ถอดรหัสบทเรียนซ้ำซาก! บอลไทยชวดซีเกมส์ 4 สมัย ถึงเวลาสังคายนาโครงสร้าง
เขย่าสนาม | เงาปีศาจ
ซีเกมส์ 2025 ที่ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพจบลงไปพร้อมกับความสำเร็จของทัพนักกีฬาไทย กลับมาครองเจ้าเหรียญทองในรอบ 10 ปี หรือตั้งแต่ได้ครั้งสุดท้ายเมื่อปี 2015 ที่สิงคโปร์ หลังโกย 233 เหรียญทอง 154 เหรียญเงิน 108 เหรียญทองแดง จากการชิงชัยทั้งสิ้น 573 อีเวนต์ คว้าเจ้าเหรียญทองสมัยที่ 14 ซึ่งนับว่าสูงที่สุดกว่าชาติใดๆ ในภูมิภาคอาเซียน
และยังสร้างประวัติศาสตร์คว้าเหรียญทองสูงสุดตลอดกาลในซีเกมส์ แซงหน้าเวียดนาม ที่เคยทำไว้ 205 เหรียญทอง ในการจัดซีเกมส์ ครั้งที่ 31 เมื่อปี 2022
ในความสำเร็จของนักกีฬาไทยโดยภาพรวม แต่ชนิดกีฬาใหญ่ เหรียญทองแห่งศักดิ์ศรีของทัพนักกีฬาไทยพลาดทั้งหมด ทั้งฟุตบอลชาย และตะกร้อชาย ทั้งทีมชุด ทีมเดี่ยว
หนักที่สุดน่าจะเป็นฟุตบอล ภายใต้การบริหารจัดการของ “มาดามแป้ง” นวลพรรณ ล่ำซำ นายกสมาคมกีฬาฟุตบอลฯ ที่ประกาศจะคว้า 4 เหรียญทองทั้งฟุตบอลชาย-หญิง ฟุตซอลชาย-หญิง แต่ปรากฏว่า พลาดทุกเหรียญทอง
ส่วนเหรียญอื่นที่ได้มาขอไม่นับ เพราะศักดิ์ และศรีของวงการลูกหนังไทยในภูมิภาคอาเซียนมันคือ เบอร์ 1 และเชื่อว่านักกีฬาทุกคนทั้งฟุตบอล และฟุตซอล ก็คงไม่พอใจกับเหรียญเงิน และเหรียญทองแดงที่คล้องคอ

ฟุตบอลชาย U22 พลิกแพ้เวียดนาม 2-3 ต่อเวลา “ช้างศึก” นำเวียดนาม 2-0 ในครึ่งแรก แต่ถูกพลิกกลับมาแพ้ 3-2 ในช่วงต่อเวลาพิเศษ เวียดนามคว้าเหรียญทองสมัยที่ 4 ขณะที่ไทยได้เพียงเหรียญเงิน
ฟุตบอลหญิงชุดใหญ่ พลาดทองอีกครั้ง คว้าแค่ทองแดงปลอบใจ ทีมชบาแก้วชุดใหญ่ ตกรอบรองชนะเลิศ และมาแก้ตัวเอาชนะ อินโดนีเซีย 2-0 ในรอบชิงเหรียญทองแดง
ฟุตซอลหญิงชุดใหญ่ คว้าแค่ทองแดง โต๊ะเล็กชบาแก้ว แม้จะแก้ตัวในรอบชิงอันดับ 3 ด้วยการถล่มฟิลิปปินส์ 5-0 แต่ในรอบรองชนะเลิศแพ้จุดโทษต่ออินโดนีเซีย
แย่ที่สุดเป็นฟุตซอลชายชุดใหญ่ แพ้ อินโดนีเซีย คาบ้าน 1-6 กลายเป็นหายนะที่สุดที่ทีมโต๊ะเล็กไทยที่ไม่ว่าจะเจอทีมอะไรในอาเซียน เราเหนือกว่ามาตลอด แต่กลับถูกอินโดนีเซียถล่มยับ 1-6 ชนิดคาบ้าน แถมยังจารึกความพ่ายแพ้เลวร้ายที่สุดในประวัติศาสตร์ฟุตซอลชายไทย
ความผิดหวังที่เกิดขึ้นกลายเป็น “บทเรียนซ้ำซาก” ที่สมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ ต้องสังคายนาระบบทีมชาติกันใหม่ทั้งหมด

ฟุตบอลชาย เรารอความหวังมา 3 สมัยในซีเกมส์ สมัยนี้พลาดอีกเท่ากับ 4 สมัยซ้อน ครั้งสุดท้าย “ช้างศึก” ได้แชมป์เมื่อปี 2017 ที่มาเลเซีย จากนั้น “ช้างศึก” ไม่ใช่เจ้าอาเซียนในกีฬาซีเกมส์ 8 ปีเต็ม รอโอกาสไปทวงคืนในอีก 2 ปีข้างหน้าที่ถ้ำ “เสือเหลือง” มาเลเซีย ที่จะเป็นเจ้าภาพในปี 2027
ความล้มเหลวในซีเกมส์ของทีมฟุตบอล และฟุตซอล เป็นเรื่องสำคัญที่ “มาดามแป้ง” จะมองข้ามไม่ได้ จะไปฟังบรรดาอินฟลูฯ ที่ออกมาด้อยค่ากีฬาซีเกมส์ว่าเป็นกีฬาพื้นบ้าน ไม่ต้องให้ความสำคัญ ผยองว่าเราไปอยู่ระดับเอเชียแล้วไม่ได้
ซีเกมส์เกี่ยวข้องโดยตรงกับความรู้สึกของแฟนบอล มันคือด่านพิสูจน์ที่เล็กที่สุดทั้งซีเกมส์ และชิงแชมป์อาเซียน เป็นบทพิสูจน์ว่า มาตรฐานฟุตบอลไทยอยู่ระดับใด ตราบใดที่เรายังไม่ครองแชมป์ชนิดผูกขาดทั้ง 2 รายการนี้ เรายัง “ก้าวไม่พ้นระดับอาเซียน” อย่าทะนงตัวว่า “ช้างศึก” ไประดับเอเชีย
ฟุตบอลมันต้อง “สเต็ปบายสเต็ป” จากอาเซียนสู่เอเชีย ต่อยอดไประดับโลก อย่าหลอกตัวเอง ข้อเท็จจริงมันมีเท่านี้
“มาดามแป้ง” ต้องไม่ปล่อยให้ “บทเรียนซ้ำซาก” หนนี้จางหายไป ต้องรีบถอดรหัสความล้มเหลวและกำหนดยุทธศาสตร์การทวงคืนความยิ่งใหญ่ในอาเซียนกลับคืนมาโดยด่วนก่อนที่แฟนบอลจะหมดศัทธา

สัญญาณเตือนภัยจากซีเกมส์ ช้างศึก พลาดแชมป์มา 4 สมัยซ้อนมันสะท้อนถึง “รอยร้าวเชิงโครงสร้าง” ที่ถูกละเลยมาอย่างยาวนาน ในขณะที่เพื่อนบ้านอย่างเวียดนาม อินโดนีเซีย และมาเลเซีย กำลังยกระดับมาตรฐานขึ้นมาอย่างเป็นระบบ
สาเหตุแห่งความล้มเหลวของ “ช้างศึก” ปัญหาใหญ่คือ การจัดการปฏิทินการแข่งขัน นี่คืออุปสรรคที่ใหญ่ที่สุด ฟุตบอลซีเกมส์ไม่ใช่ทัวร์นาเมนต์ในปฏิทิน “ฟีฟ่าเดย์” ทำให้สโมสรต้นสังกัดมีสิทธิ์ไม่ปล่อยตัวผู้เล่นตัวหลัก ทำให้ทีมชาติไทยต้องเลือกใช้ผู้เล่นชุด B หรือ C มาเล่นแทน
วิธีการเก็บตัวฝึกซ้อม เราพยายามทำกันแบบสากลคือ เรียกตัวมา 3-5 วันก่อนแข่ง และลงแข่งเลย เมื่อเลือกวิธีการแบบนี้แล้วไม่ได้ผล ต้องเปลี่ยนใหม่หรือไม่ อย่างไร?
เป็นโจทย์ที่สมาคมกีฬาฟุตบอลฯ ต้องหาแนวทาง หาวิธีการกันใหม่ไม่ว่าจะซีเกมส์หนหน้า ไม่ว่าจะชิงแชมป์อาเซียน หรือเอเชี่ยนคัพ

สาหตุใหญ่อีกข้อคือ เราต้องยอมรับความจริงว่าอาเซียนไม่ใช่ขนมอีกต่อไป อินโดนีเซีย เน้นนักเตะลูกครึ่งและโอนสัญชาติที่มีคุณภาพสูงจากลีกยุโรป เวียดนาม วางรากฐานความฟิตและระเบียบวินัยเกมรับอย่างเข้มงวด มาเลเซีย พัฒนาลีกภายในให้มีความเป็นมืออาชีพและเน้นพละกำลัง
“มาดามแป้ง” และทีมงานกุนซือผู้คร่ำหวอดในวงการลูกหนังไทย ต้องหาวิธีการบูรณาการโครงสร้างลีก และทีมชาติ ให้สอดคล้องกัน ต้องทำความเข้าใจกับสโมสรให้ได้เพื่อให้ได้ตัวผู้เล่นที่ดีที่สุดมาติดธงไตรรงค์
ยุคทองในอดีตของวงการลูกหนังไทยล้วนสร้างมาจากผู้เล่นระดับท็อป เข้าใจว่าซีเกมส์จำกัดอายุ แต่ตัวผู้เล่นในข่ายที่มาตรฐานสูงระดับรุ่นอายุ 22 ปีมีให้เลือกใช้บริการพอสมควร แต่ที่ผ่านมาติดขัดสโมสรไม่ปล่อยมารับใช้ชาติ
สมาคมกีฬาฟุตบอลฯ ต้องคิดใหม่ ทำใหม่ เริ่มต้นกันใหม่ ที่สำคัญต้องเคารพคุณค่าคำว่า “แชมป์ซีเกมส์” อย่าด้อยค่า “ซีเกมส์” แล้วทำแบบจริงจัง ทำแบบมุ่งมั่นเพื่อความสุขและรอยยิ้มของแฟนบอลไทยที่อยู่ข้างหลัง
ความล้มเหลวในซีเกมส์คือ “บทเรียนราคาแพง” สิ่งที่ต้องทำไม่ใช่การเปลี่ยนตัวโค้ชซ้ำแล้วซ้ำเล่า
แต่คือการ “สังคายนาเชิงโครงสร้าง” จัดปฏิทินลีกให้สอดรับทีมชาติ วางรากฐานเยาวชนที่มั่นคง…
