bg-single

10 ธันวาคม 2568วัน (แก้ไข) รัฐธรรมนูญ อย่าหลอกกัน กลางควันปืน

12.12.2025

หลักศิลากลางน้ำเชี่ยว | มุกดา สุวรรณชาติ

ไม่ว่าจะเกิดการปะทะทางทหารที่ชายแดน เกิดปัญหาเศรษฐกิจ ความขัดแย้งทางการเมือง

การแก้ไขรัฐธรรมนูญคงดำเนินต่อไป

แต่จะสำเร็จหรือไม่ ไม่มีใครรู้

เราไม่สามารถเลือกทำทีละปัญหาได้

รัฐธรรมนูญ ฉบับแรก
แก้ไขผ่านสภาสำเร็จ แต่ถูกฉีก

24 มิถุนายน พ.ศ.2475 วันปฏิวัติเปลี่ยนแปลงการปกครองจากระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์มาเป็นระบอบประชาธิปไตย จากนั้นก็มีการร่างรัฐธรรมนูญฉบับถาวรซึ่งมีชื่อว่ารัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรสยาม พ.ศ.2475 ประกาศใช้ครั้งแรกในวันที่ 10 ธันวาคม พ.ศ.2475 นี่คือที่มาของวันรัฐธรรมนูญ

รัฐธรรมนูญฉบับนี้ก็อยู่ได้ยาวนาน 13 ปีกับ 5 เดือน เป็นรัฐธรรมนูญของประเทศไทยที่มีอายุยาวนานมากที่สุด

รัฐธรรมนูญฉบับนี้ไม่ได้ถูกฉีกโดยการรัฐประหารแต่ถูกยกเลิกเพราะมีการแก้ไขปรับปรุงหลังสงครามโลกยุติปลายปี 2488 เราจึงได้รัฐธรรมนูญฉบับใหม่ชื่อว่า รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2489

แต่ฉบับ 2489 ถูกใช้ได้เพียง 1 ปีครึ่งก็ถูกฉีกทิ้งโดยการทำรัฐประหารของ พลโทผิน ชุณหะวัณ ทำให้นายปรีดี พนมยงค์ นายกรัฐมนตรี ต้องหนีออกประเทศ

คณะรัฐประหารได้เชิญจอมพล ป. พิบูลสงคราม มาเป็นหัวหน้าซึ่งจอมพล ป.ได้แสดงให้ประชาชนเห็นว่าไม่ต้องการอำนาจจึงเชิญนายควง อภัยวงศ์ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ มาเป็นนายกฯ และนำธรรมนูญการปกครองชั่วคราวมาใช้แทน ซึ่งเปิดโอกาสให้แต่งตั้งทหารและข้าราชการเป็นสมาชิกวุฒิสภาได้ (ให้ ส.ว.มีจำนวนเท่ากับ ส.ส.)

นายควงจัดให้มีการเลือกตั้งใหม่ในเดือนมกราคม พ.ศ.2491 พรรคประชาธิปัตย์ชนะการเลือกตั้งแต่ได้เป็นรัฐบาลอยู่แค่วันที่ 6 เมษายนก็ถูกรัฐประหาร “เงียบ” นายควงลาออก จอมพล ป. เข้ารับตำแหน่งนายกรัฐมนตรีแทน ไม่มีการยุบสภา ไม่มีการฉีกรัฐธรรมนูญ จอมพล ป.ครองอำนาจอยู่จนถึงปี 2500

เกิดรัฐประหารโดยจอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ ปกครองแบบเผด็จการต่อจนเสียชีวิตในปี 2506 แล้วก็สืบอำนาจต่อโดยจอมพลถนอม กิตติขจร และจอมพลประภาส จารุเสถียร ใช้เวลาร่างรัฐธรรมนูญเกือบ 10 ปี แต่ใช้ 2 ปีก็ฉีกทิ้งเสียเอง

จนถูกประชาชนโค่นล้มขับไล่ในเหตุการณ์ 14 ตุลาคม 2516

รัฐธรรมนูญ
แบบประชาธิปไตยครึ่งใบ
อยู่ได้นาน

7ตุลาคม พ.ศ.2517 รัฐธรรมนูญฉบับที่ 10 ที่เป็นประชาธิปไตยมากขึ้นถูกนำมาใช้ มีการแต่งตั้ง ส.ว. ได้ 100 คน แต่ข้าราชการมาเป็น ส.ว.ไม่ได้ รธน.ฉบับนี้ใช้ได้ 2 ปี ก็ถูกรัฐประหารในวันที่ 6 ตุลาคม พ.ศ.2519 การรัฐประหารครั้งนี้มีการปราบอย่างรุนแรงทำให้นักศึกษาเสียชีวิตเป็นจำนวนมาก และส่วนหนึ่งได้หนีเข้าป่า ใช้วิธีติดอาวุธต่อสู้กับรัฐบาล

นายธานินทร์ กรัยวิเชียร เข้ามาเป็นนายกรัฐมนตรี แต่อยู่ได้เพียง 1 ปีก็ถูกรัฐประหารซ้ำ พลเอกเกรียงศักดิ์ ชมะนันทน์ ขึ้นมาเป็นนายกรัฐมนตรี มีการร่างรัฐธรรมนูญฉบับที่ 13 และประกาศใช้เมื่อวันที่ 22 ธันวาคม 2521

พลเอกเกรียงศักดิ์เป็นนายกฯ ในระบอบประชาธิปไตยครึ่งใบไปจนถึง 29 กุมภาพันธ์ 2523 ก็ถูกบีบให้ลาออกกลางสภา จากนั้นพลเอกเปรม ติณสูลานนท์ ก็เป็นนายกฯ ต่อ โดยอาศัยนักการเมืองกลุ่มเดิม พลเอกเปรมเป็นนายกฯ อยู่หลายสมัยนานถึง 8 ปี 5 เดือนโดยไม่เคยลงเลือกตั้ง การเลือกตั้งเดือนกรกฎาคม 2531 พลเอกเปรมประกาศไม่รับตำแหน่ง พลเอกชาติชาย ชุณหะวัณ หัวหน้าพรรคชาติไทยขณะนั้น จึงได้รับตำแหน่งนายกฯ จนถึงวันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2534 ก็ถูกคณะ รสช.ทำการรัฐประหาร รัฐธรรมนูญฉบับที่ 13 อยู่นานถึง 12 ปี 2 เดือน

มีผู้วิจารณ์ว่า รัฐธรรมนูญฉบับนี้อยู่ได้ยาวเพราะเป็นแบบประชาธิปไตยครึ่งใบ เปิดโอกาสให้ผู้มีอำนาจเข้ามาปกครองได้ง่ายโดยไม่ต้องผ่านการเลือกตั้ง

การต่อสู้
เพื่อเข้าสู่ระบอบประชาธิปไตย
นาน 14 ปี

1ปีต่อมา เกิดเหตุการณ์พฤษภาทมิฬ พ.ศ.2535 รสช.ถูกโค่นอำนาจลง มีการเข้าสู่ระบบเลือกตั้ง จนมีรัฐบาลที่บริหารประเทศถึง 5 ชุด ระบอบประชาธิปไตยดำเนินไปอย่างต่อเนื่องเป็นไปตามระบบ เมื่อมีความขัดแย้งก็ยุบสภาแล้วเลือกตั้งใหม่

มีการร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่โดยให้ประชาชนมีส่วนร่วมมากขึ้น มีการประกาศใช้เมื่อวันที่ 11 ตุลาคม 2540

มีการเลือกตั้งใหม่ ตาม รธน.2540 ครั้งแรก 6 มกราคม 2544 ได้นายกฯ ทักษิณ ชินวัตร จากไทยรักไทย เข้ามาบริหารและสามารถอยู่จนครบวาระ 4 ปี ถือว่าเป็นสภาและรัฐบาลชุดแรกที่อยู่จนครบวาระตั้งแต่มีรัฐธรรมนูญ

การเลือกตั้งใหม่ในวันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2548 คราวนี้ไทยรักไทยได้ ส.ส.ถึง 377 เสียงจาก 500 เสียง สามารถตั้งรัฐบาลพรรคเดียว

แต่ระบอบประชาธิปไตยซึ่งดูเหมือนจะดำเนินไปได้ด้วยดีก็ถูกวงจรอุบาทว์หมุนกลับมาทับอีกครั้ง มีการรัฐประหารในเดือนกันยายน 2549 ยกเลิกรัฐธรรมนูญ 2540 ฉบับที่ 16 รวมเวลาที่ใช้งาน 8 ปีกับอีก 11 เดือน

ยุคต่อต้านประชาธิปไตย
ใช้รัฐธรรมนูญสืบทอดอำนาจ

การเมือง หลังรัฐประหาร 2549 มีการร่างรัฐธรรมนูญใหม่ฉบับ 2550 แต่ฝ่ายอนุรักษนิยมก็ยังแพ้การเลือกตั้งจึงต้องใช้การชิงอำนาจใช้ทุกรูปแบบ

เริ่มจากการต่อต้านการเลือกตั้ง ป่วนสภา เกมม็อบบนถนน ใช้สื่อฯ ใช้องค์กรอิสระ ศาล ใช้การปราบประชาชนเพื่อรักษาอำนาจ

สุดท้ายก็ต้องใช้การรัฐประหารซ้ำอีกครั้งในปี 2557

และก็ใช้การร่างรัฐธรรมนูญสืบทอดอำนาจ โดยต้องร่างรัฐธรรมนูญฉบับ 2560 ถึง 2 ครั้ง จึงสืบทอดอำนาจได้ในปี 2562

จนถึงปัจจุบันมีคนใช้ รัฐธรรมนูญและตุลาการภิวัฒน์เป็นเครื่องมือทางการเมือง ผลก็คือเกิดความวุ่นวาย ทั้งฝ่ายนิติบัญญัติ ฝ่ายบริหาร และฝ่ายตุลาการ รวมทั้งองค์กรอิสระมีการฟ้องร้อง ยึดอำนาจโดยใช้กฎหมาย

สร้างความเสียหายมากที่สุดทั้งวงการเมืองและวงการตุลาการ

การแก้รัฐธรรมนูญจึงเป็นเรื่องจำเป็น

วันที่ 10 และ 11 ธันวาคม 2568

จะมีผลสรุปที่บอกถึงวิธีหากรรมการที่จะมาร่างรัฐธรรมนูญใหม่

ถ้าใช้ระบบทั่วไปก็ไม่ยุ่งยากคือให้ประชาชนเลือกเข้ามาแต่ตอนนี้ศาลรัฐธรรมนูญบอกว่าประชาชนไม่มีสิทธิ์เลือก สภาร่างรัฐธรรมนูญ (สสร.) โดยตรง

ถ้าเลือกโดยอ้อม
ใครจะเป็นผู้เลือก
จะมีวิธีคัดเลือกอย่างไร?
จะผ่านวาระ 3 หรือไม่?

เรื่องนี้เป็นเรื่องสำคัญเพราะถ้าผู้ได้รับเลือกเข้ามาร่างรัฐธรรมนูญ มีความกล้าที่จะเปลี่ยนแปลงแก้ไขปมปัญหาที่ฝังตัวอยู่ในรัฐธรรมนูญก็น่าจะทำให้ประเทศชาติเดินหน้าต่อไปได้ ประชาชนจะได้รับผลประโยชน์ ได้รับความยุติธรรม ซึ่งไม่ใช่เรื่องที่จะทำได้ง่ายๆ คนที่ร่างรัฐธรรมนูญแบบนี้ต้องมีความกล้าพอที่จะเปลี่ยนแปลง และต้องมีจำนวนมากพอสมควร มิฉะนั้นก็จะแพ้เสียงโหวตในขณะที่ยกร่าง

ขณะที่เขียนต้นฉบับอยู่นี้การประชุมวาระ 2 กำลังจะเริ่มขึ้น แต่วิเคราะห์กันว่า คงจะออกมาแบบที่จะให้รัฐสภาเลือกผู้ร่างรัฐธรรมนูญ แต่ยังมีรายละเอียดที่เสี่ยงต่อการถูกคว่ำโดย ส.ว. ถึงแม้แต่ละมาตราจะผ่านวาระ 2….. แต่ ถ้าไม่ถูกใจ ส.ว. แม้เพียงมาตราเดียว อาจทำให้เสียงสนับสนุนของ ส.ว.ไม่ถึง 1 ใน 3 ทำให้ร่างการแก้รัฐธรรมนูญนี้ก็จะตกไปทั้งฉบับ

ดังนั้น ที่คิดว่าจะให้ประชาชนเลือก สสร.มาก่อน 1 รอบแล้วให้รัฐสภาเลือกรอบ 2 คงเป็นไปได้ยากถ้าทำแบบนั้นได้ ส.ว.อาจไม่ยกมือให้

ดูจากความเห็นหลายฝ่าย คงยากที่จะผ่านแบบถูกใจ ดังนั้นแม้ผ่านวาระ 2 ได้ คงต้องอภิปรายเชือดเฉือนจนเสื้อผ้าขาดวิ่น ช่วงที่เว้น 15 วันรอวาระ 3 คงมีเสียงวิจารณ์กันอึงคะนึงเพราะใครๆ ก็อยากจะได้ 80% แต่การประนีประนอมครั้งนี้แต่ละฝ่ายจะได้แค่ 40%

แต่ถ้าวาระ 3 ไม่ผ่านต้องถือว่ามีการหลอกกัน กลางควันปืน



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

รัฐประหาร 2520 ! | สุรชาติ บำรุงสุข
ศุภชัย เบรกกระแสฮั้วสว. ปม‘สำนวนคณะ 26’ ชี้ต้นทางยังพิสูจน์ไม่ได้ เตือนอย่าเพิ่งเชื่อเพียงเพราะเขาพูดกันมา
“ประชาธิปัตย์” ต้อนรับ “ปุ๊น ตรีรัตน์” ร่วมพรรค มอบบทบาทเสริมทัพนโยบายพลังงาน-เศรษฐกิจ ชูเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาดเพื่อประชาชน
‘โครงการหิ่งห้อย’ โดย CKPower ส่งต่อความเชี่ยวชาญ สู่พลังขับเคลื่อนความยั่งยืน
ผู้คิดค้น Bluetooth ให้เราฟังเพลงเพราะๆ
จากฮอร์มุซสู่มะละกา : ข้อคิดเรื่องความเสี่ยงทางภูมิเศรษฐศาสตร์
กลไกอุดมการณ์หนังไทย ก่อนลั่นไกฆ่านกพิราบ 6 ตุลา 19
นโยบาย ‘กระเตง’ พม่า! ความท้าทาย ในนโยบายต่างประเทศไทย
33 ปี ชีวิตสีกากี พล.ต.ต.ปวีณ พงศ์สิรินทร์ (191)
520 วัน บันทึกของคำจากลา ในโลกหลังกำแพง (19)
จากนาราถึงรมณีนาถ : การเล่าประวัติศาสตร์ยุคสมัยใหม่ผ่านคุก (2)
E-DUANG | รากฐาน แห่ง วิกฤตศรัทธา อันเนื่อง แต่ กรณี”โกงส.ว.”