‘3 เสือป่า’ ภาค 2 ‘บิ๊กหยอย’ ส่งสัญญาณ? จับตา ไฟใต้ เดิมพันสุดท้าย ตท.26 หนู บุกรัง บิ๊กดุลย์ The Last Mission ‘บิ๊กเต้’ กับ สัญญาใจ ทบ.
รายงานพิเศษ
‘3 เสือป่า’ ภาค 2
‘บิ๊กหยอย’ ส่งสัญญาณ?
จับตา ไฟใต้ เดิมพันสุดท้าย ตท.26
หนู บุกรัง บิ๊กดุลย์
The Last Mission ‘บิ๊กเต้’ กับ สัญญาใจ ทบ.
หลังมีสมาชิกใหม่ อย่าง “รองเอก” พล.อ.อานุภาพ ศิริมณฑล ที่ถูกส่งจาก ทบ. ข้ามมาเป็น รอง ผบ.ทหารสูงสุด และกลายเป็นแคนดิเดต ชิงเก้าอี้ ผบ.ทหารสูงสุด อีกคน เป็นคนที่ 3 ทำให้ กองบัญชาการกองทัพไทย ถิ่นเสือป่า แจ้งวัฒนะ คึกคักขึ้น
จากเดิมที่มีแค่ “รองจุ๊ฟ” พล.อ.ชิดชนก นุชฉายา รอง ผบ.ทหารสูงสุด และ “เสธ.เอี่ยว” พล.อ.ณัฐพงษ์ เพราแก้ว เสนาธิการทหาร เพื่อนร่วมรุ่น ตท.26 ด้วยกัน ชิงกัน 2 คน แบบเงียบๆ
แต่พอมี พล.อ.อานุภาพ เพื่อน ตท.26 อีกคน มาสมทบทีมแคนดิเดต เลยกลายเป็นเสมือน สามทหารเสือ ตท.26 หรืออาจเรียกว่าเป็น 3 เสือป่าแจ้งวัฒนะ ตามฉายานามของ บก.ทัพไทย ที่ย้ายมาจากสนามเสือป่า ลานพระบรมรูปทรงม้า มาถนนแจ้งวัฒนะ
พล.อ.อุกฤษฎ์ บุญตานนท์ ผบ.ทหารสูงสุด ไปร่วมงานวันกองทัพมาเลเซีย พร้อมทั้ง 3 แคนดิเดตพร้อมถือโอกาสกอดเอวน้องๆ แคนดิเดตทั้ง 3 คน ด้วยรอยยิ้มและเสียงหัวเราะ ลดบรรยากาศความตึงเครียด
พร้อมเปรยถึงคนที่จะขึ้นเป็นผู้บัญชาการทหารสูงสุดคนต่อไปว่าจะต้องนำการพัฒนา บก.ทัพไทย ไปสู่ความทันสมัย พร้อมรบ แบบ “รบร่วม” กับ 3 เหล่าทัพ เสมือนเป็นยานแม่ของเหล่าทัพ ให้ 3 แคนดิเดตทำงานแข่งกันในเวลาหนึ่งปีที่เหลืออยู่ ก่อนที่ พล.อ.อุกฤษฎ์จะเกษียณราชการตุลาคม 2570 นี้
3 แคนดิเดตจึงถูกจับตามองเวลาออกงานด้วยกันพร้อมหน้าเป็นแผง แต่เป็นแผงของเพื่อนร่วมรุ่นที่พูดคุย ทำงานด้วยกัน แบบมิตรไมตรี

อย่างไรก็ตาม เป็นที่รับรู้กันในกองทัพไทยว่า พล.อ.ชิดชนก ได้ถูกวางตัว และเติบโตมาตามลำดับตามเส้นทางของเสือป่าแจ้งวัฒนะ ในตำแหน่งสำคัญในกรมยุทธการทหาร จนเป็นเจ้ากรมยุทธการทหาร รองเสนาธิการทหาร และเสนาธิการทหาร กระทั่งขึ้นเป็นรองผู้บัญชาการทหารสูงสุดในปัจจุบัน และถือเป็นเต็งหนึ่ง ที่จะขึ้นเป็น ผบ.ทหารสูงสุดคนต่อไป
แต่กระนั้น ก็ไม่อาจมองข้าม พล.อ.ณัฐพงษ์ ซึ่งถือว่าเป็นแคนดิเดตที่มีพลังภายใน และคอนเน็กชั่นในหลายระดับ แม้จะมีข่าวใน ตท.26 ว่า ผบ.ทหารสูงสุดคนต่อไป เป็นความชอบธรรมของ พล.อ. ชิดชนกก็ตาม
ทั้งนี้ พล.อ.ณัฐพงษ์นั้น หากไม่ได้เป็น ผบ.ทหารสูงสุด ก็มีข่าวว่านายกรัฐมนตรีจะดึงไปช่วยงานในตำแหน่งเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) ต่อจาก เสธ.ปูด้วง พล.อ.ชัยพฤกษ์ ด้วงประพัฒน์ เลขาฯ สมช.ที่จะเกษียณราชการตุลาคม 2570 นี้ เพราะเดิม นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีก็เคยทาบทามให้มารับตำแหน่ง เลขาฯ สมช. มาก่อนหน้านี้แล้ว แต่เจ้าตัวยังคงต้องการทำงานในกองทัพต่อไป
แต่ไม่ว่าจะอย่างไร ผู้บัญชาการทหารสูงสุดคนต่อไป ก็จะต้องเป็นนายทหารเตรียมทหารรุ่น 26 ไม่พ้นจาก 3 แคนดิเดตนี้ โดยมี พล.อ.ชิดชนก เป็นตัวเต็ง


ตอนนี้ ตท.26 ยังคงถูกจับตามอง เพราะถือเป็นยุคทอง เนื่องจากมีทั้ง บิ๊กดุลย์ พล.ท.อดุลย์ บุญธรรมเจริญ เป็น รมว.กลาโหม บิ๊กตั้ม พล.อ.ศรัณย์ เพชรานนท์ เป็นปลัดกระทรวงกลาโหม บิ๊กปู พล.อ.พนา แคล้วปลอดทุกข์ เป็น ผบ.ทบ. บิ๊กเอก พล.ร.อ.นเรศ วงศ์ตระกูล เป็น ผบ.ทร. และบิ๊กคิม พล.อ.อ.เสกสรร คันธา เป็น ผบ.ทอ.
รวมทั้งทีมกระทรวงกลาโหม ที่ล้วนเป็นเพื่อนเตรียมทหาร 26 ของ พล.ท.อดุลย์ นำโดย พล.ท.วรพรต แก้ววิจิตร ผู้ช่วยรัฐมนตรี ประจำ รมว.กลาโหม และ บิ๊กต๋อง พล.อ.สรรเพชญ พิเนตรบูรณะ เลขานุการ รมว.กลาโหม ป๋าเหลิม พล.ต.เฉลิม สีเจริญ ที่ปรึกษา รมว.กลาโหม ซึ่งล้วนเพื่อนสนิทของ พล.ท.อดุลย์
รวมทั้งการตั้งคณะทำงานของ รมว.กลาโหมชุดใหม่ ตั้งแต่ 1 ตุลาคม 2569 เป็นต้นมา ทั้ง 9 นายพล ซึ่งก็ล้วนเป็นเพื่อน ตท.26
นำทีมโดย บิ๊กโก๋ พล.อ.อ.ประภาส สอนใจดี อดีตผู้ช่วย ผบ.ทอ. เป็น หัวหน้าคณะทำงานฯ ร่วมด้วย พล.อ.กิตติ สมสนั่น เสธ.แม็กซ์ พล.อ.คมกฤช รัตนฉายา อดีตแม่ทัพน้อย 4 พล.อ.พรมงคล พึ่งเสมา พล.อ.อ.นิพนธ์ โพธิ์เจริญ เสธ.เก่ง พล.อ.อ.นินาท มูลจนะบาตร์ เสธ.หลิน พล.ท.พรชัย มาหลิน เสธ.อ. พล.ต.นพสิทธิ์ สิทธิพงศ์โสภณ และ พล.ร.ต.ชยุต ฉัตรอิสรกุล มีหน้าที่ศึกษาข้อมูลให้คำปรึกษา และให้ข้อเสนอแนะต่างๆ ในงานที่เกี่ยวข้องกับภารกิจของ รมว.กลาโหม
ทั้งนี้ พล.อ.อ.ประภาสยังได้รับมอบหมายให้ดูแลเรื่องการสื่อสาร และทำหน้าที่ผู้อำนวยการศูนย์ข้อมูลข่าวสาร สถานการณ์ชายแดนไทยและกัมพูชา หรือ JIC ต่อไป
พร้อมทั้งมอบหมายให้เป็นคณะทำงานเตรียมข้อมูล ในการรับมือศึกอภิปรายไม่ไว้วางใจ ที่จะมีขึ้นในปลายเดือนตุลาคมนี้ เพราะ พล.ท.อดุลย์ เป็น 1 ใน 18 รัฐมนตรี พรรคภูมิใจไทยที่ถูกยื่นอภิปรายด้วย
จนทำให้กระทรวงกลาโหมถูกเรียกว่าเป็น กองบัญชาการสำคัญของ ตท.26 ที่นั่งทำงานกันเต็มกระทรวง หรือบ้านอีกหลังของ พล.ท.อดุลย์และเพื่อนๆ

ไม่กี่วันก่อน นายอนุทินซึ่งถือโอกาสมาไหว้ศาลหลักเมืองและสิ่งศักดิ์สิทธิ์ในกระทรวงกลาโหม ก่อนรับศึกอภิปรายไม่ไว้วางใจ ได้ดอดเงียบมาเยี่ยมกระทรวงกลาโหม เยี่ยมบ้าน พล.ท.อดุลย์ และตท.26 โดยร่วมรับประทานอาหารกลางวัน เสมือนเป็นการมาเยี่ยมเยือน ทั้งในนามนายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย ที่เป็นกระทรวงเพื่อนบ้าน โดยมีทีม รมช.มหาดไทยและเลขานุการ รมว.มหาดไทยร่วมคณะมาด้วย
จะเห็นได้ว่าในการโยกย้ายทหารชั้นนายพล ที่ผ่านมานายอนุทินไม่ได้เข้าไปแทรกแซงเรื่องตัวบุคคลให้ผู้บัญชาการเหล่าทัพแต่ละคนเลือกผู้มาเป็น ผบ.เหล่าทัพใหม่ตามที่เห็นควร ไม่ว่าจะรุ่น ตท.26 หรือรุ่นใด เพียงแต่มีรายงานว่า ถ้าเป็นไปได้นายกรัฐมนตรีอยากให้เลือกคนที่ที่มีอายุราชการอย่างน้อยสองปีขึ้นไป เพื่อให้การทำงานต่อเนื่องเท่านั้น
ดังนั้น จึงเป็นโอกาสสำคัญที่เตรียมทหารรุ่น 26 ใช้โอกาสที่คุมอำนาจเกือบเบ็ดเสร็จในฝ่ายความมั่นคงเช่นนี้ ในการแก้ปัญหาของประเทศ เช่น ปัญหาความขัดแย้งระหว่างไทยกับกัมพูชา ที่ก็ถือว่า ตท.26 สามารถรับมือและเตรียมความพร้อมได้เป็นอย่างดี

คงเหลือเรื่องสถานการณ์ความรุนแรงในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ ที่เป็นเรื่องท้าทายความสามารถ ตท.26 ภายใต้การนำของ พล.อ.พนา ซึ่งยังมีตำแหน่งรอง ผอ.รมน. และ พล.อ.ชัยพฤกษ์ เลขาฯ สมช. พล.อ.ณัฐพงษ์ เลขาธิการคณะผู้แทนพิเศษของรัฐบาล ในการแก้ไขปัญหาชายแดนภาคใต้ด้วย
แกนนำ ตท.26 เผยว่า ได้มีการพูดคุยกันในระดับแกนนำรุ่นว่า ในการรบกับกัมพูชา ถือว่ารบชนะมาแล้วและต้องเตรียมพร้อมสำหรับการรบครั้งต่อไป
ส่วนปัญหาชายแดนใต้ นับว่าเป็นความท้าทายสำคัญ ที่จะต้องแก้ไขให้ได้ในยุคของ ตท.26 ที่เหลือ แค่ 1-2 ปี เป็นการส่งท้ายชีวิตรับราชการทหารฝากไว้ให้กับประเทศชาติ
ดังนั้น พล.อ.พนา ซึ่งนั่งเป็น ผบ.ทบ. มาเป็นปีที่ 3 ปีสุดท้ายจะเกษียณตุลาคม 2570 นี้แล้ว จึงจะใช้ความพยายามในปีสุดท้ายในการจัดการปัญหาภาคใต้อย่างเต็มที่ แม้ว่าแม่ทัพภาค 4 คนปัจจุบัน จะไม่ใช่ บิ๊กยูร พล.อ.นรธิป โพยนอก อีกแล้ว หลัง พล.อ.พนาตัดสินใจให้ขยับขึ้นมาเป็นผู้ช่วย ผบ.ทบ. แต่ยังคงให้ช่วยดูแลชายแดนภาคใต้ในส่วนงานส่งกำลังบำรุง
ส่วนแม่ทัพภาค 4 คือ แม่ทัพคิ้ว พล.ท.ชาคริต อุจะรัตน เป็นรุ่นน้องเตรียมทหาร 28 จากสายรบพิเศษ ซึ่ง พล.อ.พนา ก็เชื่อมือ
และนี่จึงเป็นอีกเหตุผลหนึ่งที่ พล.อ.พนา และ ตท.26 ต้องการจะผลักดัน ให้บิ๊กเต้ พล.อ.ณรงค์ฤทธิ์ คัมภีร์ระ รอง ผบ.ทบ. เพื่อนร่วมรุ่น ตท.26 ซึ่งมาจากทหารรบพิเศษ ได้เป็น ผบ.ทบ. ต่อจาก พล.อ.พนา ในตุลาคม 2570 นี้เพื่อสานต่อการทำหน้าที่ในการแก้ไขปัญหาชายแดนภาคใต้ให้ถึงที่สุด
เนื่องจาก พล.อ.ณรงค์ฤทธิ์เป็นทหารรบพิเศษสายบู๊ ที่ทำงานในเรื่องชายแดนภาคใต้เคียงข้าง พล.อ.พนามาตลอดกว่า 2 ปีที่เป็น ผบ.ทบ. โดยลงพื้นที่ชายแดนภาคใต้ด้วยกันทุกครั้ง
รวมถึงครั้งล่าสุดเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว


พล.อ.ณรงค์ฤทธิ์เคยเป็น ผบ.หน่วยบัญชาการสงครามพิเศษ (นสศ.) หรือแม่ทัพภาค 5 ก่อนถูกดันขึ้นเป็นผู้ช่วย ผบ.ทบ. และในปัจจุบันขึ้นเป็น รอง ผบ.ทบ. จ่อเป็น ผบ.ทบ.ในปีสุดท้ายก่อนที่ พล.อ.ณรงค์ฤทธิ์ และผองเพื่อน ตท.26 ส่วนใหญ่ จะเกษียณราชการเกือบหมดกองทัพ
การขึ้นเป็น ผบ.ทบ.ของ พล.อ.ณรงค์ฤทธิ์จะไม่มองในเรื่องของอายุราชการที่จะเกษียณตุลาคม 2571 ซึ่งในเวลานั้นจะเหลือเวลาแค่ 1 ปี หากได้ขึ้นเป็น ผบ.ทบ.
มีกระแสข่าวว่า แกนนำ ตท.26 ได้พูดคุยกับแกนนำ ตท.28 ที่กำลังเติบโต ขึ้นมารับไม้ต่อในการดูแลกองทัพบก เสมือนเป็นสัญญาใจกันไว้ว่า พล.อ.ณรงค์ฤทธิ์ จะเป็น ผบ.ทบ.ก่อน 1 ปี จากนั้นจะเป็น ผู้ช่วยกอล์ฟ พล.อ.สราวุธ ไชยสิทธิ์ ผู้ช่วย ผบ.ทบ. แกนนำรุ่นน้อง ตท.28 ที่จ่อคิวอยู่ โดยสามารถรอได้เพราะยังมีอายุราชการถึงตุลาคม 2573 สามารถเป็น ผบ.ทบ.ทำงานต่อเนื่องจากรุ่นพี่ได้อีก 2 ปี
อย่างไรก็ตาม เป็นที่น่าสังเกตว่า พล.อ.สราวุธค่อนข้างจะลดบทบาทในการทำหน้าที่โดยขอทำแบบเงียบๆ ในฐานะผู้ช่วย ผบ.ทบ. ที่ดูสายงานกำลังพล ปล่อยให้รุ่นพี่ ตท.26 มีบทบาทนำ โดยเฉพาะ พล.อ. ณรงค์ฤทธิ์ ในฐานะตัวเต็ง ผบ.ทบ. คนต่อไป
และจะสร้างประวัติศาสตร์เป็น ผบ.ทบ.คนที่ 2 ของเตรียมทหาร 26 และเป็น ผบ.ทบ. คนที่ 5 ของทหารรบพิเศษหมวกแดง ต่อจาก พล.อ.วิมล วงศ์วานิช เมื่อปี 2535 นั่ง 1 ปี บิ๊กแอ้ด พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ ปี 2543-2546 นั่ง ผบ.ทบ. 4 ปี ก่อนขยับขึ้นไปเป็นผู้บัญชาการทหารสูงสุด บิ๊กบัง พล.อ.สนธิ บุณยรัตกลิน ปี 2549-2551 นั่ง 2 ปี และ บิ๊กเจี๊ยบ พล.อ.เฉลิมชัย สิทธิสาท ปี 2559-2561 นั่ง 2 ปี

พล.อ.สราวุธที่รอคิวลุ้นเป็น ผบ.ทบ.นั้นเป็นที่น่าสนใจและถูกจับตา เพราะเป็นนายทหารคอแดง ปฏิบัติหน้าที่ใน ฉก.ทม.รอ.904 ต่อเนื่อง แม้ว่าจะขยับจากแม่ทัพน้อย 1 มาเป็นรองเสธ.ทบ. และขึ้นเป็นผู้ช่วย ผบ.ทบ. (2) ที่ได้รับมอบหมายให้ดูแลสายงานกำลังพลแล้วก็ตาม
โดยยังได้รับหน้าที่ที่เกี่ยวข้องกับสถาบันฯ เช่น การเตรียมความพร้อมของการจัดริ้วขบวนพระบรมราชอิสริยยศ งานพระราชพิธีพระพันปีหลวง และการเตรียมการกฐินพระราชทาน ในส่วนของกองทัพบก
แต่ตำแหน่ง ผบ.ทบ.ไม่ได้เกี่ยวข้องแบบมีนัยสำคัญ ในเรื่องข้อกำหนดที่ ผบ.ทบ.ต้องเป็นคอแดง แต่อย่างใด เพราะ ทบ.ไม่ได้มีระเบียบ หรือข้อกำหนดนี้ แต่เป็นเรื่องเฉพาะตัวบุคคล และเป็นภารกิจงานที่ได้รับมอบหมาย
ดังนั้น ในห้วง 1 ปีจากนี้ เป็นเวลาที่ พล.อ.สราวุธจะสานต่อการทำงาน และรออีก 1 ปี ข้างหน้า ให้ พล.อ.ณรงค์ฤทธิ์ขึ้นเป็น ผบ.ทบ.ก่อน พร้อมกับกระแสข่าวร่ำลือกันใน ทบ.ว่ามีสัญญาใจระหว่าง พี่ปู-พี่เต้ ตท.26 และน้องกอล์ฟ และแกนนำ ตท.28 ว่าจะเป็นไปตามสัญญาใจนี้เพื่อลดปัญหาที่อาจจะเกิดขึ้นต่อกันได้ เพราะน้องๆ ยังสามารถรอพี่ๆ ได้
โดยทั้ง ตท.28 ก็จ่อคิวขึ้นมาในระดับ 5 เสือ ทบ. และแม่ทัพภาค คุมกำลังต่อไป ทั้งแม่ทัพไก่ พล.ท.วรยส เหลืองสุวรรณ ที่ยังนั่งแม่ทัพภาค 1 ต่อเป็นปีที่ 2 และส่อเค้าจะนั่งยาว 3 ปี โอกาสที่จะขยับขึ้นพลเอก หรือ 5 เสือ ทบ. ในโยกย้ายเมษายน 2570 นี้ เป็นไปได้ยาก เพราะเชื่อกันว่า ในระดับผู้ใหญ่ได้หารือ และตัดสินใจร่วมกัน ตั้งแต่การโยกย้ายตุลาคมที่ผ่านมาแล้ว
ทั้งนี้ ในการโยกย้ายทหาร พล.อ.พนาไม่ต้องการให้มีการมองว่ามีความขัดแย้ง แย่งชิงตำแหน่งกัน และขอให้เป็นที่รู้กันภายในว่า พล.อ. พนาขอคิดและตัดสินใจ ในการจัดวางตัวขุนพล ในตำแหน่งต่างๆ ที่จะมารับไม้ต่อดูแล ทบ.ในอนาคต ด้วยตนเอง แม้บางครั้งเพื่อนๆ จะไม่เข้าใจ โกรธเคืองบ้างก็ตามที
ด้วย ตท. 26 มีมากถึงราว 300 คน จึงย่อมต้องเลือกครีมของรุ่นมาลงตำแหน่งสำคัญ อาจมีเรื่องความสนิทสนม ความไว้วางใจ เป็นการส่วนตัวบ้าง แต่ก็เป็นการเลือกเพื่อนให้เหมาะกับงาน ซึ่งอาจทำให้เพื่อนไม่พอใจบ้างก็ตาม
แต่เมื่อโผประกาศออกมาแล้วทุกอย่างก็ควรต้องจบและทำหน้าที่กันต่อไป ระฆังหมดยกแล้ว รอการโยกย้ายครั้งต่อไป
