เขย่าสนาม | เมอร์คิวรี่
ตลอดปี 2026 นี้ ประเทศไทยอัดแน่นไปด้วยกิจกรรมกีฬารายการใหญ่ๆ มากมาย โดยเฉพาะอย่างยิ่ง “เวิลด์คลาสอีเวนต์” ที่ถือเป็นการปักหมุดให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางกีฬาของโลก ซึ่งจะช่วยดึงดูดแฟนกีฬาจากทั่วโลกมารวมตัวกัน และช่วยส่งเสริมทั้งด้านกีฬา การท่องเที่ยว และสร้างมูลค่าเศรษฐกิจไทยมหาศาล
จากข้อมูลเมื่อปี 2025 ที่ผ่านมา ภาพรวมวงการกีฬาไทยสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจ 40,000 ล้านบาท จากอีเวนต์กีฬาระดับโลกที่ช่วยสร้างเงินหมุนเวียนต่อยอดไปยังอุตสาหกรรมกีฬา ทำให้ในปีนี้รัฐบาลโดย การกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) เดินหน้าผลักดันเวิลด์คลาสอีเวนต์ รวมทั้งสนับสนุนอุตสาหกรรมกีฬาต่อเนื่อง
กกท.จับมือกับสมาคมกีฬา, การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ตลอดจนภาคเอกชนต่างๆ ผนึกกำลังจัดเวิลด์คลาสอีเวนต์ ซึ่งเน้นผลักดันกีฬามวลชน อาทิ วิ่งมาราธอน โมโตจีพี และมวยไทย ที่ช่วยสร้างมูลค่ามากมายให้กับประเทศไทย
เพื่อขับเคลื่อนนโยบายของรัฐบาลที่ต้องการให้กีฬาช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจของประเทศ
เริ่มต้นปีด้วยการแข่งขัน “บุรีรัมย์ มาราธอน 2026” ไนต์รันอันดับหนึ่งของประเทศไทย จะจัดในวันที่ 24 มกราคม แต่ความพิเศษของปีนี้คือ การจัดยิ่งใหญ่เฉลิมฉลองวาระ 1 ทศวรรษของกิจกรรม ซึ่งนอกจากเงินรางวัลสูงถึง 1.65 ล้านบาท ยังจัดเตรียมของขวัญพิเศษมากมายให้กับนักวิ่งเงินรางวัลรวมมูลค่ากว่า 10 ล้านบาท
การเดินทางของบุรีรัมย์ มาราธอน ก้าวสู่ปีที่ 10 อย่างรวดเร็ว ซึ่งตลอดเวลาที่ผ่านมาได้พิสูจน์แล้วว่า เป็นจุดหมายปลายทางของนักวิ่งทั่วโลกที่ตบเท้าเข้าร่วมเพิ่มขึ้นทุกๆ ปี และเมื่อปี 2025 มีผู้เข้าร่วม 32,936 คน สร้างเงินหมุนเวียนทางเศรษฐกิจกว่า 966 ล้านบาท แน่นอนว่า ปีนี้จะมีนักวิ่งทั้งชาวไทยและต่างชาติเข้าร่วมมากกว่า 30,000 คน และจะสร้างเม็ดเงินแตะ 1 พันล้านบาทได้ไม่ยาก
จุดเด่นของบุรีรัมย์ มาราธอน ออกแบบให้เป็นเทศกาลกีฬาผสมผสานดนตรี-เอนเตอร์เทนเมนต์-ไนต์รัน กลายเป็นงานวิ่งที่มีบรรยากาศสนุกและแสนอบอุ่น โดยฝ่ายจัดได้ปิดถนนตลอดเส้นทาง 100 เปอร์เซ็นต์ ออกสตาร์ตจากสนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต เข้าเส้นชัยที่สนามช้าง อารีนา
ที่สำคัญปีนี้มีไอเท็มพิเศษฉลอง 10 ปีจำนวนมากแน่นอน
จากนั้นตามด้วยการแข่งขันรถจักรยานยนต์ทางเรียบชิงแชมป์โลก “โมโตจีพี” สนามเปิดฤดูกาล 2026 ภายใต้ชื่อรายการ “พีที กรังด์ปรีซ์ ออฟ ไทยแลนด์ 2026” ซึ่งจะเริ่มจากการทดสอบก่อนเปิดฤดูกาล (พรีซีซั่น เทสต์) วันที่ 21-22 กุมภาพันธ์ และสนามที่ 1 เปิดฤดูกาลวันที่ 27 กุมภาพันธ์-1 มีนาคม ที่สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต จ.บุรีรัมย์
นับเป็นปีที่ 7 แล้วสำหรับ “ไทยจีพี” บนปฏิทินมอเตอร์สปอร์ตรายการใหญ่ที่สุดของโลก ซึ่งปีนี้สนามประเทศไทยได้เป็นสนามเปิดฤดูกาลเป็นปีที่ 2 ติดต่อกัน ถือเป็นการสิ่งตอกย้ำความสำเร็จของไทยในการจัดโมโตจีพีที่ได้รับความไว้วางใจจากเจ้าของลิขสิทธิ์อย่าง “ดอร์น่า สปอร์ต” และที่สำคัญยังช่วยดึงดูแฟนกีฬา นักท่องเที่ยว และเม็ดเงินมหาศาลที่ปีนี้ประเมินว่าจะสร้างรายได้หมุนเวียนกว่า 25,000 ล้านบาท
สำหรับไทยจีพี 2026 ตั้งเป้าหมายที่จะทำลายสถิติยอดผู้ชมสูงสุดในสนามแข่งขันที่เคยทำไว้ 226,655 คน เมื่อปี 2019 รวมทั้งวางเป้าหมายสำคัญในการยกระดับประสบการณ์ของแฟนๆ มอเตอร์สปอร์ตจากทั่วทุกมุมโลกที่มารวมตัวกันอยู่ที่ประเทศไทยให้ให้ครบทุกมิติ
ไม่เพียงเฉพาะการแข่งขันบนแทร็ก แต่รวมถึงการพัฒนาพื้นที่กิจกรรมต่างๆ ซึ่งจะช่วยทำให้เม็ดเงินสะพัดมากยิ่งขึ้น

ถัดมาเป็นศึกวอลเลย์บอลรายการใหญ่ที่แฟนลูกยางทั่วโลกจับตามองนั่นคือ การแข่งขันวอลเลย์บอลหญิง “เนชั่นส์ ลีก 2026” หรือ VNL 2026 ระหว่างวันที่ 1 มิถุนายน-26 กรกฎาคม ซึ่งประเทศไทยได้รับเกียรติให้เป็นเจ้าภาพในช่วงสัปดาห์ที่ 2 โดยใช้สังเวียนชิงชัยที่อินดอร์ สเตเดียม หัวหมาก ที่เคยผ่านรายการระดับโลกมาแล้วนับไม่ถ้วน
ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา ประเทศไทยมีประสบการณ์จัดวอลเลย์บอล เนชั่นส์ ลีก มาอย่างต่อเนื่อง รวมถึงเมื่อปีก่อนเพิ่งเป็นเจ้าภาพวอลเลย์บอลหญิงชิงแชมป์โลก 2025 จนได้รับคำชื่นชมจากนานาชาติอย่างมาก ทำให้ในศึก VNL 2026 สนามประเทศไทยจะเป็นอีกหนึ่งสนามที่แฟนลูกยางทั่วโลกให้ความสนใจ ตอกย้ำการเป็นเวิลด์คลาสอีเวนต์ได้อย่างชัดเจน
สำหรับศึกเนชั่นส์ ลีก 2026 ปีนี้มีทีมเข้าร่วมชิงชัย 18 ชาติ นำโดยอิตาลี แชมป์เก่า, บราซิล รองแชมป์, โปแลนด์, ญี่ปุ่น, จีน, ตุรกี, เยอรมนี, สหรัฐอเมริกา, ฝรั่งเศส, เนเธอร์แลนด์, เช็กเกีย, โดมินิกัน, บัลแกเรีย, เบลเยียม, เซอร์เบีย, แคนาดา, ไทย และยูเครน
โดยทีมอันดับสุดท้ายจะต้องตกชั้นจากรายการนี้ทันที ยิ่งทวีคูณความเข้มข้นในการชิงชัยเป็นอย่างมาก
ขณะเดียวกัน ทาง กกท.ยังมีโครงการ “กีฬาเชิงวัฒนธรรมเพื่อสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจ” ซึ่งจะนำโดยกีฬามวยไทย ศิลปวัฒนธรรมประจำชาติ และกีฬาเชิงท่องเที่ยว รวมทั้งกีฬารายการใหญ่ๆ ของไทย เช่น โมโตจีพี วิ่งมาราธอน วิ่งเทรล ที่ กกท.สนับสนุน ออกไปจัดแสดงนำเสนอสู่สายตาโลกในต่างประเทศ โดยมีแผนที่จะบุกไปโชว์ที่ประเทศซาอุดีอาระเบีย และประเทศเยอรมนี ในช่วงเดือนกุมภาพันธ์-มีนาคมนี้
“กีฬาเชิงวัฒนธรรมเพื่อสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจ” เป็นความร่วมมือระหว่าง กกท., การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) และกระทรวงต่างประเทศ นำร่องด้วยการจัดใน 3 ทวีปคือ อเมริกา, ยุโรป และเอเชียตะวันออกกลาง เพื่อเป็นการนำกีฬาเชิงวัฒนธรรม และกีฬาเชิงท่องเที่ยวของไทยไปให้ชาวโลกได้รู้จักมากยิ่งขึ้น ซึ่งจะส่งผลต่อการสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจกลับคืนมาสู่ประเทศได้
นอกจากนี้ ยังมีการแข่งขันกีฬาเวิลด์คลาสอีเวนต์รายการต่างๆ ที่จะเกิดขึ้นจากแต่ละสมาคมกีฬาอีกมากมาย ซึ่งทางการกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) ยังคงส่งเสริมและสนับสนุนอุตสาหกรรมกีฬาควบคู่กันไปด้วย จึงเชื่อว่า จะเป็นการทำให้วงการกีฬาไทยมีความคึกคักมากยิ่งขึ้น
และที่สำคัญจะเป็นการสร้างรายได้ทางเศรษฐกิจให้กับประเทศไทยได้เป็นจำนวนมหาศาลอย่างแน่นอน…
