bg-single

33 ปี ชีวิตสีกากี พล.ต.ต.ปวีณ พงศ์สิรินทร์ (154)

16.12.2025

บทความพิเศษ | พล.ต.ต.ปวีณ พงศ์สิรินทร์

33 ปี ชีวิตสีกากี

พล.ต.ต.ปวีณ พงศ์สิรินทร์ (154)

ลุยเขต ‘สีดำ’ สงขลา

ผมกับตำรวจชุดสืบสวน สภ.อ.สิงหนคร ซึ่งเป็นตำรวจชุดเดิมที่ทำงานร่วมกับผมมาตลอด ไม่ว่าจะเป็น ด.ต.ครรชิต ศิริรัตนพันธ์, ด.ต.คม วรรณมาศ, จ.ส.ต.สิงห์ทอง สิงหเดช, จ.ส.ต.ประเทือง ธรรมปัญญาสกุล, ส.ต.อ.ประเสริฐ จิตรานนท์, ส.ต.ท.สุพจน์ เกษแก้ว, ส.ต.ต.บุญตา โสภา และ ส.ต.ต.มานพ ด้วงเอียด ได้เข้าไปจับกุมผู้จำหน่ายยาเสพติด ในชุมชนหัวเขาแดง

คราวนี้ผู้ต้องหาหลบหนีลงเรือที่จอดอยู่หลังบ้าน แล้วพายเรือออกไปกลางทะเล ในทะเลสาบสงขลา

เมื่อพวกผมเห็นดังนั้น จึงติดตามไป บริเวณนั้นมีเรือว่างๆ จอดอยู่ติดกันเป็นแพหลายลำ จึงนำเรือที่ว่างลำหนึ่งที่จอดอยู่พายออกไป เพื่อตามจับให้ได้

ขณะที่พวกผมช่วยกันจ้ำ จนเกือบจะถึงเรือที่ผู้ต้องหาพายอยู่ แต่แล้วชาวบ้าน ก็ขับเรือหางยาว วิ่งเรือออกไปแล้วเข้าไปใกล้เรือผู้ต้องหา จนผู้ต้องหากระโจนลงทะเลแล้วรีบว่ายน้ำมาขึ้นเรือหางยาวที่ชาวบ้านขับมารับ พาหลบหนีไปได้

ในจังหวะที่ผู้ต้องหากระโจนลงทะเล จ.ส.ต.ประเทือง ธรรมปัญญาสกุล เห็นว่าใกล้ตัวผู้ต้องหามาก จึงตัดสินใจกระโจนออกจากเรือลงไปในทะเล เพื่อตามไปจับผู้ต้องหาทันที ทั้งๆ ที่ตัว จ.ส.ต.ประเทืองมีทั้งปืนและวิทยุ แต่ก็พลาดไปอย่างหวุดหวิด วิทยุเสียหายใช้การไม่ได้เพราะถูกน้ำทะเล ต้องเอากลับมาซ่อม

แสดงให้เห็นว่า จ.ส.ต.ประเทืองและตำรวจในชุดของผม มีความตั้งใจอย่างเด็ดเดี่ยวจริงๆ ในการจับผู้จำหน่ายยาเสพติด โดยไม่เคยคิดห่วงตัวเองเลย

และเป็นอีกครั้งที่แสดงให้เห็นความรักพวกพ้องในทางที่ผิดของชาวบ้าน

ผมได้เห็นชาวบ้านในพื้นที่นอกจากไม่ช่วยเจ้าหน้าที่ป้องกันปราบปรามยาเสพติด แต่ยังกลับช่วยผู้ค้ายาเสพติดเสียอีก

สังคมของพื้นที่ที่ผมรับผิดชอบ ในเวลานั้น เป็นอย่างนี้จริงๆ

เมื่อ พล.ต.ต.มาโนช ไกรวงศ์ มาดำรงตำแหน่ง ผบก.ภ.จว.สงขลา ได้รับรายงานและรับทราบ การแพร่ระบาดของยาเสพติดโดยเฉพาะในพื้นที่ของชุมชนบ้านเล หมู่ที่ 1 ต.หัวเขา อ.สิงหนคร จ.สงขลา ว่ารุนแรงที่สุดในจังหวัดสงขลา คนส่วนใหญ่ในหมู่บ้านสนับสนุนผู้กระทำผิด และยังต่อต้านการปราบปรามของเจ้าหน้าที่ของรัฐ จนถึงขั้นบางครั้ง กล้าทำร้ายเจ้าหน้าที่ในขณะเข้าตรวจค้นจับกุม และยังชิงตัวผู้ต้องหาไปได้อีก จึงได้ดำเนินการปราบปรามยาเสพติดอย่างเฉียบขาด

วันที่ 15 กรกฎาคม 2540 เวลา 08.30 น. พล.ต.ต.มาโนช ไกรวงศ์ พร้อมด้วย พ.ต.อ.วีระยุทธ สิทธิมาลิก รอง ผบก.ภ.จว.สงขลา ได้นำกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจหลายหน่วยทั้งจาก สภ.อ.เมืองสงขลา, สภ.อ.หาดใหญ่, สภ.อ.ระโนด, สภ.อ.สทิงพระ, สภ.อ.กระแสสินธุ์, สภ.อ.ควนเนียง, สภ.ต.ม่วงงาม, สภ.ต.ชุมพล, สภ.ต.สามบ่อ, นปพ.จว.สงขลา, ตร.งาน 4 กก.สส.ภาค 9 และสุนัขตำรวจ กก.ตชด.43 ร่วมกับ สภ.อ.สิงหนคร จำนวน 200 นาย ระดมกวาดล้างจับกุม ผู้จำหน่ายยาเสพติดในพื้นที่ชุมชนบ้านเล หมู่ที่ 1 ต.หัวเขา อ.สิงหนคร จ.สงขลา ดำเนินคดีตามกฎหมาย

ผลการปฏิบัติ มีดังนี้

1. จับกุมนายหมัด บุญนะ อายุ 46 ปี อยู่บ้านไม่มีเลขที่ หมู่ที่ 1 ต.หัวเขา อ.สิงหนคร จ.สงขลา พร้อมด้วยกระสุนปืน ขนาด .357 จำนวน 9 นัด

2. จับกุมนางปาน เจริญสุข อายุ 32 ปี อยู่บ้านไม่มีเลขที่ หมู่ที่ 1 ต.หัวเขา อ.สิงหนคร จ.สงขลา พร้อมด้วยของกลาง เฮโรอีนชนิดผงขาว บรรจุอยู่ในหลอดบิ๊ก (เต็มหลอด) จำนวน 2 หลอด กัญชาแห้ง 19 ถุง เฮโรอีน ชนิดผงขาวห่อด้วยกระดาษหนังสือ จำนวน 2 ห่อ ธนบัตรไทย ฉบับละ 20 บาท 1 ฉบับ ที่มอบให้สายลับไปล่อซื้อ และเข็มฉีดยา (ไซริง) จำนวน 7 อัน

3. จับกุมนางสุภา มากเกื้อหนุน อายุ 25 ปี อยู่บ้านไม่มีเลขที่ หมู่ที่ 1 ต.หัวเขา อ.สิงหนคร จ.สงขลา พร้อมด้วยเฮโรอีนบรรจุอยู่ในหลอดพลาสติก จำนวน 1 หลอด ซึ่งได้รับจากสายลับที่ไปล่อซื้อ ธนบัตรไทย ฉบับละ 20 บาท จำนวน 1 ฉบับ ที่มอบให้สายลับไปล่อซื้อ และเงินสด รวม 39,880 บาท และมีนายอิ บุญนะ หลบหนีไปได้

4. จับกุมนางติหม๊ะ ดลหมาน อายุ 39 ปี และนายยะฝาด ดลหมาน อายุ 41 ปี อยู่บ้านเลขที่ 103/2 หมู่ที่ 1 ต.หัวเขา อ.สิงหนคร จ.สงขลา พร้อมด้วยของกลาง เฮโรอีน บรรจุอยู่ในหลอดพลาสติก (หลอดบิ๊ก) จำนวน 3 หลอด เฮโรอีนที่ห่อด้วยกระดาษ จำนวน 1 ห่อ ซึ่งได้รับมอบจากสายที่ไปล่อซื้อ ธนบัตรไทย ฉบับละ 20 บาท จำนวน 1 ฉบับ ที่ได้มอบให้สายไปล่อซื้อ

5. จับกุมนายอนัน จันทรเถื่อน อายุ 53 ปี อยู่บ้านเลขที่ 154 หมู่ที่ 1 ต.หัวเขา อ.สิงหนคร จ.สงขลา พร้อมด้วยของกลาง เฮโรอีนบรรจุอยู่ในหลอดพลาสติก (หลอดบิ๊ก) ประมาณ 1/10 หลอด เฮโรอีนห่อด้วยกระดาษหนังสือพิมพ์ จำนวน 1 ห่อ

6. จับกุมนายหร้อเฉด ดลหมาน อายุ 35 ปี อยู่บ้านเลขที่ 53 หมู่ที่ 1 ต.หัวเขา อ.สิงหนคร จ.สงขลา พร้อมด้วยกระสุนปืนลูกซองเบอร์ 12 จำนวน 2 นัด

7. จับกุมนายร่อสัน เหมมัน อายุ 24 ปี อยู่บ้านเลขที่ 91/1 หมู่ที่ 1 ต.หัวเขา อ.สิงหนคร จ.สงขลา พร้อมด้วยกัญชาแห้ง จำนวน 1 ถุง บ้องกัญชา จำนวน 1 บ้อง

8. จับกุมนายร่อหีม บุญนะ อายุ 19 ปี อยู่บ้านเลขที่ 125/1 หมู่ที่ 1 ต.หัวเขา อ.สิงหนคร จ.สงขลา พร้อมด้วยกัญชาแห้ง 1 ถุง บ้องกัญชา 1 บ้อง

9. ตรวจค้นพบเฮโรอีนบรรจุอยู่ในหลอดพลาสติก (หลอดบิ๊ก) จำนวน 5 หลอด ซุกซ่อนอยู่ในกางเกงยีนส์ ซึ่งอยู่ภายในบ้านเลขที่ 146 หมู่ที่ 1 ต.หัวเขา อ.สิงหนคร จ.สงขลา แต่ขณะที่ทำการตรวจค้น เจ้าของบ้าน คือ นายดลหะหรีม บิลหมาน และนางลลิตา อำหลี ซึ่งเป็นสามีภรรยา ได้หลบหนีออกไปก่อน

การระดมกวาดล้างในครั้งนี้ แม้ผลการจับกุมจะไม่ได้มากมายนัก

แต่เป็นการแสดงพลังของอำนาจรัฐในการบังคับใช้กฎหมาย ว่าจะต้องจริงจัง และเพื่อให้ประชาชนเคารพยำเกรง มิใช่อยู่กันอย่างป่าเถื่อน ซึ่งภารกิจในวันนี้ จึงสำคัญมากๆ สำหรับ อำเภอสิงหนคร

ในห้วงระยะเวลาที่ผ่านมานั้น มีคดีอุกฉกรรจ์ที่ร้ายแรงเกิดขึ้นบ่อยมากในพื้นที่ของ อำเภอเมืองสงขลา อำเภอสิงหนคร และอำเภอใกล้เคียง เป็นการก่อคดีของคนร้ายที่ใช้วิธีการในลักษณะที่คล้ายคลึงกัน เป็นกลุ่มมือปืนรับจ้าง ลอบยิงเหยื่อ บางครั้งใช้รถยนต์กระบะ หรือรถจักรยานยนต์เป็นพาหนะหลบหนี และตำรวจยังไม่สามารถจับคนร้ายได้ ดังเช่น คดีฆ่า ด.ต.ดุสิต รัตนมณี ที่ อ.สิงหนคร

พล.ต.ต.มาโนช ไกรวงศ์ ผบก.ภ.จว.สงขลา เคยอยู่ในพื้นที่มานาน เมื่อมาดำรงตำแหน่ง ผบก.ภ.จว.สงขลา ได้กลิ่นระแคะระคาย จากฝ่ายต่างๆ และมีชุดเฉพาะกิจของ ภ.จว.สงขลา ติดตามสืบสวนมาอย่างต่อเนื่อง ว่ากลุ่มคนร้ายเหล่านี้ เป็นกลุ่มใดบ้างและพอจะรู้แล้วว่าประเด็นการเสียชีวิตของ ด.ต.ดุสิต รัตนมณี มาจากการขัดแย้งและเป็นคู่แข่งกับกลุ่มนักการเมืองท้องถิ่นที่มีพวกมือปืนรับจ้างอยู่ในสังกัด มีอดีตตำรวจเก่าอยู่ในทีมนี้ด้วย การสืบสวนและติดตามนั้นดำเนินการอย่างเงียบๆ ในขณะที่สื่อมวลชนและประชาชน ยังคงติดตามการสืบพยานคดีฆาตกรรม 5 ศพ ครอบครัวบุญทวี ที่ศาลจังหวัดสงขลา

จนในที่สุด คดีสำคัญของ สภ.อ.สิงหนคร ที่ควานหาตัวคนร้ายที่เป็นมือปืนยิง ด.ต.ดุสิต รัตนมณี ก็ประสบความสำเร็จ จากความเพียรพยายามที่ทำงานร่วมกัน

วันนั้น เป็นวันที่ 28 กรกฎาคม 2540 ในตอนค่ำ ร.ต.ท.ดุสิต พรหมสิน หน.ฉก.ภ.จว.สงขลา กับ ร.ต.อ.ถวิล จันทร์จุฬา หน.สภ.ต.คูเต่า พร้อมกับทีมงาน ได้ติดตามหาตัวบุคคลที่ต้องสงสัยผู้นี้มานานและรู้ว่าเป็นมือปืนรับจ้างอยู่ในสังกัดของอดีตตำรวจเก่าจนพบตัวเป็นวัยรุ่น จึงนำตัวมาซักถาม

คือ นายสังคม หรือคม สายสลำ อายุ 19 ปี อยู่บ้านเลขที่ 78 หมู่ที่ 2 ต.พะวง อ.เมือง จ.สงขลา

และเนื่องจากผู้ตายเป็นตำรวจ และกลุ่มผู้ต้องสงสัยเป็นผู้มีอิทธิพลทั้งยังมีตำรวจและอดีตตำรวจเกี่ยวข้อง การสืบสวนคดีนี้จึงต้องระมัดระวังและกระทำเป็นความลับที่สุด



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

To the Scorching Sun ศิลปะแห่งความร้อนระอุ ที่แผดเผาชีวิตของผู้คนในปัจจุบัน โดย ยิ่งยศ เย็นอาคาร
พระแม่โพสพ และนิทานเกี่ยวกับผีแม่ข้าวในอุษาคเนย์
‘ทิชชู่เปียก’ อันตราย! ทำร้ายโลก!
เมื่อโลกเปลี่ยน และวอชิงตันต้องปรับตัว
MoU & UNCLOS สงครามการทูตในทะเล
พฤษภาเลือด สไนเปอร์ ‘กระสุนจริง’ จากตึกสูง
E-DUANG | ฐานที่มา แห่ง ระบอบ”อากง” โจทย์ ในมือ ชัชชาติ สิทธิพันธุ์
แกะรอย ประวัติศาสตร์แห่ง ‘อาทิตย์ 3 ดวง’ หรือ ‘Sundogs’ (2)
กราบเรียน ท่านนายกฯ (ฉบับที่ 3) เรื่อง ปัญหาบางประการในความสัมพันธ์ไทย-กัมพูชา | สุรชาติ บำรุงสุข
ธำรงศักดิ์โพล เปิดผลสำรวจ ร้อยละ 62.18 ชี้ควรมีการเลือกตั้งผู้ว่าจังหวัดทุกจังหวัดได้แล้ว
“เผ่าภูมิ” ยินดี คลังสานต่อ “Negative Income Tax” ยุคเพื่อไทย พุ่งเป้าช่วยคนจน เสนอเกณฑ์รายได้ต่ำกว่า 6 หมื่น/ปี รับสูงสุด 12,000 บาท/ปี
แตรฝรั่ง (3)