bg-single

รู ป ระ ลึก | การสำรวจเบื้องหลัง อนุสาวรีย์แห่งอุดมการณ์ ยุคสงครามเย็น

22.12.2025

อะไร(แม่ง)ก็เป็นศิลปะ | ภาณุ บุญพิพัฒนาพงศ์

คำว่า Monument ที่แปลว่า อนุสรณ์สถาน, อนุสาวรีย์ นั้นหมายถึง สิ่งที่ถูกสร้างไว้เป็นที่ระลึกถึงบุคคลหรือเหตุการณ์สำคัญ แต่ในบางครั้ง อนุสรณ์สถาน หรือ อนุสาวรีย์ ก็ถูกสร้างขึ้นในฐานะโฆษณาชวนเชื่อ เพื่อสร้างความชอบธรรมให้กับวาทกรรมและอุดมการณ์ทางการเมืองเช่นเดียวกัน

ดังที่ปรากฏในผลงานของ ส้ม ศุภปริญญา ศิลปินร่วมสมัยชาวลำพูน ที่อาศัยและทำงานอยู่ในเชียงใหม่ ผู้สร้างผลงานทัศนศิลป์หลากหลายรูปแบบ โดยเฉพาะผลงานสื่อศิลปะยุคใหม่อย่าง วิดีโอสารคดี และศิลปะจัดวาง ผลงานส่วนใหญ่ของเธอมีรากฐานมาจากประสบการณ์ตรง ที่มีความเชื่อมโยงกับประเด็นสาธารณะ โดยดึงเอาความเกี่ยวพันแวดล้อมอื่นๆ เข้ามา ทำให้เรื่องส่วนตัวที่ว่าเป็นเพียงจุดเริ่มต้นของการค้นหาและค้นพบโครงสร้างที่ยิ่งใหญ่กว่า

ในนิทรรศการแสดงเดี่ยวครั้งล่าสุดของเธออย่าง MO NUM EN TS: รู ป ระ ลึ ก ที่ว่าด้วยความสัมพันธ์ระหว่างประวัติศาสตร์ สิ่งแวดล้อม และอุดมการณ์ทางการเมือง โดยเฉพาะในช่วงสงครามเย็น ผลงานชุดนี้ตั้งคำถามว่า การทำลายธรรมชาติมิได้มีเพียงเหตุผลสำหรับการสร้าง “ความเจริญก้าวหน้า” เท่านั้น หากแต่ยังเป็นผลลัพธ์ของเงื่อนไขทางวาทกรรมและอุดมการณ์ ซึ่งรวมถึงโฆษณาชวนเชื่อจากการแข่งขันของโลกเสรีและฝ่ายคอมมิวนิสต์ ที่ต่างมีบทบาทในการสร้างความชอบธรรมให้กับโครงการพัฒนาใหญ่ในภูมิภาคต่างๆ อีกด้วย

ผลงานวิดีโอจัดวาง รู ป ระ ลึก (2025)

ในนิทรรศการประกอบด้วยผลงานวิดีโอจัดวาง รู ป ระ ลึก (2025) ในห้องแสดงงานหลัก ที่สำรวจมิติทางวัฒนธรรมของการโฆษณาชวนเชื่อในยุคสงครามเย็น ด้วยการตัดข้อความ/หัวเรื่องจากนิตยสารเสรีภาพ ที่ผลิตโดยสํานักข่าวสารอเมริกัน (USIS) และสื่อจากเอกสารสำคัญอีกหลากหลายแหล่ง ซึ่งส่วนใหญ่มาจากสหรัฐอเมริกา มาปะติดปะต่อกับภาพเคลื่อนไหวของภูมิทัศน์ทางธรรมชาติในยุคปัจจุบันของไทย เพื่อสะท้อนสิ่งที่เรียกว่า “ยุคหลังโฆษณาชวนเชื่อ (post-propaganda era)” เพื่อเชิญชวนให้ผู้ชมตั้งคำถามต่ออุดมการณ์ของสงครามเย็นที่ยังคงแฝงอยู่ในชีวิตประจำวัน อย่างเขื่อนที่ใหญ่เป็นอันดับต้นๆ และเขื่อนบางแห่งในประเทศไทย ที่ถึงแม้จะไม่สามารถผลิตพลังงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ และสร้างผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม แต่กลับถูกเชิดชูไว้ในฐานะอนุสาวสรีย์ของความเจริญก้าวหน้าและอุดมการณ์ของโลกเสรีนิยม

“ผลงานชุดนี้เกิดจากการที่เราได้รับ ทุนสร้างสรรค์วิดีโออาร์ตเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ของมูลนิธิ ฮาน เนฟเกนส์ ในช่วงนั้นเราทำการค้นคว้าเกี่ยวกับสถานการณ์ในไทยกับประเทศเพื่อนบ้านอย่างลาว ตั้งแต่ยุคสงครามโลกครั้งที่สอง และช่วงเริ่มต้นของสงครามเย็น ในระหว่างที่เรากำลังทำการค้นคว้า เราก็ได้พบอะไรหลายๆ อย่างที่ทำให้เราเกิดคำถามขึ้นมา เกี่ยวกับการสร้างสิ่งที่เรียกว่าความเจริญ อย่างโครงการสร้างเขื่อน ถนนหนทางต่างๆ ที่ทำให้สภาพแวดล้อมทางธรรมชาติเปลี่ยนแปลงไป เราเกิดคำถามขึ้นอย่างมากมายว่า บางโครงการทำไมต้องถูกสร้างขึ้นมา เพราะพอคำนวณปัจจัยทุกอย่างแล้วไม่เห็นถึงความคุ้มค่าเลย โครงการเหล่านี้ยังทำให้ชีวิตคนหลายคนต้องเปลี่ยนแปลงและสูญเสียหลายสิ่งหลายอย่างมาก จากการเคยมีชีวิตที่อุดมสมบูรณ์จากแม่น้ำ สิ่งแวดล้อมทางธรรมชาติ ที่ชาวบ้านสามารถพึ่งพาหาเลี้ยงปากท้องได้ทุกอย่าง แต่การสร้างความเจริญเหล่านี้ขึ้นมาอย่าง โครงการเขื่อน ทำให้พวกเขาไม่สามารถพึ่งพาแม่น้ำและธรรมชาติได้อีกต่อไป ยิ่งไปกว่านั้น พื้นที่ทางธรรมชาติเหล่านี้ที่เคยสามารถเข้าถึงได้ กลับถูกครอบครองควบคุมโดยผู้มีอำนาจรัฐแทน จนทำให้ประชาชนทั่วไปไม่สามารถเข้าไปใช้ได้”

ผลงานวิดีโอจัดวาง รู ป ระ ลึก (2025)

“การค้นคว้าที่ว่านี้ทำให้เราค้นพบว่าสถานการณ์นี้น่าจะเกี่ยวกับสงครามเย็น เพราะพอเราไล่ดูหลักฐานต่างๆ ก็พบว่า โครงการสร้างความเจริญเหล่านี้เกิดจากการสนับสนุนของสหรัฐอเมริกาทั้งหมด เรายังพบสื่อต่างๆ จากสำนักข่าวสารอเมริกันที่เผยแพร่โฆษณาชวนเชื่อในยุคสงครามเย็น ซึ่งมีหัวข้อเกี่ยวกับเขื่อน ที่พูดถึงการที่มนุษย์สามารถควบคุมและใช้งานธรรมชาติได้ ภายหลังมีหนังสือที่วิเคราะห์การใช้คอนกรีตในฐานะสัญลักษณ์ของความเป็นอเมริกันชื่อว่า Concrete Revolution Large Dams, Cold War Geopolitics, and the US Bureau of Reclamation โดย คริสโตเฟอร์ สเนดดอน (Christopher Sneddon) ที่คนอเมริกันศึกษาว่าตนเองเป็นผู้เชี่ยวชาญเรื่องคอนกรีต จนเรียกได้ว่าเป็นสิ่งที่เขาใช้ในการพัฒนาประเทศตัวเองให้เจริญก้าวหน้าขึ้นมา ในหนังสือยังมีบทหนึ่งเกี่ยวกับประเทศในแถบลุ่มแม่น้ำโขง ที่นำเสนอว่า โครงการสร้างเขื่อนให้ประเทศเหล่านี้ยังเป็นการนำพามิตรประเทศ อย่างเช่นประเทศไทยให้เจริญรุ่งเรือง ทำให้เราผลิตข้าวและขายข้าวได้มากที่สุดในโลก แต่ไม่มีใครไปค้นรายละเอียดว่า ชาติที่นำเข้าข้าวจากประเทศไทยมากที่สุดก็คือสหรัฐอเมริกา สิ่งนี้คือการที่เราถูกสหรัฐอเมริกาเสกสรรให้เรารู้สึกว่าประเทศเราดูดีในโลกนานาชาติมากๆ”

“หรือการสร้างถนนหนทางในช่วงเวลานั้นก็ถูกสื่อสารให้เราเห็นว่า ถนนหนทางทำให้ชีวิตเราเจริญ ทำให้เรามีกิจการร้านค้าต่างๆ เกิดขึ้นมา แต่ในแผนที่เดียวกันที่เราค้นคว้า เราพบว่าถนนเหล่านั้นเป็นเส้นทางหลักไปยังค่ายทหารและฐานทัพอเมริกันทั้งนั้น เรายังพบข้อมูลที่ปกติคนไม่ค่อยทราบจากสื่อว่า ถนนเหล่านั้นถูกใช้ในการขนอาวุธไปโจมตีประเทศเพื่อนบ้านเราอีกด้วย

ผลงานศิลปะจัดวาง Paradise of the Blind (2016/2025)

การตั้งชื่อโครงการเหล่านี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง โครงการเขื่อน ยังถูกตั้งด้วยชื่อสำคัญที่ทำให้เรารู้สึกว่าสิ่งเหล่านี้เป็นสิ่งที่เปี่ยมความสำคัญมากไม่ต่างอะไรกับอนุสาวรีย์ จนทำให้ไม่มีใครกล้าไปแตะต้องหรือทำลายลงได้ และยังเป็นเหมือนสัญลักษณ์ความสัมพันธ์อันดีระหว่างไทยกับสหรัฐอเมริกาที่คงอยู่ตลอดไป ในขณะที่สหรัฐอเมริกาเองกลับรื้อถอนเขื่อนในประเทศตัวเองกว่า 2,000 แห่งทั่วประเทศ เพื่อฟื้นฟูระบบนิเวศและเพื่อคืนสภาพแม่น้ำให้กลับคืนสู่ธรรมชาติ”

สิ่งที่น่าสนใจของผลงานวิดีโอจัดวางชิ้นนี้ก็คือ แทนที่จะถูกจัดฉายบนจอแบนๆ ตามปกติ กลับถูกฉายบนจอรูปร่างแปลกประหลาด ส่วนบนของจอยังถูกหักมุมลาดเอียงขึ้นไปยังปลายจนดูคล้ายกับงานสถาปัตยกรรมคอนกรีตโครงการใหญ่ๆ แถมบนจอยังมีลวดลายสะท้อนแสงคล้ายพิกเซลประดับพร้อยอยู่อีกด้วย

“ที่เราทำจอให้เป็นแบบนี้ เพราะงานชุดนี้เกี่ยวกับโครงสร้างสถาปัตยกรรมขนาดใหญ่ รูปทรงของจอนี้ถูกทำให้ดูคล้ายกับเขื่อนปากมูล เวลาที่ถูกเปิดประตูระบายน้ำ ลวดลายบนพื้นผิวของจอ เราทำโดยได้แรงบันดาลใจจากแพทเทิร์นพิกเซลมือถือรุ่นใหม่ เพื่อพูดถึงเทคโนโลยีของสื่อ เพราะในยุคสงครามเย็น สิ่งที่ถูกนำมาใช้ในฐานทัพอเมริกาในประเทศไทยจะเป็นอุปกรณ์ใหม่ล่าสุดของโลกในยุคนั้นอย่าง โทรทัศน์ วิทยุ เพื่อใช้ในการเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารที่ส่งผลกับความคิดของคนในประเทศ ไปพร้อมๆ กับการสร้างโครงสร้างขนาดใหญ่ที่ไม่สามารถทำลายลงได้, ภาพวิดีโอบนจอยังถูกฉายด้วยโปรเจคเตอร์ 4 ตัว เพื่อให้มุมมองในการชมงานเปลี่ยนแปลงไปเป็นรูปแบบที่แตกต่างกันจากมุมที่ผู้ชมยืนดู เพื่อสะท้อนแง่มุมที่แตกต่างกันในการรับรู้ถึงโครงการที่เปรียบเสมือน “อนุสรณ์สถาน” หรือ “อนุสาวรีย์” ที่ถูกสร้างขึ้นในอดีตที่ผ่านมา”

การตั้งชื่อผลงานชิ้นนี้ (และชื่อของนิทรรศการ) ด้วยการจงใจเว้นวรรคคำอย่าง “MO NUM EN TS” และ “รู ป ระ ลึ ก” ให้แตกกระจายห่างจากกัน เพื่อสื่อถึงกระบวนการทำงานของโครงการนี้ ที่กว่าเราจะมองเห็นเจตนาที่แท้จริงของโครงการต่างๆ ก็ต่อเมื่อเราใช้เวลาพิจารณาและเชื่อมโยงข้อมูลหลายๆ ชุด ที่แผ่ออกมาให้เท่ากัน ทั้งสื่อที่ถูกสร้างและถูกห้าม สื่อภายในและนอกประเทศ เราถึงจะสามารถอ่านคำว่า mo num en ts ที่แยกออกจากกันอยู่นั้นได้อย่างเข้าใจ

ผลงานศิลปะจัดวาง Paradise of the Blind (2016/2025)

ในห้องแสดงงานรองยังนำเสนอผลงานศิลปะจัดวาง Paradise of the Blind (2016/2025) ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของชุดผลงานหนังสือต้องห้าม ที่เคยถูกนำไปจัดแสดงต่อเนื่องที่ The Reading Room ในปี 2016 ที่ส้มนำหนังสือต้องห้ามที่วางขายในประเทศไทยนำมาจัดแสดง รวมถึงถ่ายเอกสาร และใช้เครื่องทำลายกระดาษย่อยเป็นฝอยกระดาษชิ้นเล็กๆ จัดวางเป็นกองๆ และแขวนกระสุนปืนไว้เหนือกองเศษหนังสือ เพื่อแสดงนัยยะถึงการที่หนังสือเหล่านี้ถูกทำลายด้วยอำนาจของความรุนแรง ผลงานชุดนี้ของเธอยังถูกเจ้าหน้าที่ทหาร/ตำรวจมาตรวจสอบในวันเปิดนิทรรศการอีกด้วย

หากแต่ในนิทรรศการครั้งล่าสุดนี้ ศิลปินได้จัดแสดงทั้งหนังสือต้องห้าม และหนังสือที่ “ไม่ถูกห้าม” (หรือพูดให้ถูกก็คือ “หนังสือโฆษณาชวนเชื่อ” นั่นแหละนะ) มาจัดแสดงร่วมกัน เพื่อสะท้อนให้เห็นว่า กลไกของการควบคุมความรู้และเสรีภาพนั้นไม่ได้เกิดขึ้นผ่าน “การห้าม” เท่านั้น หากแต่ยังเกิดจากการ “เลือกสรรอนุญาต” เพื่อหล่อหลอมความเข้าใจของสังคมภายใต้เสรีภาพอีกด้วย

ผลงานศิลปะจัดวาง Paradise of the Blind (2016/2025)
ศิลปิน ส้ม ศุภปริญญา

“เมื่อก่อนเรามองเรื่องหนังสือที่ถูกแบนแค่ทิศทางเดียว ไม่เคยมองเลยว่า ในเวลาเดียวกันก็มีหนังสืออีกชุดหนึ่งที่เป็นอุดมการณ์ตรงข้ามกัน ถูกผลิตขึ้นมาเผยแพร่ในประเทศเราด้วย (ซึ่งจริงๆ ก็น่าจะถูกแบนในประเทศฝั่งคอมมิวนิสต์เช่นเดียวกัน) เราก็เลยเอาหนังสือจากอุดมการณ์สองฝั่ง ทั้งฝ่ายขวา ฝ่ายซ้าย มาจัดแสดงไว้ตรงกันข้ามกัน (บนผนังฝั่งซ้ายและฝั่งขวา)”

“การทำนิทรรศการนี้ เราต้องการกระตุ้นให้คนรู้สึกว่า เราต้องตื่นกันได้แล้ว เพราะว่าเราต่างเชื่อมั่นว่าเราอยู่ในโลกที่เสรีและดีงามกว่าโลกอื่นมาตลอด นับแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน แต่จริงๆ แล้วอาจจะไม่ได้เป็นแบบนั้น ถ้าเราดูข้อมูลประวัติศาสตร์อย่างละเอียด เราจะพบว่าเราก็เป็นแค่หนึ่งในประเทศที่มองไม่เห็นภาพใหญ่ คือเราอยู่ตรงไหนเราก็มีความเชื่อว่าโลกนั้นดี และมองโลกอื่นว่าไม่ดี ในขณะที่คนในโลกอื่นก็มีความเชื่อที่ดีงามเกี่ยวกับโลกของตัวเองอยู่ ท้ายที่สุดแล้ว เราต่่างคนก็ต่างอยู่ภายใต้โฆษณาชวนเชื่อคนละชุดนั่นแหละ และถ้าเรายังไม่ยอมรับว่าเราเป็นส่วนหนึ่งของอุดมการณ์นี้ เราก็จะถอดรื้อชุดความคิดที่ว่านี้ออกไปไม่ได้ และโครงสร้างนี้ก็จะติดอยู่กับเราตลอดไป”.

นิทรรศการ MO NUM EN TS: รู ป ระ ลึ ก โดย ส้ม ศุภปริญญา และภัณฑารักษ์ กฤติยา กาวีวงศ์ จัดแสดงที่ หอศิลป์บ้านจิม ทอมป์สัน ห้องแกลเลอรี่ 1 – 2 ตั้งแต่วันที่ 4 ธันวาคม 2568 – 29 มีนาคม 2569, นิทรรศการครั้งนี้ถูกจัดขึ้นภายใต้โครงการทุนสร้างสรรค์ศิลปะวิดีโอเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ประจำปี 2567 เพื่อรำลึกถึง ดินห์ คิว. เล (Dinh Q. Le) โดยร่วมมือกับ หอศิลป์บ้านจิม ทอมป์สัน; องค์กรศิลปะเอาท์โพส เวียดนาม; มูเซออน อิตาลี; พิพิธภัณฑ์ศิลปะร่วมสมัยฮิโรชิม่า ญี่ปุ่น; หอศิลป์ชาร์ลอตเทนบอร์ก เดนมาร์ก; และพิพิธภัณฑ์ศิลปะร็อคบันด์ จีน

ขอบคุณภาพและข้อมูลจาก หอศิลป์บ้านจิม ทอมป์สัน, ถ่ายภาพโดย เถกิง วิธูสุวรรณ



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

คุยกับทูต | แร็มโก ฟัน ไวน์คาร์เดิน จากกรุงเทพฯ สู่ฮานอย ทูตดัตช์อำลาไทย พร้อมความทรงจำและมิตรภาพตลอด 5 ปี
พิธีกรรมของประชาชนเพื่อทำมาหากิน
เจอกัน?
เสียงคลื่น ยูกิโอะ มิชิม่า (2)
‘ครัวสาว’ ‘การล้างแค้น’ และ ‘ความย้อนแย้ง’
ความผิดปกติ
รั่ว | สถานีคิดเลขที่12 โดย สุวพงศ์ จั่นฝังเพ็ชร
E-DUANG | การเมือง แยบยล ในกทม. คือ สัญญะ ชี้แนวโน้มใหม่
การ์ตูน san_d1196
การ์ตูน โกหน่อง
การ์ตูน อรุณ วัชระสวัสดิ์
การ์ตูน พี่ขุน ราวแข