‘พี่ป๊อด’ รักเด็กๆ น้องๆ ก็รักเพลง ‘โมเดิร์นด็อก’
ยิ้มเยาะเล่นหวัว เต้นยั่วเหมือนฝัน | คนมองหนัง
วันอาทิตย์ที่ 14 ธันวาคมที่ผ่านมา ได้ไปดูโชว์ดนตรีในสวนของ “โมเดิร์นด็อก” ที่งาน “FEED Music X AIS” ณ ลานสนามหญ้าข้างมิวเซียมสยาม
โดยส่วนตัว ไม่ค่อยแปลกใจเรื่องจำนวนผู้ชม ซึ่งแน่นขนัดเต็มล้นพื้นที่
เพราะถ้าวงโมเดิร์นด็อกยืนระยะมาได้ยาวนานขนาดนี้ และคงมาตรฐานการแสดงสดระดับนี้มาได้โดยตลอด เมื่อมีโอกาสจัดโชว์ฟรี ไม่เสียค่าบัตรเข้าชม แถมยังสามารถเดินทางเข้าถึงสถานที่จัดแสดงได้ง่ายๆ ด้วยระบบบริการขนส่งมวลชนสาธารณะอย่างรถไฟฟ้าใต้ดิน
คนก็ย่อมมาดูโชว์ของโมเดิร์นด็อกเยอะแยะหนาแน่นกันอยู่แล้ว
คนที่แปลกใจหรือรู้สึกผิดคาดกับปรากฏการณ์นี้ คือคนที่ไม่ค่อยได้ไปดูคอนเสิร์ต ไม่เคยไปเทศกาลดนตรี หรืออาจขาดความรู้ความเข้าใจเรื่องการระดมมวลชนอย่างสิ้นเชิง

อย่างไรก็ตาม เอกลักษณ์ข้อหนึ่งที่มีความเด่นชัดขึ้นมากในโชว์ที่มิวเซียมสยาม และถือเป็นความสืบเนื่องจากการแสดงสดระยะหลังทั้งในนามวงและในฐานะศิลปินเดี่ยวของ “ป๊อด-ธนชัย อุชชิน” นักร้องนำของโมเดิร์นด็อก ก็คือการเข้าไปเล่นสนุกกับผู้ชมที่เป็น “เด็ก-เยาวชน” ของพี่ป๊อด
กว่าครึ่งหนึ่งของโชว์ล่าสุด พี่ป๊อดได้พยายาม “เปิดพื้นที่” ให้น้องๆ (บางคนก็เป็นเด็กมากๆ คืออายุไม่ถึงสิบขวบ บางคนก็เป็นแค่วัยรุ่นช่วงต้น) เข้ามาร่วมร้องเพลงกับโมเดิร์นด็อก
น้องๆ บางรายกระโดดขึ้นมาขอแจมบนเวทีด้วยตัวเอง ขณะที่บางราย พี่ป๊อดก็เดินเข้าไปหาแล้วหยิบยื่นไมโครโฟนให้
เรื่องที่น่าประหลาดใจและน่าสนใจจริงๆ ก็คือ เด็กๆ จำนวนมากสามารถร้องเพลงของโมเดิร์นด็อก หรือเพลงดังที่พี่ป๊อดเคยฝากเสียงร้องเอาไว้ (เช่น ลมหายใจ) ได้ (ร้องดีหรือร้องไม่ดี ร้องถูกคีย์ถูกโน้ตหรือร้องเพี้ยน ร้องแบบแม่นเนื้อหรือร้องแบบดำน้ำมั่วเนื้อ นั่นเป็นอีกประเด็นหนึ่ง ฮา)
พูดง่ายๆ ได้ว่ามีแนวโน้มที่เยาวชนอายุ 12-13 ขวบลงไปในปัจจุบัน จะรู้จักเพลงของโมเดิร์นด็อกหรือเพลงของพี่ป๊อด

เรื่องที่เด็กๆ รู้จัก “เพลงดัง” ของศิลปินที่แก่กว่าตัวเองหลายเจเนอเรชั่น ก็อาจไม่ใช่ “เรื่องผิดปกติ” เหมือนกัน
จากประสบการณ์ส่วนตัว ผมเองที่เริ่มฟังเพลงตอนปลายทศวรรษ 2530 และฟังอย่างจริงจังช่วง 2540 ก็เติบโตขึ้นมาโดยรู้จักและชอบ “เพลงสุนทราภรณ์” หรือเพลงลูกทุ่งลูกกรุงอื่นๆ ที่เกิดมาก่อนหน้านั้นราว 3 ทศวรรษ
นอกจากนั้น ตนเองก็ยังฟังและร้องเพลง “ดิอิมพอสซิเบิ้ล” ได้บ้าง รู้จักเพลงเพื่อชีวิต-เพลงสตริงไทยในยุคต้นถึงกลางทศวรรษ 2520 หลายเพลง และชอบเพลงฝรั่งจำนวนหนึ่งจากทศวรรษ 1960-1970
แน่นอน เราสามารถทำความรู้จักซึมซับบทเพลงเหล่านั้นได้จากหลายช่องทาง ทั้งการฟังเพลงตามพ่อแม่ญาติพี่น้องที่บ้าน เรียนรู้จากสื่อต่างๆ (ยุคโน้นก็คือวิทยุและนิตยสาร) หรือถ้าใครได้เรียนดนตรี เราก็มักต้องหัดเล่นดนตรีจากบทเพลงที่ครูชอบหรือเพลงดังในรุ่นของครู
เชื่อว่าน้องๆ ลูกๆ หลานๆ รุ่นอายุ 12-13 ขวบลงไป ณ ตอนนี้ ก็มีประสบการณ์ไม่ผิดแผกกันมากนัก
พวกเขาคงรู้จักโมเดิร์นด็อก รู้จักพี่ป๊อด จากพ่อแม่ที่เป็นคนรุ่นเดียวหรือรุ่นใกล้เคียงกับวงดนตรีวงนี้ พวกเขาอาจได้เรียนดนตรีกับบรรดาครูที่มีโมเดิร์นด็อกเป็นแรงบันดาลใจ แล้วยังสามารถเข้าไปทำความรู้จัก ทำความเข้าใจเพลงเหล่านั้นเพิ่มเติมในโลกออนไลน์ เช่น ยูทูบ หรือบริการสตรีมมิ่งต่างๆ
กระนั้นก็ดี ความแตกต่างสำคัญที่ดำรงอยู่ คือคนรุ่นผมนั้นรู้จัก “เพลงสุนทราภรณ์” เมื่อ “ครูเอื้อ” ไม่มีชีวิตอยู่แล้ว และผมก็ไม่เคยเห็น “อาต้อย เศรษฐา” “น้าหงา คาราวาน” “น้าแอ๊ด คาราบาว” กระทั่ง “พี่เบิร์ด ธงไชย” เดินลงจากเวทีมาเล่นกับเด็กๆ อย่างจริงจัง คิดเป็นสัดส่วนราวๆ ครึ่งโชว์ เหมือนที่พี่ป๊อดในวัย 50 กว่าๆ กำลังทำ

คําถามจึงมีอยู่ว่า “พี่ป๊อด โมเดิร์นด็อก” ทำอะไรแบบนี้ได้อย่างไร?
ผมมีสมมุติฐานหรือคำตอบอยู่ราวๆ สามข้อ
ข้อหนึ่ง การลงมาเล่นลงมาคลุกคลีกับเหล่าฝูงชนด้านหน้าเวทีคอนเสิร์ต นับเป็นเพอร์ฟอร์แมนซ์เด่นของพี่ป๊อด มาตั้งแต่ช่วงเป็นศิลปินวัยรุ่น-ขบถ ผู้เข้ามาเปลี่ยนแปลงอุตสาหกรรมเพลงไทย
เพียงแต่ในยุค 2530 ปลายๆ ถึง 2550 คนที่พี่ป๊อดเข้าไปเล่นด้วย มักเป็นผู้ชมคนฟังวัยเดียวหรือวัยใกล้เคียงกัน ไม่ใช่น้องๆ หนูๆ แบบในทุกวันนี้
ข้อสอง หลายคนคงจำได้คร่าวๆ ว่า โมเดิร์นด็อกคือการรวมตัวกันของนิสิตจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย แต่อาจหลงลืมไปว่า ขณะที่มือกีตาร์อย่าง “เมธี น้อยจินดา” และมือกลองอย่าง “ปวิณ สุวรรณชีพ” จบการศึกษาจากคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ ทว่า “ป๊อด-ธนชัย อุชชิน” นักร้องนำ กลับจบการศึกษาจากคณะครุศาสตร์ (ศิลปะ)
เพราะฉะนั้น พี่ป๊อดอาจมี “ความเป็นครู” อยู่แล้วแต่เดิม และยิ่งอายุเยอะขึ้น “ความเป็นครูของพี่ป๊อด” ก็ยิ่งปรากฏชัดเจนขึ้น ผ่านการเข้ามา “เล่น” กับเด็กๆ ด้านหน้าเวที ในตลอดหลายปีหลัง
ข้อสุดท้าย คือเรื่อง “การครองตน”

ด้านหนึ่ง ต้องยอมรับว่า ภายหลังการออกอัลบั้มชุดแรกอันโด่งดังและสร้างปรากฏการณ์ใหญ่ แม้โมเดิร์นด็อกจะยังมีสถานะเป็น “ร็อกสตาร์” แต่พวกเขาก็มิใช่ “ซูเปอร์สตาร์-ไอดอล” ที่ต้องเฉิดฉายเจิดจรัสเฉพาะบนเวที แต่เข้าถึงยากตรงด้านล่างหรือโดยรอบเวที
ส่งผลให้นักร้องนำอย่างพี่ป๊อดสามารถเข้ามามีปฏิสัมพันธ์กับคนดูด้านล่างเวทีทุกรุ่นทุกวัยได้อยู่ตลอด ไม่เปลี่ยนแปลง ไม่มีระยะห่าง
อีกด้านหนึ่ง ปัจจุบัน พี่ป๊อดได้เลิกดื่มแอลกอฮอล์แล้ว (คล้ายกับ “หนึ่ง-อภิวัฒน์ พงษ์วาท” นักร้องนำ “อีทีซี” ที่ “ไม่ดื่มแล้ว” เช่นกัน)
การไม่ดื่มดังกล่าวย่อมส่งผลให้ศิลปินวัย 40-50 ปี ยังมีเรี่ยวแรง มีสติสัมปชัญญะสมบูรณ์ครบถ้วน ในการลงไปเล่นกับคนดูจำนวนมาก และมีความพร้อมที่จะสร้างบันดาลใจให้เด็กๆ ที่พ่อแม่พามานั่งชมดนตรีได้
ไม่ใช่ต้องเลิกแสดงกลางคัน หรือแสดงผิด แสดงต่อไม่ไหว หนักเข้าก็ชี้หน้าด่าคนดูซะงั้น เหมือนที่ศิลปินใหญ่บางรายเคยพลั้งเผลอมึนเมา เพราะดื่มมาเยอะก่อนขึ้นเวที ในช่วงวัย 50-60 ปีขึ้นไป
นี่อาจเป็นเหตุปัจจัยทั้งหมดว่า ทำไม “พี่ป๊อด โมเดิร์นด็อก” ถึงรักเด็กๆ ได้เต็มเหนี่ยว เช่นเดียวกับที่บรรดาน้องๆ หนูๆ ก็หลงรักบทเพลงของโมเดิร์นด็อกไม่แพ้กัน
เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต
