bg-single

วิกฤต ภาระงานครูล้นมือ มหากาพย์ปัญหาที่แก้ไม่ตก

26.01.2026

| การศึกษา

ควันหลงวันครู ปี 2569 นอกจากน้อมรำลึกพระคุณครูแล้ว เรื่องที่พูดกันมานาน แต่ยังแก้ไม่ตกหนีไม่พ้นภาระงานของครู ที่ไม่ใช่แค่งานสอน แต่มีทั้งงานธุรการ การเงิน พีอาร์ ช่างเทคนิค ซ่อมบำรุง ฯลฯ แม้กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) พยายามแก้ปัญหาต่อเนื่อง แต่ก็ดูเหมือนเป็นเรื่องยากที่จะทำให้เรื่องดังกล่าวหมดไป

ล่าสุด กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) รายงานผลวิจัยจากการสำรวจภาระงานครูจากกลุ่มตัวอย่างในสังกัด สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ท้องถิ่น เอกชน และ กทม.

พบว่า ครูในโรงเรียนขนาดเล็ก ต้องแบกภาระงานสอนกว่า 27.31 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ สูงกว่าค่าเฉลี่ยมาตรฐานที่ ศธ.กำหนดไว้ถึง 37.6%

ภาระงานนอกเหนือการสอนที่ครูต้องใช้เวลามากที่สุดต่อภาคเรียน

อันดับ 1 คืองานหัวหน้าสายชั้นหรือหัวหน้าระดับ ใช้เวลาสูงถึง 874 ชั่วโมง

อันดับ 2 งานสำนักวิชาการ 777 ชั่วโมง

อันดับ 3 งานประชาสัมพันธ์ 468 ชั่วโมง

อันดับ 4 งานประกันคุณภาพ 438 ชั่วโมง

อันดับ 5 งานบุคคล 414 ชั่วโมง

ขณะที่งานที่ควรใช้เจ้าหน้าที่เฉพาะทาง ที่โรงเรียนควรมี คือ

1. นักประชาสัมพันธ์ (เขียนข่าว, ดูแลสื่อ)

2. ช่างเทคนิคซ่อมบำรุง (ดูแลด้านโสต, อาคารสถานที่)

และ 3. งานธุรการ/การเงิน (จัดการเอกสาร, พัสดุ)

ครู 47.7% บอกว่าภาระงานล้นมือส่งผลถึงคุณภาพการสอนในห้องเรียน มีเพียง 29.7% สมดุลชีวิตและการทำงาน Work Life Balance มีครูถึง 63% บอกว่าไม่สามารถทำได้ ทำให้มีความเครียดสะสมและเกิดภาวะ Burnout

นายณรินทร์ ชำนาญดู นายกสมาคมผู้บริหารโรงเรียนมัธยมศึกษาแห่งประเทศไทย (ส.บ.ม.ท.) ระบุว่า ผลวิจัยดังกล่าวเกิดขึ้นจริง สอดคล้องกับสภาพที่โรงเรียนขนาดเล็กเผชิญอยู่ทั่วประเทศ โรงเรียนขนาดเล็ก โดยเฉพาะระดับประถมศึกษา ครูหนึ่งคนต้องดูแลหลายระดับชั้น ตั้งแต่อนุบาล 1-2 ไปจนถึงชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 เพราะจำนวนนักเรียนมีน้อย ขณะที่มีครูไม่ครบตามเกณฑ์ บางโรงเรียนมีครูเพียง 2-5 คน ทำให้ต้องรวมชั้นเรียนและสอนหลายวิชาพร้อมกัน

“ในความเป็นจริงครูใช้เวลาสอนเด็กนักเรียนเต็มวันตามหลักสูตรอยู่แล้ว แต่ปัญหาคือโรงเรียนขนาดเล็กไม่ได้มีแค่ภาระงานสอน ครูต้องทำทุกอย่าง ตั้งแต่งานธุรการ งานการเงิน พัสดุ งานวิชาการ งานบุคคล ไปจนถึงบริหารทั่วไป บางแห่งถึงขั้นต้องทำอาหารกลางวันและงานประชาสัมพันธ์เองทั้งหมด ดังนั้น งานวิจัยดังกล่าวจึงถูกต้องหมด” นายณรินทร์กล่าว

ภาระงานที่ไม่เกี่ยวกับการสอนเป็นตัวการสำคัญที่ทำให้ครูไม่สามารถทุ่มเทกับห้องเรียนได้อย่างเต็มที่ และสุดท้ายผลกระทบก็จะไปตกกับผู้เรียน เนื่องจากครูไม่ได้สอนเต็มที่ คุณภาพผู้เรียนก็จะต่ำลง เรื่องนี้เป็นสิ่งที่หารือกันมานานว่าทำไมการศึกษาถึงตกต่ำ ปัญหาภาระงานของครูโรงเรียนขนาดเล็กก็ถือเป็นปัจจัยสำคัญเพราะครูถูกดึงไปทำงานที่ไม่ใช่งานครู

“ปัจจุบันประเทศไทยมีโรงเรียนขนาดเล็กมากกว่า 1,500 แห่ง และจำนวนมากประสบปัญหาครูไม่ครบชั้น รวมถึงครูที่สอนไม่ตรงกลุ่มสาระวิชา ซึ่งเป็นผลจากโครงสร้างการจัดสรรกำลังคนที่ไม่สอดคล้องกับสภาพจริง สำหรับแนวทางแก้ไขมองว่าข้อเสนอในงานวิจัยเป็นแนวทางที่ถูกต้อง โดยต้องเริ่มจากการ ลดภาระงานครู และแยกงานสนับสนุนออกจากงานสอนอย่างชัดเจน” นายณรินทร์กล่าว

ในระบบของ ศธ. มีพนักงานราชการและอัตราจ้างที่สามารถเข้ามาทำหน้าที่เหล่านี้ได้กว่า 2-3 หมื่นคน กลุ่มคนเหล่านี้ไม่ต้องไปทำงานสอน แต่สามารถเอามาช่วยงานการเงิน พัสดุ ได้ทันที ซึ่งในบางสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา (สพท.) ก็สามารถทำให้เกิดขึ้นจริงได้

แต่บางเขตพื้นที่ฯ ก็ไม่ทำเพราะไม่มีนโยบายที่ชัดเจนจากส่วนกลาง ที่สำคัญระบบราชการของ ศธ.ยังมีความเทอะทะมากจนเกินไป ส่งผลให้การเกลี่ยอัตรากำลังทำได้ปีละครั้ง ซึ่งไม่สอดคล้องกับความเป็นจริงที่มีความต้องการอยู่ตลอดเวลา

ด้านนายอดิศร เนาวนนท์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏ (มรภ.) นครราชสีมา กล่าวคล้ายกันว่า เป็นข้อเท็จจริง ไม่จำเป็นต้องทำวิจัยก็รับรู้ได้ แต่ข้อดีของงานวิจัยคือทำให้เห็นตัวเลขที่ชัดเจนตามหลักวิชาการ ขณะนี้โรงเรียนที่มีเด็กจำนวน 20-80 คน กับโรงเรียนที่มีเด็ก 2,000-5,000 คน ถูกใช้กรอบมาตรฐานการทำงานเดียวกันทั้งหมด ทำให้ปัญหาภาระงานเกิดขึ้น

“ตัวเลขภาระงานเกินมาตรฐานที่ปรากฏ เป็นการนำหลักเกณฑ์มาตรฐานของคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (ก.ค.ศ.) มาเทียบเคียงเพื่อยืนยันข้อเท็จจริง ขณะเดียวกันประเด็นเรื่องครูกว่า 63% ที่ถูกชี้ว่าชีวิตส่วนตัวพังจากการเป็นครูโรงเรียนขนาดเล็ก ควรตีความอย่างระมัดระวัง และต้องพิจารณารายละเอียดในรายงานวิจัยฉบับเต็ม ไม่ควรเหมารวมว่าความล้มเหลวด้านชีวิตส่วนตัวเกิดจากการเป็นครูโรงเรียนขนาดเล็กเพียงอย่างเดียว” นายอดิศรกล่าว

สาเหตุที่ทำให้ครูโรงเรียนขนาดเล็กแบกรับภาระหนักเกินไป ปัญหาเริ่มจากการใช้หลักสูตรและมาตรฐานเดียวกันทั้งประเทศ ขณะที่การจัดครูขึ้นอยู่กับจำนวนนักเรียน ซึ่งในโรงเรียนขนาดเล็กมีการกระจายตัวของเด็กแต่ละชั้นอย่างไม่สม่ำเสมอ และไม่สามารถจัดครูตามจำนวนนักเรียนได้ เพราะบางแห่งเด็กบางชั้นเรียนอาจจะมีนักเรียน 5 คน แต่อีกชั้นเรียนหนึ่งอาจจะไม่มีเลย ทำให้ครูก็ต้องสอนควบหลายระดับชั้น กลายเป็นภาระงานสอนที่เกินหน้าที่

“ส่วนงานธุรการ งานประกันคุณภาพ งานการเงิน งานพัสดุ รวมถึงระบบรายงานต่างๆ ยังถูกกำหนดให้เหมือนกันหมด ไม่ว่าจะเป็นโรงเรียนขนาดใหญ่หรือโรงเรียนขนาดเล็ก ทั้งที่โรงเรียนเล็กไม่มีบุคลากรสนับสนุนเฉพาะด้าน บางแห่งครูยังต้องทำอาหารกลางวันเองด้วย ปัญหานี้ไม่ใช่เรื่องที่จะปล่อยให้เกิดผลในระยะยาว เพราะเรื่องนี้ส่งผลกระทบต่อระบบการศึกษามาเป็นเวลานานแล้ว และจะยิ่งรุนแรงขึ้นจากแนวโน้มเด็กเกิดใหม่ที่ลดลงอย่างต่อเนื่อง อย่างไรก็ตาม สำหรับแนวทางแก้ไข ต้องแก้ที่โครงสร้างและกติกา โดยให้ความยืดหยุ่นแก่โรงเรียนขนาดเล็ก ทั้งด้านวิชาการและการบริหาร พร้อมกระจายอำนาจให้โรงเรียนและชุมชนมีส่วนร่วมอย่างแท้จริง อย่าเอากติกากรอบเดียวไปจับทุกโรงเรียน โรงเรียนขนาดเล็กต้องมีความยืดหยุ่น ทั้งการจัดซื้อจัดจ้าง การบริหาร และการรายงาน ต้องสนับสนุนให้โรงเรียนเหล่านี้อยู่ได้ด้วยตนเอง หรือถ้าทำไม่ได้ ทางส่วนกลางก็ต้องกล้ายุบ ควบ รวม และใช้เทคโนโลยีเข้ามาช่วยบริหารจัดการ” นายอดิศรกล่าว

ปัญหาโรงเรียนขนาดเล็กคือ จุดคานงัด ของคุณภาพการศึกษาขั้นพื้นฐาน และเป็นบททดสอบสำคัญของนโยบายรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ดังนั้น ถ้าพรรคการเมืองใดจะเข้ามาบริหารการศึกษาแต่ไม่มีแนวทางแก้ไขโรงเรียนขนาดเล็กอย่างจริงจัง ก็อย่าเข้ามาเป็นรัฐมนตรี เพราะนี่คือหัวใจของการจะยกระดับคุณภาพการศึกษา



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

หลายภาคส่วน ร่วมประชุมจัดทำแผนโครงการด้านทรัพยากรน้ำ – ระบบ Thai Water Plan ในฤดูฝน เสริมความมั่นคงด้านน้ำ
To the Scorching Sun ศิลปะแห่งความร้อนระอุ ที่แผดเผาชีวิตของผู้คนในปัจจุบัน โดย ยิ่งยศ เย็นอาคาร
พระแม่โพสพ และนิทานเกี่ยวกับผีแม่ข้าวในอุษาคเนย์
‘ทิชชู่เปียก’ อันตราย! ทำร้ายโลก!
เมื่อโลกเปลี่ยน และวอชิงตันต้องปรับตัว
MoU & UNCLOS สงครามการทูตในทะเล
พฤษภาเลือด สไนเปอร์ ‘กระสุนจริง’ จากตึกสูง
E-DUANG | ฐานที่มา แห่ง ระบอบ”อากง” โจทย์ ในมือ ชัชชาติ สิทธิพันธุ์
แกะรอย ประวัติศาสตร์แห่ง ‘อาทิตย์ 3 ดวง’ หรือ ‘Sundogs’ (2)
กราบเรียน ท่านนายกฯ (ฉบับที่ 3) เรื่อง ปัญหาบางประการในความสัมพันธ์ไทย-กัมพูชา | สุรชาติ บำรุงสุข
ธำรงศักดิ์โพล เปิดผลสำรวจ ร้อยละ 62.18 ชี้ควรมีการเลือกตั้งผู้ว่าจังหวัดทุกจังหวัดได้แล้ว
“เผ่าภูมิ” ยินดี คลังสานต่อ “Negative Income Tax” ยุคเพื่อไทย พุ่งเป้าช่วยคนจน เสนอเกณฑ์รายได้ต่ำกว่า 6 หมื่น/ปี รับสูงสุด 12,000 บาท/ปี