ภาพยนตร์ | นพมาส แววหงส์

Goodbye June เป็นฝีมือกำกับหนังเรื่องแรกของนักแสดงสาวที่เป็นที่รู้จักกันดี

อย่างน้อยก็จะมีใครบ้างในหมู่คนดูหนังเกือบ 30 ปีที่แล้ว ที่ไม่ได้ร้องไห้ไปกับความรักและการพรากจากของ “โรส กับ แจ็ค” บนเรือเดินสมุทรสุดหรูในการออกทะเลครั้งแรกและครั้งสุดท้ายของเรือไททานิกที่กลายเป็นตำนานเล่าขานยาวนานต่อมา

ใช่เลยค่ะ เคต วินสเล็ต คือ “โรส” สาวไฮโซแสนสวยผู้พบรักแสนหวานกับ “แจ็ค” หนุ่มต่างชั้นวรรณะ เพียงเพื่อจะต้องพรากจากกันไปตลอดกาล พร้อมกับการที่ไททานิกอันมโหฬารจมดิ่งลงสู่ก้นทะเลอันหนาวเย็น

เคต วินสเล็ต ยังมีผลงานให้ประจักษ์อีกมากมาย และถือว่าเป็นนักแสดงคุณภาพคับแก้ว

ครั้นพอเปลี่ยนบทบาทมาเป็นทั้งผู้กำกับในขณะที่ร่วมแสดงในหนังเรื่องเดียวกันบ้าง ก็เลยน่าจับตาอยู่สักหน่อย

บทหนังที่ทำให้เธอต้องใช้ความดังของตัวเองและขยายบทบาทจากนักแสดงมาเป็นผู้กำกับด้วยนั้น เป็นฝีมือของ โจ แอนเดอร์ส ลูกชายของเธอเอง

ขณะเดียวกัน ก็ยังใช้เส้นสายและความดังของตัวเองดึงนักแสดงระดับยอดฝีมือมากหน้าหลายตามาร่วมงานอย่างคับคั่งด้วยคุณภาพเต็มจอ

โดยเฉพาะเฮเลน มีร์เรน ทิโมธี สปอลล์ โทนี คอลเล็ต และแอนเดรีย ไรซ์เบอโร รวมทั้งตัวเองก็มีบทบาทสำคัญร่วมแสดงอีกต่างหาก

Goodbye June เป็นหนังที่ใช้สปิริตของเทศกาลคริสต์มาสเป็นธีมหลักและบรรยากาศของเรื่อง

กล่าวคือ การกลับมารวมตัวพร้อมหน้าของสมาชิกในครอบครัว ความรักความผูกพันของคนในครอบครัว โดยมีการเฉลิมฉลองพระประสูติกาลของพระเยซูเป็นฉากหลัง

เพียงไม่กี่สัปดาห์ก่อนถึงคริสต์มาส จูน (เฮเลน มีร์เรน) ได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นมะเร็งขั้นที่หมดหนทางรักษา ทีมแพทย์ไม่แนะนำให้ทำการรักษาเชิงรุกราน โดยคาดการณ์โรคว่าจะอยู่ได้เพียงไม่กี่สัปดาห์ และแนะนำญาติให้ดูแลผู้ป่วยแบบประคับประคองภายในช่วงเวลาน้อยนิดที่เหลืออยู่

นี่เป็นระเบิดเวลาลูกใหญ่ที่ตกลงใส่ครอบครัวที่มีพ่อ แม่ ลูกสาวสาม ลูกชายหนึ่ง รวมทั้งหลานๆ อีกมากหน้าหลายตา

ทว่ากลับเป็น “ครอบครัวแตกแยก” (dysfunctional family) อย่างเห็นได้ชัด ลูกชายหญิงต่างหมางเมิน ไม่พูดคุยกันอย่างสนิทสนมกลมเกลียว และแยกย้ายกันไปคนละทิศคนละทาง แถมยังไม่อยากพบปะเจอะเจอ หรือมองหน้ากันด้วยซ้ำ

หนังพยายามเสนอให้เห็นความไม่สมบูรณ์แบบ ความแปลกแยกในครอบครัว รวมทั้งความหมางเมินจากความรู้สึกแข่งขันและเปรียบเทียบกันระหว่างพี่น้องซึ่งดูเหมือนจะทะเลาะกันเองจนไม่อยากมองหน้าหรือเฉียดใกล้กัน

เบอร์นาร์ด (ทิโมธี สปอลล์) เป็นสามีและพ่อที่ปิดหูปิดตาตัวเอง และอยู่แต่กับตัวเอง โดยไม่แสดงออกถึงความรักความผูกพัน

ขณะที่ลูกชายคนเดียว คอนเนอร์ (จอห์นนี่ ฟลินน์) แบกภาระความรับผิดชอบไว้คนเดียวจนหนักอึ้งและไม่รู้จักวิธีระบายออก

จูเลีย (เคต วินสเล็ต) เป็นหญิงเก่งที่ประสบความสำเร็จในอาชีพการงาน แต่ก็เครียดกับการแบกภาระในชีวิต

มอลลี (แอนเดรีย ไรซ์เบอโร) เข้มงวด ไร้ความสุขและเป็นจอมบงการ

ส่วนเฮเลน (โทนี คอลเล็ตต์) เป็นสาวฮิปปี้นอกคอก นอกกรอบสังคม และแยกตัวไปอยู่ต่างเมือง โดยที่พี่น้องท้องเดียวกันแทบไม่มีใครอยากติดต่อ พูดคุยหรือคบค้า แม้ในยามแจ้งข่าวสำคัญเรื่องความเจ็บป่วยของแม่ก็ไม่มีใครอยากเป็นคนแจ้งข่าว

ทว่าข่าวร้ายของบุคคลผู้เป็นโยงใยสำคัญในครอบครัวที่แตกแยกกลับกลายเป็นสายสัมพันธ์ที่ผสานความหมางเมินความเป็นอริต่อกันและกันไว้ได้

พล็อตหนังแบบนี้ก็มาจากสูตรเดิมๆ แหละค่ะ ไม่มีอะไรชวนให้จดจำหรือตราตรึง

คาแรกเตอร์ของตัวละครยังดูเหมือนอยู่ในสถานะของโครงร่างและรูปเงาของศักยภาพที่น่าจะเป็นไป น่าจะให้ภูมิหลังและการพัฒนาตัวละครและความสัมพันธ์เพิ่มมากขึ้นอีกหน่อย

มีตัวละครที่น่าจดจำอยู่ตัวหนึ่ง คือพยาบาลชายผิวดำ ซึ่งตั้งชื่อไว้เป็นสัญลักษณ์ (อันออกจะเว่อร์ไปหน่อย) ว่า เอนเจิล หรือทูตสวรรค์ (ฟิซาโย อาคินาเด)

เอนเจิลไม่ใช่คนในครอบครัวก็จริง ทว่าการเป็นคนนอกทำให้เขามองเห็นภาพครอบครัวแตกแยกได้ชัดเจนกว่าคนใน

ฉากแทบทั้งหมดเกิดขึ้นในโรงพยาบาล และดูออกจะหลุดโลกไปหน่อย คือที่โรงพยาบาล แม้จะเป็นการดูแลคนป่วยระยะสุดท้าย แต่ก็ไม่มีบรรยากาศของโรงพยาบาลเลย ไม่มีความวุ่นวายของเจ้าหน้าที่ พยาบาลและผู้ป่วยอื่นๆ ทางเดินว่างเปล่าร้างผู้คนจนเหลือเชื่อ ว่านี่คือโรงพยาบาลแห่งหนใดในโลกอันวุ่นวายด้วยคนเจ็บคนป่วยของเรานี้

แถมการจัดงานคริสต์มาสล่วงหน้าครั้งสุดท้ายให้แก่จูน – ซึ่งดูน่ารักดี–ก็เกิดขึ้นในห้องโถงที่ไร้ผู้คนนอกอีกนั่นแหละ ดูเอ็กซ์คลูซีฟสำหรับตัวละครกลุ่มนี้แท้ๆ

และได้บอกแล้วว่าหนังทำตามสูตรสำเร็จของหนังครอบครัวในบรรยากาศคริสต์มาส จึงเดินเรื่องตามแบบฉบับ ไม่มีอะไรแปลกใหม่ ไม่มีเซอร์ไพรส์…จบลงอย่างที่ควรจบ…

อย่างเดียวที่ทำให้ดูได้เพลินพอควร ก็คือความสามารถของนักแสดงฝีมือดี ซึ่งทำให้เรื่องดาดๆ ดูดีมีคุณค่ามากกว่าตามเนื้อผ้าเยอะ

ถ้าจะดู ก็ดูที่การแสดงแล้วกันค่ะ อย่าไปคาดหวังอะไรอื่นให้มากความ…

GOODBYE JUNE

กำกับ

Kate Winslet

นำแสดง

Helen Mirren

Timothy Spall

Kate Winslet

Andrea Riseborough

Toni Collette

Johnny Flynn

Fisayo Akinade



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

สุทธิพงษ์ นำประชุมมูลนิธิรักษ์เขาขยายชัยนาท ตั้งเป้าหมายให้เป็นแหล่งเรียนรู้สำหรับนักเรียนและเยาวชน แหล่งศึกษาตามธรรมชาติ ฯลฯ
สตอกโฮล์มเปิดเวที “ประชุมสันติภาพโลก 2026” เชิญผู้นำ-นักสันติวิธีทั่วโลก ร่วมสร้างอนาคตแห่งสันติภาพ 22 สิงหาคมนี้
CKPower ใช้นวัตกรรมเปลี่ยน “ของเสีย” เป็นคุณค่า คว้า 2 รางวัล TJDA ปีนี้
“สีหศักดิ์” ชี้ “กัมพูชา” ลากไทยเข้ากลไกประนอมภาคบังคับทำปิดประตูเจรจาเขตแดนทางบก รับกังวลกรณีเขมรประโคมข่าว “รถถังจีน” ในช่วงสถานการณ์เปราะบาง
“วัชระพล” มอบนโยบาย อ.ส.ค.เร่งแผนการตลาดระบายสต๊อกนมก่อนพึ่งงบฯ แนะเพิ่มประสิทธิภาพบริหาร-มาร์เก็ตติ้งให้แข่งได้ในตลาดเสรี
พิธีศพ อาลี คาเมเนอี : วาทกรรมแห่งศาสนา และอำนาจการทูตผ่านมุมมองภาษาศาสตร์
เคปเวิร์ด ‘ซินเดอเรลล่า’ ฟุตบอลโลก ผู้ชนะหัวใจคนทั้งโลก
คำถามเชิงซ้อน : คำถามลวงให้เราตอบ
จากเวทีปราศรัยสู่หน้าฟีด : อ่านยุทธศาสตร์หาเสียงผู้ว่าฯ กทม. ผ่านโซเชียลมีเดีย
520 วัน บันทึกของคำจากลา ในโลกหลังกำแพง (14)
ทบ.ร้อน ชิง ‘ทบ.1’ ‘บิ๊กเต้-แม่ทัพไก่’ จับตา หมาก ‘แม่ทัพคอแดง’ มองข้ามช็อต ทัพใต้ ‘รองคิ้ว-รองด้วง’
จากแหวนทองคำ 2 พันปี สู่ใจคนเมืองเพชร ทวีโรจน์ กล่ำกล่อมจิตต์ อยากมี ‘มิวเซียมท้องถิ่น’