E-DUANG
หากติดตามแต่ละจังหวะก้าวของการหาเสียง ไม่ว่าจะมาจากประชาธิปัตย์ ไม่ว่าจะมาจากเพื่อไทย ไม่ว่าจะมาจากภูมิใจไทย
ไม่เว้นแม้กระทั่งกล้าธรรม หรือรวมใจไทย
และโดยเฉพาะอย่างยิ่งการโหมประโคมอย่างต่อเนื่องจากประชาชน
ทั้งจาก ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ ทั้ง ศิริกัญญา ตันสกุล
สัมผัสได้ในการปะทะกันระหว่าง 2 ความคิด 2 ความต้องการในทางการเมือง
1 ต้องการ”เปลี่ยน” 1 ต้องการให้”ไม่”เปลี่ยน
ยิ่งเข้าสู่เดือนมกราคม 2 ความต้องการนี้ยิ่งก่อรูปกลายเป็น
“กระแส”จากที่เคยดำรงในทาง”ความคิด”
กลายเป็น”ปฎิบัติการ”ในทาง”การเมือง”ชัดเจน
ขอให้สำรวจอุณหภูมิอันเกิดขึ้นและดำรงอยู่ทั้งบนเวทีปราศรัยของภูมิใจไทย ของเพื่อไทย และรวมถึงประชาชน
จะรับรู้อย่างเป็นรูปธรรมมากขึ้นเป็นลำดับในความต้องการ
การเปิดตัว”ทีมบริหาร”อันมาจากประชาชน เริ่มจากคนที่เคยเป็นคณบดี ตามด้วยคนที่เคยเป็นทูต รวมถึงนักกฎหมาย
เร่งเร้าในเรื่องความต้องการ”เปลี่ยน”อย่างล้ำลึก
ขณะเดียวกัน หากติดตามเสียงสะท้อนที่ดังกึกก้องอยู่ในพื้นที่ข่าว พื้นที่สื่อก็จะตระหนักในการต้าน ไม่เห็นด้วย
ทั้งจากเรื่องเศรษฐกิจ ทั้งจากเรื่องของทหาร
เชื่อได้เลยว่าความรู้สึก ความต้องการในการ”เปลี่ยน” และความต้องการ”ไม่”ให้เปลี่ยนจะเป็นคำถาม
ต่อนักการเมือง ต่อพรรคการเมือง
ถามว่าปัญหาในความยุติธรรม ความเป็นธรรมเป็นอย่างไร ถาม ว่ากองทัพและทหารดำรงอยู่อย่างไร
ระหว่าง”ทหาร” กับ “การเมือง”จะจัดการอย่างไร
การแตะเข้าไปยัง”รัฐประหาร” การโยง”รัฐธรรมนูญ”กับบทบาทของ”กองทัพ”มากด้วยความแหลมคม
รวมถึงปมทำไมจึง”กำลังพัฒนา” เหตุใดไม่ยอมพัฒนา
นโยบายที่แต่ละพรรคการเมืองเสนอ หากไม่สามารถตอบต่อความสงสัยเหล่านี้ได้จะเป็นผลต่อการลงคะแนน
ประเด็นอยู่ที่ว่า”กระแส” หรือ”กระสุน”จะเป็นคำตอบ
มีความเชื่ออย่างต่อเนื่องว่าความต้องการให้”เปลี่ยน”เป็นความคิดที่อยู่ในคนกลุ่มน้อย มิได้กระจายไปทั่วประเทศ
เนื่องจากสังคมไทยยัง”ด้อยพัฒนา”
ชนบทอันห่างไกล ความล้าหลังในทางวัฒนธรรมจำกัดขอบ เขตความรับรู้ของคนส่วนใหญ่
“กระสุน”จากเงินสีเทา อาจเป็นด้านที่ทรงอิทธิพล
กระนั้น ก็มีความเชื่อมั่นด้วยเหมือนกันว่าผลสะเทือนระดับโลก ระดับเมืองจะแผ่ออกครอบคลุมในเขตชนบทระดับไหน
คำตอบจากผลการเลือกตั้งจะชี้ชัดในความสงสัย
