bg-single

เครื่องเคียงข้างจอ/วัชระ แวววุฒินันท์/ออสการ์ 2018…ผู้หญิงได้เสียงดัง (ซะที)

17.03.2018

เครื่องเคียงข้างจอ
วัชระ แวววุฒินันท์

ออสการ์ 2018…ผู้หญิงได้เสียงดัง (ซะที)

ผ่านไปอีกปีแล้วสำหรับการประกาศผลรางวัลออสการ์ ประจำปี 2018 ซึ่งครั้งนี้เป็นครั้งที่ 90 แล้ว

นับว่าเป็นงานแจกรางวัลที่มีอายุยืนยาวเทียบรุ่นปู่ย่าเราเลย

เมื่อเป็นเช่นนี้ที่ให้เห็นว่ารางวัลออสการ์นั้นมีอายุขัยมานาน ปีนี้จึงเปิดรายการด้วยการฉายภาพบรรยากาศของงานปัจจุบันแต่ทำเป็นภาพขาวดำมัวๆ ไม่ชัดนัก แบบเดียวกับเวลาที่เราดูหนังขาวดำสมัยก่อน พร้อมเสียงประกาศแบบโฆษกสมัยนั้น ทำให้ได้อารมณ์ย้อนยุคสมใจ

แต่เมื่อเข้าสู่รายการบนเวทีก็เป็นภาพสีสันสดใสสวยงามตามธรรมเนียมออสการ์ แถมฉากและเวทีปีนี้ก็จัดแบบอลังการดูเยอะๆ เต็มๆ ไปด้วยสไตล์ยุโรปประยุกต์ที่ดูย้อนยุคแต่แฝงด้วยความร่วมสมัย

พิธีกรของงานปีนี้คือ Jimmy Kimmel ซึ่งเป็นพิธีกรรายการ Jimmy Kimmel Live รายการของเขาเองทางสถานีโทรทัศน์ ABC เขาถนัดในแนวทางอารมณ์ดี มีอารมณ์ขัน ซึ่งเป็นทักษะจำเป็นสำหรับพิธีกรบนเวทีออสการ์

และเขาก็โชว์เดี่ยวไมโครโฟนหยอกเอิน จิกกัด และล้อเลียนถึงเรื่องราวต่างๆ ในแวดวงฮอลลีวู้ดในช่วงปีที่ผ่านมา

ช่วงหนึ่งบนเวทีเขาเดินไปใกล้กับหุ่นรางวัลออสการ์ที่ตั้งอยู่และบอกว่า ออสการ์คือบุคคลที่ได้รับความเคารพนับถือจากคนในวงการมายาวนาน ส่วนหนึ่งก็คือเขาสุภาพ (ฮา) ไม่พูดคำหยาบ (ฮา)

และที่สำคัญคือ “ไม่มีอวัยวะเพศชาย” (ทั้งฮาและปรบมือชอบใจ)

จิมมี่เขาหยิกแกมหยอกถึงเหตุการณ์คุกคามทางเพศที่เหล่านักแสดงหญิงหลายสิบคนลุกขึ้นมาเปิดโปงพฤติกรรมที่น่าละอายของผู้อำนวยการสร้างชื่อดัง ฮาร์วีย์ ไวน์สตีน ในช่วงที่ผ่านมา

จนเกิดมีกลุ่ม Me Too ขึ้นมา

แถมยังกัดงานออสการ์ในปีที่แล้วเสียเอง ที่ได้ประกาศผลรางวัลภาพยนตร์ยอดเยี่ยมผิดพลาด โดยจิมมี่บอกว่า สำหรับปีนี้ขอร้องว่าใครที่ได้รับการประกาศชื่อ อย่าเพิ่งรีบร้อนขึ้นมาบนเวทีล่ะ เพราะอาจจะประกาศผิดอีกก็ได้…ฮายาวๆ

และเมื่องานเดินทางมาถึงการประกาศรางวัลนี้จริงๆ ผู้จัดก็ได้เชื้อเชิญ วอเร็น เบ็ตตี้ และ เฟย์ ดันนาเวย์ ซึ่งเป็นผู้ประกาศผลที่ผิดพลาดเมื่อปีที่แล้วได้มาแก้ตัวอีกครั้ง เรียกเสียงฮือฮาและหัวเราะจากคนในฮอลล์ได้ไม่เบา

และวอเร็นก็ประกาศได้ถูกต้องว่า The Shape of Water ได้รับรางวัลภาพยนตร์ยอดเยี่ยมปีนี้ไปครอง พร้อมกับดูชื่อในซองให้แน่อีกครั้ง

และบอกว่า “ถูกต้องแล้ว” ฮะ ฮะ ฮ่า…

ในช่วงทอล์กโชว์ของจิมมี่ตอนเปิดรายการ มีช่วงหนึ่งที่พูดถึงว่า ภาพยนตร์เรื่อง Black Panther และ Wonder Woman ได้ทำลายล้างภาพยนตร์ที่ถูกเสนอในวันนี้ชื่อเรื่องอื่นไปสิ้น เพราะ 2 เรื่องนี้ทำรายได้ถล่มทลายมากกว่าเรื่องใดๆ นั่นเป็นสัญญาณที่ดีว่าความไม่เท่าเทียมเริ่มแคบลง เพราะ Black Panther เป็นเรื่องของฮีโร่ผิวดำ ในขณะที่ Wonder Woman มีฮีโร่เป็นผู้หญิง

และความสำเร็จของผู้หญิงในแวดวงบันเทิงฮอลลีวู้ดในปีที่ผ่านมาไม่ได้มีแค่นี้

แต่จะเห็นได้จากหนังที่ถูกเสนอชื่อเข้าชิงในปีนี้ หลายๆ เรื่องได้ให้ความสำคัญกับเรื่องของผู้หญิงอย่างชัดเจน

รวมทั้งมีผู้ทำงานเบื้องหลังที่เป็นผู้หญิงได้รับการเสนอชื่อในสาขาที่เด่นๆ มากกว่าทุกปีด้วย

อย่างเช่น เกรตา เกอร์วิก ได้รับการเสนอชื่อชิงผู้กำกับยอดเยี่ยมจาก Lady Bird

"ad"

หรือ ราเชล มอริสสัน ที่ได้รับการเสนอชื่อผู้กำกับภาพยอดเยี่ยม จากเรื่อง Mudbound

สําหรับตัวหนังเองแล้ว อย่างที่บอกว่ามีหลายเรื่องที่ให้น้ำหนักกับตัวละครเอกฝ่ายหญิง ได้แก่ ภาพยนตร์ชื่อยาว Three Billboards outside Ebbing, Missouri ที่เป็นเรื่องราวของการต่อสู้ของแม่ผู้สูญเสียลูกสาวจากการถูกฆ่าข่มขืน แต่เวลาผ่านไป 7 เดือนก็ยังไม่สามารถจับตัวคนร้ายมาลงโทษได้ เธอจึงเล่นของแข็งโดยการประจานความอ่อนด้อยของเจ้าหน้าที่รัฐดังๆ โดยการไปเช่าป้ายบิลล์บอร์ดที่ว่างอยู่ 3 ป้ายตรงทางเข้าเมืองเพื่อบอกเรื่องนี้ให้สังคมได้รับรู้

แน่นอนที่เธอต้องปะทะกับเจ้าหน้าที่ที่เป็นผู้ชายแบบตาต่อตาฟันต่อฟัน

และด้วยบทที่เข้มข้นและด้วยการแสดงที่เข้าถึงของนักแสดงนำอย่าง ฟรานเซส แม็กดอร์มานด์ จากเรื่องนี้จึงส่งเธอให้ได้รับรางวัลนักแสดงนำหญิงยอดเยี่ยมของเวทีนี้ไปครอง

ในตอนที่ฟรานเซสขึ้นกล่าวบนเวที เธอก็ได้พูดถึงว่าถึงเวลาของเหล่าผู้หญิงในโลกบันเทิงที่จะลุกขึ้นมาแสดงถึงความสามารถ และก้าวสู่ความสำเร็จบนความท้าทายที่มีผู้ชายเป็นผู้นำมาตลอด พร้อมกับเชิญชวนให้ผู้หญิงที่ได้รับการเสนอชื่อในงานวันนี้ทั้งคนเบื้องหน้าและคนเบื้องหลังได้ลุกขึ้นแสดงตัวว่ามีมากเพียงไร

ในงานเราจะได้เห็นผู้หญิงจำนวนมากได้ลุกขึ้นแสดงถึงตัวตนของตัวเอง นำโดยเจ้าป้าของวงการ เมอรีล สตรีพ ซึ่งก็เป็นคนหนึ่งที่ต่อสู้เรียกร้องเรื่องนี้มาตลอด

 

นอกจากเรื่อง Three Billboards outside Ebbing, Missouri แล้วยังมีเรื่อง Lady Bird ที่เป็นเรื่องความสัมพันธ์ของแม่กับลูก ที่มีการมองโลกที่แตกต่างกัน และผู้ที่แสดงเป็นลูกคือ เซอร์ชา โรแนน ก็ได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงนักแสดงนำหญิงยอดเยี่ยมด้วย ในขณะที่รางวัลนักแสดงสมทบหญิงปีนี้ที่ได้รับไปครองคือ ผู้รับบทแม่จากเรื่อง I,Tonya แอลลิสัน แจนนีย์แสดงดีจนถูกใจกรรมการ และถูกเลือกให้ได้รับในปีนี้ไปครอง

ส่วนเรื่อง The Post ที่นำมาจากเรื่องจริงของหนังสือพิมพ์ Washington Post ที่มีข้อมูลเกี่ยวกับเอกสารลับเพนตากอนซึ่งแสดงว่ารัฐบาลภายใต้การนำของ ริชาร์ด นิกสัน มีส่วนรู้เห็นกับการทำสงครามเวียดนาม ก็ให้น้ำหนักของเรื่องไปที่ “แคตเธอรีน แกรห์ม” ผู้เป็นลูกสาวที่ต้องแบกรับความอยู่รอดของหนังสือพิมพ์ต่อจากพ่อที่ตายไป เธอต้องตัดสินใจอย่างยากลำบากว่าจะเสี่ยงต่อการถูกกระทำกลับจากรัฐบาล และอาจทำให้หนังสือพิมพ์ที่พ่อสร้างมาต้องถูกปิดตัวเพราะอำนาจทางการเมืองหรือไม่

เมอรีล สตรีพ ผู้สวมบทแคตเธอรีนก็ได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงออสการ์จากบทนี้อีกครั้ง และเป็นครั้งที่ 21 มากกว่านักแสดงคนใดๆ แม้จะพลาดให้กับฟรานเซสในตอนท้ายก็ตาม

ยังมีเรื่อง I, Tonya อีกด้วย ที่ตัวละครนำเป็นผู้หญิงที่ชื่อ ทอนยา ฮาร์ดิ้ง นักสเก๊ตน้ำแข็งที่ถูกทำให้เชื่อว่าเธอเป็นคนทำร้ายคู่แข่งขันคนสำคัญ เรื่องนี้นำมาจากเรื่องจริง และบทก็ดราม่าเข้มข้น

จนผู้แสดงนำอย่าง มาร์โกต ร็อบบี้ ก็ได้รับการเสนอชื่อเช่นกัน

และที่ต้องพูดถึงแน่นอนคือเรื่องที่ได้รับรางวัลภาพยนตร์ยอดเยี่ยมคือเรื่อง The Shape of Water ที่บอกเล่าถึงตัวละครหญิงที่สังคมจัดให้เป็นคนชั้นต่ำ ทำงานทำความสะอาด และเป็นใบ้ เธอโหยหาความรักและคนที่เห็นคุณค่าในตัวเธอ และเธอก็ได้รับสิ่งนี้จากมนุษย์ประหลาดที่เป็นเหมือนมนุษย์ปลา จุดศูนย์กลางของเรื่องคือตัวละครที่ชื่อ อีไลซ่า ซึ่งรับบทโดย แซลลี ฮอว์กินส์ ก็เป็นอีกเรื่องหนึ่งในปีนี้ที่บทนำชั้นดีเป็นของนักแสดงหญิง และเธอก็เป็นหนึ่งในผู้ท้าชิงที่สมน้ำสมเนื้อ

นอกจากการให้ความสำคัญกับผู้หญิงมากขึ้น ในเรื่องเดียวกันนี้ยังให้ความสำคัญกับคนชั้นสองที่มีผิวดำที่เป็นเพื่อนสนิทของอีไลซ่าอีกด้วย เช่นเดียวกันกับเรื่อง Get Out ที่เล่นเรื่องการกดขี่คนผิวดำจากคนผิวขาวได้อย่างเจ็บแสบและชวนระทึกขวัญยิ่ง

นี่ยังไม่นับเรื่องของคนผิวดำใน Mudbound และ Roman J. Israel, ESQ.

ปีนี้จึงเป็นปีที่ผู้หญิงได้รับแสงไฟสาดส่องโฟกัสมากเป็นพิเศษ เพื่อที่จะบอกดังๆ ว่า โลกนี้ไม่ได้มีผู้ชายเท่านั้นที่ถืออำนาจและชี้นำ บัดนี้ถึงเวลาของผู้หญิงบ้างแล้ว

นี่เป็นสิ่งที่ฮอลลีวู้ดบอกกับเราผ่านงานประกาศรางวัลออสการ์

แต่อยากจะบอกว่าเรื่องอย่างนี้ ผู้ชายไทยเขารู้กันมาตั้งนานแล้วว่าผู้หญิงมีอำนาจที่น่าสะพรึงเพียงไร ไม่เชื่อลองคุยกับภรรยาของพวกเราดูกันหน่อยไหม…แล้วคุณจะรู้ว่าพวกเธอนั้น Wonder Woman เพียงใด จนคุณต้อง Get Out ไปให้ไกลๆ

และถ้ายังดื้อดึง พวกเธอก็จะไปเช่า Billboard ที่ว่างๆ ไม่ได้มาโฆษณาอะไร แต่มาตีหัวคุณต่างหากเล่า แฮะ แฮะ

 



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

คลื่นแห่งความโกรธในยุโรป ! | สุรชาติ บำรุงสุข
“วรวงศ์” แนะ เศรษฐกิจจะขยายตัว ไทยต้องลดการขาดดุลการค้า ห่วง 9 เดือนแรก ติดลบ 1.4 ล้านล้านบาท ฉุดเศรษฐกิจไทยรั้งท้ายภูมิภาค
ปฏิบัติการภาพยนตร์ฝรั่งเศส – Les Misérables- AI โชเน็นอะนิเมะ ไวรัลระดับโลกไอคอนแห่งการต่อสู้ของเจน Z ‘Stop! Back off! Stop pushing!’
อินเดีย จากแกนนำขบวนการไม่ฝักใฝ่ฝ่ายใด สู่ประเทศที่ฝักใฝ่ทุกฝ่าย
เวียงจันทน์ขยับ ฮานอยเขยื้อน : เวียดนามกับการเปลี่ยนนายกรัฐมนตรี สปป.ลาว
ทรัมป์ ‘คนทรยศ’ (Betrayal) ยกเลิกการแซงก์ชั่นน้ำมันรัสเซีย ซื้อดีเซลหมีขาวนำเข้าอเมริกา
6 ปทัสถาน ‘เคลียร์ได้’ ที่สังคมไทยต้องข้ามให้พ้น
4 ปีไม่มีใครฟัง ธีระ ศรีมงคล ผู้ใหญ่หมู่ 1 บ้านสระมะเขือ ย้ำอีกที ‘โรงขยะคือบทเรียนแสนสาหัส’
เมื่อประวัติศาสตร์เปลี่ยนข้าง : ถึงเวลาคืนความเป็นธรรม ให้เหยื่อของอำนาจรัฐ?
สัมผัสแง่งามสุดขมขื่น และความรักอันร้าวราน ผ่านอัลบั้ม O ของ เดเมียน ไรซ์
จากไทยหนึ่งเดียว สู่ ‘ไทยหลายใบ’ : ไทยศึกษาผ่านมุมมองนักวิชาการญี่ปุ่น
‘3 เสือป่า’ ภาค 2 ‘บิ๊กหยอย’ ส่งสัญญาณ? จับตา ไฟใต้ เดิมพันสุดท้าย ตท.26 หนู บุกรัง บิ๊กดุลย์ The Last Mission ‘บิ๊กเต้’ กับ สัญญาใจ ทบ.