ทรัมป์ ‘คนทรยศ’ (Betrayal) ยกเลิกการแซงก์ชั่นน้ำมันรัสเซีย ซื้อดีเซลหมีขาวนำเข้าอเมริกา
รายงานพิเศษ | มงคล วัชรางค์กุล
ทรัมป์ ‘คนทรยศ’ (Betrayal)
ยกเลิกการแซงก์ชั่นน้ำมันรัสเซีย
ซื้อดีเซลหมีขาวนำเข้าอเมริกา
อนุสนธิจากข่าวเมื่อวันศุกร์ที่ 9 ตุลาคม 2026 ที่โดนัลด์ ทรัมป์ ประกาศยกเลิกการแซงก์ชั่นซื้อน้ำมันจากรัสเซียชั่วคราว พร้อมสั่งนำเข้าน้ำมันดีเซลจากรัสเซียเพื่อพยุงราคาดีเซลในอเมริกาให้ลดลง
ทรัมป์โพสต์ว่า ได้โทรศัพท์คุยกับวลาดิมีร์ ปูติน ได้ข้อตกลงว่า อเมริกาจะยกเลิกการแซงก์ชั่นน้ำมันจากรัสเซียชั่วคราว ทำให้น้ำมันดีเซลจากรัสเซีย 3 แสนตันส่งเข้าตลาดโลก และเดือนพฤศจิกายนรัสเซียจะส่งออกดีเซล 5 แสนตัน ต่อมาจะส่งออกอีกหนึ่งล้านตัน
ทั้งหมดคือสหรัฐจะซื้อน้ำมันดีเซลจากรัสเซีย เพื่อให้ราคาน้ำมันดีเซลในสหรัฐลดราคาลง
สิ่งนี้เกิดขึ้นในขณะที่ทีมเจรจาจากยูเครนกำลังอยู่ที่ไมอามี สหรัฐ เจรจากับลูกเขยทรัมป์ – จาเร็ด คุชเนอร์ ร่วมกับสตีฟ วิตคอฟฟ์ ผู้แทนพิเศษสหรัฐ
โดยทีมเจรจายูเครนไม่ได้รับข้อมูลเรื่องยกเลิกการแซงก์ชั่นซื้อน้ำมันจากรัสเซียแต่อย่างใด
พลันที่ทรัมป์โพสต์ข่าวนี้ออกมา เซเลนสกี ประธานาธิบดียูเครน แสดงความคิดเห็นว่า การยกเลิกแซงก์ชั่นแล้วกลับมาซื้อน้ำมันจากรัสเซียนั้น คือการให้ “ของขวัญ” แก่ปูติน ซึ่งรัสเซียจะ “ตอบแทน” ด้วย “การก่อการร้ายและหักหลัง”
เซเลนสกียังเขียนในบัญชีเอ็กซ์ (X) ว่า “การอนุญาตให้รัสเซียขายผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียมเป็นการลงทุนในสงครามให้ยืดเยื้อออกไปอีก แทนที่จะยุติมันเสีย”
คืนวันรุ่งขึ้น 10 ตุลาคม ทรัมป์โพสต์ต่อว่า ทั้งสองฝ่าย ยูเครนและรัสเซียตกลงจะยุติการโจมตีแหล่งพลังงานซึ่งกันและกัน
เซเลนสกีโพสต์ว่า ไม่เคยมีข้อตกลงกันเรื่องนี้ แต่ถ้ารัสเซียจะหยุดโจมตีแหล่งพลังงานและโรงไฟฟ้าของยูเครน ยูเครนก็ยินดีจะหยุดโจมตีแหล่งพลังงานของรัสเซียเช่นกัน
แต่ในความเป็นจริง ทั้งสองฝ่ายยังโจมตีใส่แหล่งพลังงานต่อกันอย่างไม่หยุดยั้ง
เบื้องหลังข้อตกลงนี้คือ ฝ่ายอเมริกายื่นคำขาดให้ยูเครนหยุดโจมตีแหล่งพลังงานของรัสเซีย มิฉะนั้นอเมริกาจะหยุดป้อนข้อมูลสืบราชการลับที่ตั้งแหล่งพลังงานจุดต่างๆ ของรัสเซียที่เคยส่งให้ยูเครน
เท่าที่ผ่านมา ถึงแม้อเมริกาจะไม่ป้อนอาวุธให้ยูเครน (นาโต้ต้องลงขันซื้ออาวุธอเมริกาให้ยูเครน) แต่อเมริกายังป้อนข้อมูลตำแหน่งโรงกลั่น จุดที่ตั้งแหล่งพลังงานของรัสเซียผ่านดาวเทียมให้ยูเครน ทำให้โดรนระยะไกลและขีปนาวุธยูเครนที่เริ่มออกปฏิบัติการทำการโจมตีได้อย่างแม่นยำ สร้างความสูญเสียใหญ่หลวงให้รัสเซีย
นักวิจารณ์ของ CNN มีความเห็นว่า ข้อเสนอให้สองฝ่ายหยุดโจมตีแหล่งพลังงานซึ่งกันและกันนั้นเป็นคุณแก่รัสเซีย เพราะรัสเซียกำลังเพลี่ยงพล้ำ โรงกลั่น คลังน้ำมันของรัสเซียโดนทำลายไปมากมาย ขนาดโรงกลั่นริมทะเลบอลติกห่างจากยูเครน 1,200 ไมล์ ยังโดนทำลายย่อยยับ
วันจันทร์ที่ 12 ตุลาคม ทรัมป์ออกมาสำทับว่า ถึงเวลาที่ยูเครนจะต้องมีการเลือกตั้งเปลี่ยนประธานาธิบดีใหม่แล้ว
ข้อเสนอนี้ทรัมป์เจาะจงโจมตีเซเลนสกีโดยเฉพาะ เพราะเซเลนสกีครบวาระการเป็นประธานาธิบดีมาระยะหนึ่งแล้ว แต่ด้วยภาวะสงครามจึงยังไม่มีการเลือกตั้งประธานาธิบดีเกิดขึ้น
เซเลนสกีโพสต์ตอบทรัมป์ว่า ถ้าปูตินยอมตกลงหยุดยิง 6 เดือน เขาจะจัดให้มีการเลือกตั้งในยูเครน
ขอบันทึกว่า พลันที่โพสต์แรกของทรัมป์เรื่องยกเลิกการแซงก์ชั่นน้ำมันรัสเซียแล้วกลับไปซื้อดีเซลรัสเซียเข้าอเมริกาออกมานั้น อดีตรองประธานาธิบดี Mike Pence ที่เคยเป็นรองประธานาธิบดีสมัยแรกของทรัมป์ (ปี 2017-2021) โพสต์ถึงทรัมป์ว่า
“คนทรยศ – betrayal”
พร้อมเรียกร้องให้กลับลำทันใด – NOW
สื่อสหรัฐเปรียบเปรยว่า ตัวทรัมป์และนโยบายของเขามีอันตราย สร้างความเสียหายรุนแรงต่อสังคมและระบบการเมือง เหมือนกับ “ฝนเหลือง” เหมือนสีผิวทรัมป์ที่ใช้ยาทาผิว (Spray Tan) จนออกสีส้มและเหลือง ได้โทรศัพท์คุยกับ “คู่หู” (buddy) Vladimir แล้วประกาศว่า รัสเซียจะดัมพ์น้ำมันดีเซลนับล้านตันสู่ตลาด เพื่อให้สิ่งนี้เกิดขึ้น (ประกาศยกเลิกการแซงก์ชั่นพลังงานจากรัสเซีย)
อเมริกาไม่ได้ซื้อน้ำมันรัสเซียนับแต่ปูตินเริ่มรุกรานยูเครน แต่ตอนนี้ปูตินจะได้รับเงินอเมริกันแล้ว
Pence เขียนอีกว่า การเคลื่อนไหวนี้ “เป็นเรื่องไร้สาระ”
“เป็นการทรยศต่อมรดกผลงานและการเป็นผู้นำของวุฒิสมาชิก Lindsey Graham ผู้ล่วงลับ ที่ใช้เวลาหลายปีในการสร้างการแซงก์ชั่นอย่างยากลำบาก”
“อเมริกาต้องไม่ยื่นเครื่องมือต่อชีวิต (lifeline) ให้อุปกรณ์การทำสงครามต่อปูติน” Pence บันทึก
Pence เพิ่งกลับมาจากยูเครน เขากล่าวว่า ปูตินกำลังพ่ายแพ้ – LOSING สงครามนี้ แต่ทรัมป์กลับใช้โอกาส “ประกันตัว” ปูตินขึ้นมาสู้ต่อ
ต้องจำให้ขึ้นใจว่า ไม่ใช่รัสเซียแต่เป็นยูเครนที่ถูกรุกราน ยึดครอง
การให้ความช่วยเหลือของทรัมป์สร้างพลังให้ปูตินภายในวันเดียว วันนั้นรัสเซียยิงถล่ม Zaporizhzhia คนยูเครนเสียชีวิต 20 คน เป็นเด็ก 3 คน
ต้องรับรู้ว่า Pence ไม่ได้โดดเดี่ยว โดยเฉพาะในพรรครีพับลิกัน วุฒิสมาชิก Brian Fitzpatrick กำลังยื่นข้อเสนอต่อประธานสภา Johnson เพื่อกดดันให้สภาผู้แทนราษฎร (House) โหวตลงมติยกเลิกดีลซื้อน้ำมันดีเซลรัสเซีย ทั้งนี้ Don Bacon (สมาชิก House พรรครีพับลิกันจากรัฐเนแบรสกา) ได้เซ็นอนุมัติแล้ว
ไม่ว่าจะว่าอย่างไรก็ตาม ความคิดเห็นและการนำเสนอของ Mike Pence นั้นเป็นสิ่งที่ถูกต้อง ต้องเพิกถอน ล้มล้างข้อตกลง ยกเลิกดีลนี้ในทันที
BBC นำเสนอว่า ทั้งที่เมื่อ 3 สัปดาห์ก่อน ทรัมป์เพิ่งลงนามในกฎหมายที่อนุญาตให้สหรัฐใช้มาตรการคว่ำบาตรประเทศที่นำเข้าน้ำมันและก๊าซจากรัสเซีย ทั้งยังออกภาษีเพิ่มเติมแก่ประเทศเหล่านั้นอีกด้วย
แต่วันนี้ทรัมป์ “ทรยศ” ต่อหลักการเดิมของตัวเองโดยสิ้นเชิง
ที่ทรัมป์จำต้อง “ทรยศ” ยกเลิกแบนน้ำมันรัสเซีย ซื้อดีเซลเข้าอเมริกา ทั้งที่ยังไม่รู้ว่ารัสเซียจะมีน้ำมันดีเซลให้หรือไม่
ก็เพราะเพื่อประคองความรู้สึกของชาวไร่อเมริกันที่กำลังเดือดร้อนหนักกับราคาน้ำมันดีเซลที่พุ่งขึ้นสูงที่สุดในประวัติศาสตร์อเมริกา
ก่อนอื่นต้องรู้ว่า อเมริกาไม่มีนโยบายประคองราคาน้ำมันดีเซลเหมือนเมืองไทย ดังนั้น ราคาดีเซลจึงเคลื่อนไหวตามธรรมชาติที่ตอนนี้ราคาเฉลี่ยดีเซลขึ้นไปถึงแกลลอน (3.7 ลิตร) ละ $6.0556 แต่บางรัฐราคาดีเซลสูงมาก เช่น รัฐแคลิฟอร์เนียขึ้นไปถึงแกลลอนละ $7.9827
น้ำมันดีเซลใช้เป็นหลักในการเกษตร เช่น เติมรถไถหว่าน รถเก็บเกี่ยวพืชผล รถขนส่ง ฯลฯ บางรัฐมีน้ำมันดีเซลสีแดงที่ปลอดภาษีจ่ายให้เกษตรกรใช้สอย
ดังนั้น เมื่อน้ำมันดีเซลขี้นราคาสูงมากทำให้คะแนนเสียงของทรัมป์และพรรครีพับลิกันในรัฐการเกษตร เช่น รัฐโอไฮโอ ไอโอวา อาร์คันซอ แคนซัส เท็กซัส เนแบรสกา ฯลฯ ตกต่ำสุดขีด
วิธีการที่ทรัมป์คิดว่าจะช่วยให้คะแนนกลับคืนคือ ให้เกษตรกรเกิดความหวังว่าราคาน้ำมันดีเซลจะลดลงจากการนำเข้าดีเซลรัสเซีย
ซึ่งจะเป็นจริงหรือไม่นั้นเป็นอีกเรื่องหนึ่ง
BBC บอกว่า สหรัฐใช้น้ำมันดีเซลวันละประมาณ 3.6 ล้านบาร์เรล ดังนั้น ถึงแม้ว่ารัสเซียจะส่งมอบดีเซลงวดแรก 300,000 ตัน (ประมาณ 2.19 ล้านบาร์เรล) ในเดือนนี้ ก็เป็นเพียงประมาณเกินกว่าครึ่งหนึ่งของปริมาณการใช้ดีเซลรายวันของสหรัฐเท่านั้น
แต่คนอเมริกันจะยังไม่ทันสังเกตเห็นตัวเลขความแตกต่างในทันทีมากนัก
เมื่อเดือนกันยายน 2026 The Wall Street Journal เพิ่งทำสกู๊ปบอกว่า การโจมตีด้วยโดรนวิถีไกลของยูเครนได้ทำลายโรงกลั่นและคลังน้ำมันของรัสเซีย จนเกิดน้ำมันขาดแคลนในรัสเซีย ต้องนำเข้าน้ำมันจากอินเดีย
ในส่วนน้ำมันดีเซลเกิดการขาดแคลนจนต้องประกาศลดมาตรฐานน้ำมันดีเซลในประเทศ แล้วนำน้ำมันที่โดนตีกลับจากการส่งออกมาจำหน่าย
ฉะนี้แล้ว ปูตินจะนำน้ำมันดีเซลจากที่ไหนมาส่งออกให้ทรัมป์
