bg-single

สังคมธุรกิจไทย 2568 (4) ธนาคารไร้สาขา

18.01.2026

วิรัตน์ แสงทองคำ | www.viratts.com

หมายเหตุ ซีรีส์หลายตอนจากนี้ เรื่องราวบทสรุปความเคลื่อนไหวสังคมธุรกิจไทยในช่วงปีที่กำลังจะผ่านพ้น ตั้งใจนำเสนอเป็นภาพทบทวนในช่วงต่อปลายปี (2568) กับต้นปี (2569)

ธนาคารไร้สาขาในสังคมไทยจะเปิดฉากอย่างเป็นจริงครั้งแรกภายในปีนี้

จากกระบวนการของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ใช้เวลานานทีเดียว นับตั้งแต่ได้นำเสนอ “แนวทางการอนุญาตให้จัดตั้งธนาคารพาณิชย์ไร้สาขา (Virtual Bank)” เมื่อ 3 ปีที่แล้ว (11 มกราคม 2566) แม้ได้ระบุไทม์ไลน์ไว้ค่อนข้างชัดเจนแต่แรก ทว่าได้ยืดออกไปบ้าง

ด้วยคาบเกี่ยวช่วงเวลาท้ายๆ รัฐบาลชุดก่อนหน้ากับการเลือกตั้งทั่วไป และการมาถึงรัฐบาลใหม่ มีนายกรัฐมนตรี (เศรษฐา ทวีสิน) ผู้อยู่ในตำแหน่งไม่นาน ขณะควบตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังด้วย จึงเป็นผู้ลงนามประกาศกระทรวงการคลังเรื่อง “หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการขอใบอนุญาตและการออกใบอนุญาตประกอบธุรกิจธนาคารพาณิชย์ไร้สาขา (Virtual Bank)” (เผยแพร่ในราชกิจจานุเบกษา 4 มีนาคม 2567)

ว่ากันตามกระบวนการพิจารณา จากประกาศข้างต้น “ธปท.ผู้มีอำนาจและบทบาทสำคัญในการพิจารณาและนำเสนอผู้ได้รับคัดเลือก” จากนั้นจึงเสนอให้รัฐมนตรีคลังเพื่อพิจารณา ให้แล้วเสร็จภายใน 9 เดือน นับแต่วันสิ้นสุดระยะเวลาการยื่นคำขอ

จากนั้นอีกราวปีครึ่ง “บัดนี้ ธปท.ได้ปิดรับคำขอแล้ว โดยมีผู้ยื่นคำขอจำนวนทั้งสิ้น 5 ราย..” ถ้อยแถลงอย่างสั้นๆ ของ ธปท. (23 กันยายน 2567) โดยไม่ระบุรายละเอียด ทั้งนี้ได้กล่าวถึงไทม์ไลน์ช่วงสำคัญไว้ด้วย

“คาดว่าจะสามารถประกาศรายชื่อผู้ที่ได้รับความเห็นชอบจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังให้จัดตั้ง Virtual Bank ได้ภายในช่วงกลางปี 2568”

ซึ่งก็เป็นไปตามนั้น (19 มิถุนายน 2568) กระทรวงการคลัง (ขณะนั้น-พิชัย ชุณหวชิร เป็นรัฐมนตรี) และ ธปท.ได้ประกาศรายชื่อผู้ได้รับอนุญาตจัดตั้งธนาคารไร้สาขา ทั้งนี้กำกับไทม์ไลน์สำคัญไว้ด้วย จะต้องจัดตั้งธุรกิจและเริ่มให้บริการอย่างเป็นทางการภายใน 1 ปี หรือภายในวันที่ 19 มิถุนายน 2569

ทั้ง 3 รายที่ว่านั้น

หนึ่ง-บริษัท เอซีเอ็ม โฮลดิ้ง จำกัด

สอง-กลุ่มธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) ร่วมกับบริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) และบริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน)

และสาม-กลุ่มบริษัท เอสซีบี เอกซ์ จำกัด (มหาชน) ร่วมกับ WeTechnology Limited และ KakaoBank Corp

ว่าด้วยแนวทางการพิจารณา (อ้างจากประกาศกระทรวงการคลัง) ว่าด้วยโมเดล “ธนาคารไร้สาขา” นิยามไว้ในประกาศอย่างกว้างๆ “ให้บริการทางการเงินรูปแบบใหม่ผ่านช่องทางดิจิทัล”

ทั้งนี้ มีข้อความถือได้ว่าเป็น Keyword “การให้บริการทางการเงินรูปแบบใหม่หรือการให้บริการทางการเงินที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพของบริการทางการเงินที่มีอยู่เดิมผ่านช่องทางดิจิทัล โดยตอบสนองความต้องการของผู้ใช้บริการ ด้วยการใช้เทคโนโลยีความเชี่ยวชาญด้านดิจิทัล และข้อมูลที่หลากหลาย”

มีสาระอีกตอนหนึ่งเน้นไว้หลายครั้งในประกาศ กล่าวเจาะจงถึงกลุ่มเป้าหมายให้บริการ

“ให้ความสำคัญกับบริการทางการเงินที่ส่งเสริมการประกอบอาชีพและวินัยทางการเงินแก่กลุ่มผู้ใช้บริการรายย่อยและกลุ่มวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม โดยเฉพาะกลุ่มที่ไม่ได้รับบริการทางการเงินอย่างเพียงพอ และเหมาะสม (Underserved) หรือกลุ่มที่เข้าไม่ถึงบริการทางการเงิน (Unserved)”

ข้างต้นล้วนเป็นช่วงเวลา ดร.เศรษฐพุฒิ สุทธิวาทนฤพุฒิ เป็นผู้ว่าการฯ (1 ตุลาคม 2563-30 กันยายน 2568 ) ผู้มีโปรไฟล์คล้ายๆ ผู้ว่าธปท.ราวครึ่งหนึ่งของทำเนียบทั้งหมดเป็นช่วงค่อนข้างต่อเนื่องมาตั้งแต่ยุคอิทธิพลสหรัฐ ช่วงปลายสงครามเวียดนาม

ตามภารกิจสำคัญกับยุคดิจิทัล ปัจเจกชนเกี่ยวข้อง และเข้าถึงระบบการเงินในวงกว้างขึ้นกว่าที่ผ่านมาๆ ขณะเขาเองได้ปาฐกถาสะท้อนแนวคิดอย่างน่าสนใจไว้ด้วย

ครั้งหนึ่งได้กล่าวถึง “ความสมานฉันท์ในสังคมไทย” ซึ่งย้ำว่า “ดัชนีวัดความไว้เนื้อเชื่อใจกันของคนในสังคมไทยลดลงอย่างต่อเนื่อง ซึ่งความไม่ไว้เนื้อเชื่อใจนั้น ได้บั่นทอนกลไกในการสร้าง resiliency ของระบบเศรษฐกิจไทย” และอีกบางช่วงบางตอนในเวลาต่อมา “คนไทยรุ่นใหม่จำนวนมากขาดความมั่นคงในอนาคตในหลายด้าน…ขาดความมั่นคงทางเศรษฐกิจ (economic insecurity)”

โดยสาระข้างต้นอาจตีความเชื่อมโยงไปยังธนาคารไร้สาขา กับสัญญาณการปรับเปลี่ยนที่แตกต่างจากเดิม

แต่เมื่อพิจารณาผู้ได้รับใบอนุญาตแล้วดูจะไม่ได้เป็นเช่นนั้น

ด้วย 2 ใน 3 รายมีธนาคารใหญ่ในแบบแผนดั้งเดิมเกี่ยวข้องโดยตรงด้วย ขณะอีกรายอยู่ในเครือข่ายธุรกิจยักษ์ใหญ่ไทย-เครือเจริญโภคภัณฑ์ หรือซีพี

อีกมิติมีเงื่อนไขที่ควรที่อ้างไว้ “ทั้ง 3 รายนั้นเป็นกลุ่มร่วมทุนระหว่างธนาคารพาณิชย์หรือสถาบันการเงินที่ไม่ใช่ธนาคารที่มีประสบการณ์การให้บริการทางการเงิน ร่วมกับผู้ถือหุ้นที่มีฐานลูกค้าขนาดใหญ่ มีระบบนิเวศที่ครอบคลุม และเชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีทั้งจากในและต่างประเทศ” ตามรายงานบทวิเคราะห์ บางตอนของธนาคารแห่งหนึ่งสรุปไว้

(ธนาคารไร้สาขาในบริบทไทย แนวโน้ม ความท้าทาย และการปรับตัวของภาคการธนาคาร ” วิจัยกรุงศรี 20 พฤศจิกายน 2568)

หากเทียบเคียงกับการเปลี่ยนแปลงสำคัญ เมื่อกว่าทศวรรษที่แล้ว (ช่วงปี 2547-2550) ดูแตกต่างกันพอสมควร ด้วยการอนุญาตให้ก่อตั้งธนาคารใหม่ครั้งนั้นพยายามขีดเส้นไม่ให้ “ร่างเงา” ธนาคารเดิมเข้ามาเกี่ยวข้องโดยตรง จึงปรากฏ “หน้าใหม่” หลายราย

ในยุค ม.ร.ว.ปรีดิยาธร เทวกุล เป็นผู้ว่าการฯ (31 พฤษภาคม 2544-6 ตุลาคม 2549) ช่วงทอดเวลาให้ภาพลักษณ์ ธปท.ฟื้นฟูขึ้น เขาเป็นผู้ว่าการฯ ผู้ทรงอิทธิพลคนหนึ่ง อยู่ในตำแหน่งเกิน 5 ปีเป็นคนแรก ตั้งแต่ช่วงวิกฤตการณ์ทางเศรษฐกิจไทยครั้งใหญ่เป็นต้นมา

เป็นช่วงเวลามีแผนการใหม่ แผนการใหญ่อย่างสำคัญ “แผนพัฒนาระบบสถาบันการเงินไทย” ในจังหวะระบบธนาคารพาณิชย์ไทยกลับมาตั้งหลักได้ในปี 2544 ถือเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ ธปท.มีบทบาทเปิดช่องให้มีจัดตั้งธนาคารใหม่ระลอกใหญ่ ห่างจากระลอกแรกกว่าครึ่งศตวรรษ ในเวลานั้น ธปท.เพิ่งตั้งขึ้นจึงไม่มีบทบาทโดยตรง

เป็นไปตามโมเดลพัฒนาสถาบันการเงินชั้นรองขึ้นเป็นธนาคารใหม่ โดยเฉพาะกิจการซึ่งสามารถผ่านมรสุมช่วงวิกฤตการณ์ทางเศรษฐกิจครั้งใหญ่มาได้ ครั้งนั้นมีกรณีหนึ่งเดียวเกี่ยวข้องกับธนาคารเดิม นั่นคือธนาคารสินเอเชีย เป็นที่รู้กันว่ามีความสัมพันธ์กับธนาคารกรุงเทพ ต่อมาแปลงร่างเป็นธนาคารจีน (Industrial and Commercial Bank of China Ltd. หรือ ICBC)

ที่น่าสนใจ ส่วนหนึ่งมาจากเครือข่ายธุรกิจครอบครัว มีรากเหง้ายุคหลังสงครามโลกครั้งที่สอง สามารถขยายอาณาจักรธุรกิจกว้างขวางพอประมาณ ที่สำคัญสามารถฝ่าวิกฤตการณ์ทางเศรษฐกิจครั้งใหญ่มาได้ นั่นคือกรณีธนาคารเกียรตินาคิน (ปัจจุบัน-ธนาคารเกียรตินาคินภัทร) เชื่อมโยงกับตระกูลวัธนเวคิน และธนาคารไทยเครดิตเพื่อรายย่อย (ปัจจุบัน-ธนาคารไทยเครดิต) กับตระกูลไชยวรรณ อีกกลุ่มหนึ่งมาจากผู้คนร่วมสมัยมากขึ้น ผู้มีบทบาทยุคหลังสงครามเวียดนามกับภาพลักษณ์นักบริหารรุ่นใหม่ กรณีธนาคารธนชาต (ปัจจุบัน-ธนาคารทหารไทยธนชาต) ธนาคารทิสโก้ และธนาคารแลนด์ แอนด์ เฮ้าส์

ในภาพใหญ่ สะท้อนความเป็นไปสังคมธุรกิจไทยแต่ละยุคแต่ละช่วงเวลา โดยเฉพาะเชื่อมโยงกับธุรกิจไทยอันทรงอิทธิพล ดูไปแล้วขมวดปมแคบลงๆ



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

“อนุทิน” โต้กระแสน้ำท่วมงบหมด ยันใช้งบกลางเยียวยา เผยอัดฉีดเพิ่มอีก 1 หมื่นล้าน จ่ายไวแบบ First Come First Serve
สส.ปารเมศ ชี้“ข้าวสารแซนด์บ็อกซ์” ต้องรื้อที่ต้นตอ! ขอชวนภูมิใจไทย ร่วมแก้ พ.ร.บ. สถานบริการ 2509
สุดารัตน์ จี้ต้องเข็นเศรษฐกิจไทยออกจาก “หล่ม” ที่ติดมายาวนานให้ได้ หลังไทยเจ้าภาพจัดประชุม IMF และ World Bank
ปฎิมา นักเขียน ชีวิต กับ ความใฝ่ฝัน นักเขียน ‘อาชีพ’
ดินแดง ราชปรารภ อารมณ์ ‘ร่วม’ ของ ‘มวลชน’ เบื้องหน้า การตาย ของเพื่อน
Sleepmaxxing โรคบ้านอน
520 วันบันทึกของคำจากลา ในโลกหลังกำแพง (25)
E-DUANG | สถานะ ธรรมนัส พรหมเผ่า สถานะ สุชาดา ซาง แทนทรัพย์
“วัชระพล” เร่งแก้น้ำเน่าคลองระพีพัฒน์ 2 ไม่นิ่งนอนใจปัญหา ปชช.หลังปลาตายจำนวนมาก คาดสถานการณ์ดีขึ้นใน 1-2 วัน
“พิชัย” ชื่นชมความสำเร็จของการประชุม IMF–World Bank 2026 ชี้รัฐบาลต้องสานต่อเพื่อประโยชน์สูงสุด แนะเร่งแก้ 4 ความท้าทายเศรษฐกิจไทย
ไม่ได้เป็นของนายทุน : เอฟซี ซังต์เพาลี สโมสรฟุตบอลของแฟนบอล ผู้ท้าโต้คลื่นทุนนิยม (1)
50 ปี 6 ตุลา (7) เหยี่ยว พิราบ และโดมิโน