คลุกวงใน | พิศณุ นิลกลัด
ฟุตบอลโลก 2026 จะมีขึ้นในวันที่ 11 มิถุนายนที่จะถึงนี้ จัดโดยเจ้าภาพร่วม 3 ประเทศคือ สหรัฐอเมริกา, แคนาดา และเม็กซิโก ซึ่งเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ ที่มีเจ้าภาพ 3 ประเทศ
ยังเป็นครั้งแรกที่เพิ่มจำนวนทีมเข้ารอบสุดท้ายจาก 32 เป็น 48 ทีม ทำให้การแข่งขันเพิ่มจาก 64 แมตช์ เป็น 104 แมตช์
รอบชิงชนะเลิศจะมีขึ้นในวันที่ 19 กรกฎาคม
แฟนฟุตบอลจะได้ชมกันยาว
ถามว่า หากเลือกได้ แฟนฟุตบอลจะเลือกชมฟุตบอลโลกอย่างไร
ทางหน้าจอโทรทัศน์ หรือที่สนามแข่งจริง
ในปี 2024 ผลวิจัยจาก Effectv (เอฟเฟกทีวี) ซึ่งเป็นบริษัทโฆษณา พบว่าแฟนกีฬา 85% ยังชอบชมกีฬาถ่ายทอดสดผ่านทางทีวีมากกว่าการไปชมที่สนามจริง
การวิเคราะห์พฤติกรรมแฟนกีฬาโดย Effectv พบว่า แฟนๆ นิยมชมการแข่งขันกีฬาผ่านหน้าจอโทรทัศน์ และมีความรู้สึกในเชิงบวกต่อโฆษณาที่ปรากฏระหว่างรายการกีฬา
Effectv เป็นแผนกขายโฆษณาของ Comcast Advertising (คอมแคสท์ แอดเวอร์ไทซิ่ง) ซึ่งเป็นบริษัทโทรคมนาคมและสื่อรายใหญ่ของสหรัฐ ได้รายงานการสำรวจชื่อ “Behind the Remote : A Deep Dive into Sports Viewership & Fandom” หรือ เบื้องหลังรีโมต : เจาะลึกการรับชมกีฬาและพฤติกรรมแฟนคลับ
โดยสำรวจกลุ่มตัวอย่างแฟนกีฬาชาวอเมริกัน 1,000 คน เพื่อศึกษามุมมองของการชมกีฬาในปัจจุบัน
พบว่า 85% ของแฟนกีฬาทั้งหมดชอบดูการถ่ายทอดสดกีฬาผ่านโทรทัศน์มากกว่าการเดินทางไปชมที่สนาม
โดยกว่าครึ่งของผู้ตอบแบบสอบถามระบุว่า เหตุผลหลักคือ ความสามารถในการมองเห็นรายละเอียดของเกมการแข่งขันได้ครบทุกแง่มุม
นอกจากนี้ ยังพบว่า แฟนกีฬาใช้เวลาเฉลี่ย 3.2 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ในการรับชมเนื้อหากีฬา
69% ของแฟนกีฬาจะชมจนจบเกม แม้ว่าทีมที่ตนเองเชียร์อยู่จะเป็นฝ่ายแพ้ก็ตาม
โฆษณาที่ฉายระหว่างการถ่ายทอดสดกีฬามีโอกาสถูกรับชมแบบกลุ่ม ตั้งแต่ 2 คนขึ้นไป มากกว่ารายการทีวีทั่วไปที่ไม่ใช่กีฬาถึง 47%
แฟนกีฬาเกือบครึ่งมีความรู้สึกในเชิงบวกต่อโฆษณาที่ฉายระหว่างการแข่งขัน ส่วนกลุ่มที่รู้สึกว่าโฆษณาเป็นการรบกวน ระบุว่า สาเหตุหลักมาจากความถี่และการฉายซ้ำของโฆษณา

การสำรวจความคิดเห็นโดยมหาวิทยาลัยแมสซาชูเซตส์ โลเวลล์ (University of Massachusetts Lowell) ร่วมกับหนังสือพิมพ์ Washington Post ทำการสุ่มสำรวจผู้ใหญ่ชาวอเมริกันจำนวน 1,000 คน
พบว่า แฟนกีฬามีความตั้งใจและมีอารมณ์ร่วมในการเชียร์ทีมรักผ่านทางหน้าจอโทรทัศน์มากๆ ซึ่งดูได้จากพฤติกรรมเวลาดูกีฬาหน้าจอโทรทัศน์
โดยแฟนจำนวน 19% บอกว่าตัวเองจะตะโกนเสียงดังหน้าจอทีวีตลอดช่วงเวลาที่ดูทีมรักแข่งขัน
16% บอกว่า ตะโกนบ่อยๆ แต่ก็ไม่ตลอดเวลา
25% บอกว่า ตะโกนหน้าโทรทัศน์บ้างในบางจังหวะ
21% บอกว่า แทบจะไม่เคยตะโกนหน้าโทรทัศน์เลย
และอีก 19% บอกว่า นั่งดูเงียบๆ เรียบร้อย ไม่เคยตะโกนใส่โทรทัศน์เลยสักครั้ง
โพลสำรวจชี้ว่า จำนวนคนที่ออกมายอมรับว่าตะโกนส่งเสียงหน้าจอโทรทัศน์อยู่ตลอดเวลาที่เชียร์ทีมรักนั้นเป็นผู้หญิงมากกว่าผู้ชาย
จอชชัวร์ ไดค์ (Joshua Dyck) อาจารย์และผู้อำนวยการของศูนย์สำรวจความคิดเห็นสาธารณะแห่งมหาวิทยาลัยแมสซาชูเซตส์ โลเวลล์ บอกว่า การค้นพบนี้ชี้ให้เห็นว่าแฟนกีฬาวัยรุ่นไม่ได้เลิกชมกีฬาผ่านทางโทรทัศน์หรือการเข้าไปชมสดๆ ในสนามอย่างสิ้นเชิงแบบที่หลายคนเข้าใจกัน
พวกเขาแค่ใช้เทคโนโลยีมาช่วยขยายช่องทางการชมกีฬาและเพื่อเข้าถึงข้อมูลกีฬาได้หลากหลายขึ้นเท่านั้นเอง
ถึงอย่างไร การเชียร์กีฬาทางหน้าจอทีวีก็ยังเป็นช่องทางหลักที่คนทุกๆ วัยเลือกชมกันมากที่สุด
