดดเด่นเป็นเอกลักษณ์
ธีร์คือสุ้มเสียงจากค่ายเพลง “เบเกอรี่มิวสิค” ในยุค 90 ที่มีสำเนียงผิดแผกแตกต่างจากเพลงและศิลปินแบบ “เบเกอรี่” รายอื่นๆ อย่างชัดเจน
ในเดือนธันวาคม 2568 จะเป็นอีกครั้งที่ FEED Music มีโอกาสได้ร่วมงานกับ “ศิลปินระดับตำนานของเบเกอรี่”
นั่นคือ “โมเดิร์นด็อก” ศิลปินรายแรกสุดของ “เบเกอรี่มิวสิค” ผู้ผลักดันให้ค่ายเพลงอินดี้ค่ายนี้กลายเป็น “คลื่นลูกใหม่” ซึ่งสร้างความเปลี่ยนแปลงมหาศาลให้แก่อุตสาหกรรมเพลงไทย ที่ก่อนหน้านั้นถูกยึดกุมโดยสองค่ายใหญ่ “แกรมมี่-อาร์เอส” บวกด้วย “คีตา”
“โมเดิร์นด็อก” เปลี่ยนวัฒนธรรมการฟังเพลงของวัยรุ่นไทยด้วยแนวดนตรี “อัลเทอร์เนทีฟร็อก” ทั้งยังเปลี่ยนระบบนิเวศของวงการเพลงไทยในครึ่งหลังทศวรรษ 1990 จนก่อให้เกิดค่ายเพลงอิสระรายเล็กรายน้อยจำนวนมากมาย นำไปสู่การผลิตผลงานที่มีความหลากหลาย
ก่อนที่ทุกอย่างจะค่อยๆ ล่มสลาย-คลี่คลายตัวลง หลังวิกฤตเศรษฐกิจปี 2540
อย่างไรก็ดี ในแง่ความเป็นวงดนตรี “โมเดิร์นด็อก” คือศิลปินอีกรายที่ยืนระยะการทำงานมายาวนานได้อย่างน่าทึ่ง โดยมีแค่ “สมอัตถ์ บุณยะรัตเวช” (บ๊อบ-เบส) ที่แยกทางไปหลังอัลบั้มชุดที่สาม
ทว่า “ธนชัย อุชชิน” (ป๊อด-ร้องนำ) “เมธี น้อยจินดา” (กีตาร์) และ “ปวิน สุวรรณชีพ” (โป้ง-กลอง) ยังคงเกาะกลุ่มกันอย่างเหนียวแน่น ตั้งแต่เมื่อครั้งยังเป็นนิสิตจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มาจนถึงการเป็นคนดนตรีรุ่นเก๋าประสบการณ์สูง
ณ ปลายปี 2568 “วงหมาทันสมัย” โลดแล่นอยู่ในวงการเพลงไทยมา 31 ปีแล้ว พวกเขามีสตูดิโออัลบั้ม 6 ชุด และยังมีมาตรฐานการทำเพลงและแสดงสดที่คงเส้นคงวา
เพอร์ฟอร์แมนซ์ของนักร้องนำอย่าง “ป๊อด ธนชัย” ได้เติบโตผลิบานจากการเป็นขบถหนุ่มผู้เร่าร้อนแปลกแยก มาสู่การเป็นพี่ชายวัยเกิน 50 ปี ที่มักเข้าไปหยอกล้อกับคนดูคนฟัง (แม้กระทั่งเด็กตัวน้อยๆ) ด้วยอารมณ์อบอุ่น ความเข้าอกเข้าใจ และความปรารถนาดี
เชื่อว่าบรรยากาศดีๆ แบบนั้นจะเกิดขึ้นอีกครั้ง ที่งาน FEED Music X AIS ในวันอาทิตย์ที่ 14 ธันวาคม เวลา 19.00 น.
งาน FEED Music ในปีนี้ ยังจะมีวงดนตรีรุ่นใหม่ระดับมหาวิทยาลัย เข้ามาร่วมแสดงด้วยจำนวน 4 วง ได้แก่ “BANdShi” จากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย (15.00 น. 13 ธันวาคม), “Snoff Bux” จากมหาวิทยาลัยมหิดล (18.00 น. 13 ธันวาคม), “The Moonlight Band” จากมหาวิทยาลัยบูรพา (17.00 น. 14 ธันวาคม) และ “The Ocean Waves Band” จากมหาวิทยาลัยราชภัฏบ้านสมเด็จเจ้าพระยา (18.00 น. 14 ธันวาคม)
ที่สำคัญ FEED Music X AIS ยังมีการจัดกิจกรรมให้สอดคล้องกับวัฒนธรรม-ไลฟ์สไตล์การชมดนตรีของคนรุ่นใหม่ ซึ่งเริ่มหันมานิยมการปาร์ตี้-ฟังเพลงแบบ “ไม่ดื่มแอลกอฮอล์” กันมากขึ้น
ผู้จัดงานจึงจัดเตรียมบูธอาหารอร่อยๆ และบูธเครื่องดื่ม “นอน-แอลกอฮอล์” นานาชนิด มาคอยบริการผู้เข้าร่วมงานหลากหลายวัย
ยิ่งกว่านั้น งานยังมีพื้นที่สำหรับความใส่ใจต่อโลกและสังคม โดยได้จัดเตรียม “จุดทิ้งขยะอิเล็กทรอนิกส์” ด้วยความร่วมมือจากเอไอเอส และ “จุดรับบริจาคสิ่งของเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วมภาคใต้” ที่ดำเนินการโดยมูลนิธิกระจกเงา
แล้วพบกัน 13-14 ธันวาคมนี้ ที่มิวเซียมสยาม
