จับตาอุตสาหกรรมกีฬาใหม่ ‘มวยไทย’ ขึ้นแท่นโกยรายได้ ดึงนักท่องเที่ยวเข้าประเทศ
เขย่าสนาม | เงาปีศาจ
จากสถิติภาพรวมของวงการกีฬาไทยในปี 2025 ที่ผ่านมาสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจได้กว่า 40,000 ล้านบาท จากอีเวนต์กีฬาระดับโลกที่ช่วยสร้างเม็ดเงินหมุนเวียนต่อยอดไปสู่การเป็นอุตสาหกรรมกีฬาอย่างเต็มรูปแบบ
หนึ่งใน “เวิลด์คลาสอีเวนต์” ที่มีส่วนช่วยสร้างรายได้เข้าประเทศไทยคือ กีฬามวยไทย โดยในปี 2568 ที่ผ่านมาแสดงให้เห็นถึงการเป็นทั้งมรดกทางวัฒนธรรมที่กำลังก้าวเข้าสู่อุตสาหกรรมกีฬาอย่างเต็มรูปแบบ “มวยไทย” เป็นสัญลักษณ์ของการเชื่อมประชาคมโลก กับประเทศไทย
ในเชิงเศรษฐกิจ ตลอดปีที่ผ่านมาการท่องเที่ยวไทยต้อนรับนักท่องเที่ยวเชิงกีฬากว่า 35 ล้านคน ทำให้รัฐบาล หรือภาคส่วนที่เกี่ยวข้องพยายามผลักดันกิจกรรมกีฬา รวมถึงมวยไทย ให้เป็นเครื่องจักรขับเคลื่อนเศรษฐกิจและซอฟต์เพาเวอร์ของประเทศอย่างต่อเนื่อง
อุตสาหกรรมมวยไทย ประกอบด้วย ห่วงโซ่รายได้หลายมิติ ตั้งแต่การจัดการแข่งขันภายในประเทศที่มีสนามราชดำเนิน และสนามลุมพินีเป็นศูนย์กลาง ขยายไปสู่เวทีระดับสากลในไทยอย่าง ONE Friday Fights ที่ถ่ายทอดสดไปทั่วโลก รวมถึงระบบสมัครเล่นภายใต้การกำกับของสหพันธ์กีฬามวยไทยสมัครเล่นนานาชาติ (IFMA) ซึ่งเป็นช่องทางพัฒนานักกีฬาสู่ระดับอาชีพ
สนามราชดำเนิน ได้ปรับตัวเข้าสู่มาตรฐานสากลด้วยการจัด “ราชดำเนิน เวิลด์ ซีรีส์” (RWS) เพื่อรองรับผู้ชมต่างชาติ โดยแค่ครึ่งปีมีผู้ชมต่างชาติเดินทางเข้ามากว่า 150,000 คน ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงบทบาทของมวยไทยที่สามารถสร้างเม็ดเงินโดยตรงจากค่าตั๋ว ที่นั่งพรีเมียม และบริการรายรอบสนาม
ภาครัฐยังยกระดับมวยไทยสู่เวิลด์คลาสผ่านกิจกรรมทั้งการแข่งขัน และการโร้ดโชว์เผยแพร่ศิลปะแม่ไม้มวยไทยไปทุกทวีปทั่วโลก ซึ่งสะท้อนถึงความตั้งใจที่จะผลักดัน “มวยไทย” ให้เป็นสินทรัพย์ทางวัฒนธรรมของประเทศไทยที่สร้างรายได้ และสร้างภาพลักษณ์ประเทศไทยได้จริง ทั้งด้านกิจกรรมกีฬา การท่องเที่ยว และเศรษฐกิจ
ประเทศไทยยังสร้างสถิติโลก “ไหว้ครูมวยไทยพร้อมกันมากที่สุด” โดยมีคนไทย และนักท่องเที่ยวต่างชาติที่รักในกีฬามวยไทยเข้าร่วมมากถึง 3,660 คนที่อุทยานราชภักดิ์ จ.ประจวบคีรีขันธ์ ซึ่งเป็นการประกาศอย่างชัดเจนว่า ประเทศไทยเป็น “มาสเตอร์แลนด์” ของกีฬามวยไทย
การถ่ายทอดสดมวยไทยในเวทีต่างๆ มีบทบาทสำคัญ โดยเฉพาะ 2 ศึกใหญ่อย่าง RWS ได้ทำข้อตกลงกับแพลตฟอร์มสตรีมมิงระดับโลกอย่าง DAZN ช่วยขยายผู้ชมในต่างประเทศและเพิ่มมูลค่าพื้นที่สปอนเซอร์บนหน้าจอ ซึ่งถือเป็นรายได้สำคัญหลังวันแข่งขันในยุคดิจิทัล
อีกเสาหลักของวงการมวยไทยที่แจ้งเกิดอย่างเต็มตัวคือ ONE Championship ที่จัดอีเวนต์ในไทยตลอดปี โดยมีรายงานของ Nielsen ประเมินผลกระทบทางเศรษฐกิจรวมประมาณ 470 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ครอบคลุมค่าใช้จ่ายจากนักท่องเที่ยว การจ้างงาน ซึ่งสะท้อนว่าประเทศไทยเป็นหนึ่งในฐานะศูนย์กลางศิลปะการต่อสู้และกีฬาระดับโลก
รายได้ของผู้จัด และสนามจึงไม่ได้จำกัดอยู่แค่ตั๋วหรือการถ่ายทอด
แต่ยังรวมถึง “สปอนเซอร์” ทั้งสปอนเซอร์หลักที่ปรากฏบนเวที และชุดนักกีฬา
ตลอดจนไมโครสปอนเซอร์ในคอนเทนต์ออนไลน์ที่เข้าถึงแฟนคลับทั่วโลก
นอกจากการแข่งขันแล้ว อุตสาหกรรมยิมเนเซียม และค่ายฝึกมวยไทยก็เป็นอีกหนึ่งแหล่งรายได้สำคัญ โดยเฉพาะในจังหวัดท่องเที่ยวอย่างภูเก็ต พัทยา สมุย และเชียงใหม่ ที่เปิดคอร์สฝึกทั้งระยะสั้นและยาวควบคู่กับบริการที่พักและโภชนาการ
สำนักงานคณะกรรมการกีฬามวย การกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) เผยแพร่งานวิจัย พบว่าค่ายมวยไทยในภูเก็ตมีการปรับตัวเพื่อรองรับตลาดต่างชาติ และยกระดับมาตรฐานบริการ ทำให้แนวโน้มการท่องเที่ยวเชิงกีฬาแบบ “อยู่ยาว-ฝึกจริง” ขยายตัวต่อเนื่อง โดยมีตัวเลขนักท่องเที่ยวที่เดินทางเข้าเมืองไทยเพื่อฝึกฝนกีฬามวยไทยเพิ่มขึ้นทุกปีๆ
รัฐบาลเองก็สนับสนุนด้วยการอนุญาตให้นักท่องเที่ยวสามารถขอวีซ่าเพื่อการศึกษา และสำหรับเรียนมวยไทยในไทยได้ 90 วัน และต่ออายุได้สูงสุดถึง 1 ปี ซึ่งช่วยให้ยิมเนเซียม และค่ายมวยไทยมีรายได้มั่นคงจากผู้มาเรียนระยะยาว
อีกแหล่งรายได้สำคัญคือ อุตสาหกรรมการผลิต และส่งออกอุปกรณ์กีฬามวยไทย โดยเฉพาะนวม กางเกง และชุดฝึกมวยไทย ซึ่งมีมูลค่าการส่งออกสูงมาก ข้อมูลจาก World Bank WITS ระบุว่าไทย ส่งออกถุงมือชนิดเล่นกีฬา ที่มีมูลค่าราวกว่า 64.9 ล้านดอลลาร์สหรัฐต่อปี
ขณะที่การตลาดดิจิทัลเข้ามาเสริมสร้างมูลค่าเพิ่มเติม มวยไทยในวันนี้ก็มีการปรับตัวโดยอาศัยการถ่ายทอดสดที่มีคุณภาพสูง ทั้งยังมีการจัดอีเวนต์ที่เชื่อมโยงกับการท่องเที่ยว ซึ่งส่งผลทำให้สามารถขยายฐานแฟนทั่วโลกได้อย่างต่อเนื่องอย่างมีนัยยะสำคัญ
เมื่อพิจารณาในเชิงมหภาค อุตสาหกรรมกีฬาของประเทศไทยมีมูลค่ารวมแตะประมาณราวๆ 2 แสนล้านบาทในปี 2568 ที่ผ่านมา โดยมวยไทยเป็นหนึ่งในชนิดกีฬาหลักที่สร้างกิจกรรมทางเศรษฐกิจ ทั้งจากการแข่งขัน ยิมค่ายฝึก สินค้า และการท่องเที่ยวเชิงกีฬา ซึ่งสะท้อนผ่านตัวเลขนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เข้ามาชมการแข่งขันและฝึกมวยในไทย อีกทั้งยังมีการจัดอีเวนต์ระดับโลกอย่างต่อเนื่อง เช่น ONE Championship สร้างแรงกระตุ้นเชิงบวกในทางเศรษฐกิจกว่า 470 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และการดึงดูดผู้ชมต่างชาติกว่า 150,000 คน
การสร้างมูลค่าเศรษฐกิจในชุมชนอย่างเป็นรูปธรรม ปัจจัยความสำเร็จของ “Muay Thai tourism” คือ การแข่งขันเชิงคุณภาพ มาตรฐานครูมวย ยิม และการออกแบบผลิตภัณฑ์ท่องเที่ยวแบบมีส่วนร่วม สิ่งเหล่านี้จะสร้างความพึงพอใจ และการบอกต่อของนักท่องเที่ยวต่างชาติ
มวยไทยยุคปัจจุบันต่างจากอดีตที่ผ่านมา นักมวย ค่ายมวย ผู้ประกอบธุรกิจมวยไทยสามารถยืนอยู่ได้อย่างยั่งยืน สิ่งสำคัญหลังจากนี้ไปภาครัฐที่คุมนโยบายต้องมีวิสัยทัศน์ที่ดีต่อ “กีฬามวยไทย” เพื่อช่วยกันนำ “มวยไทย” ไปปักหมุดบนแผนที่โลก
ทั้งหมดทั้งหลายทั้งปวง ทุกองคาพยพของคนมวยไทยต้องการเห็น “มวยไทย” ไปบรรจุแข่งขันในกีฬาโอลิมปิกเกมส์ และก้าวไปสู่การเป็นอุตสาหกรรมกีฬาที่มั่นคง
จับตาดูการพัฒนากีฬามวยไทย ในปี 2569 นับจากนี้เป็นต้นไป…
