‘แม็กกี้ ศุทธสิทธิ์’ จาก ‘คลิปหาเสียงแนวตั้ง’ ถึงแนวคิดการเมืองใน ‘วันพีซ’
ยิ้มเยาะเล่นหวัว เต้นยั่วเหมือนฝัน | คนมองหนัง
ในการเลือกตั้งสมัยที่แล้ว “แม็กกี้-ศุทธสิทธิ์ พจน์ฐศักดิ์” ก้าวเข้ามาเป็น ส.ส.โคราช เขต 3 พรรคก้าวไกล ได้แบบเหนือความคาดหมาย
สำหรับการเลือกตั้งคราวนี้ เขากำลังลงป้องกันแชมป์ที่เขตเดิม ในฐานะผู้สมัครจากพรรคประชาชน
อย่างไรก็ดี ความโดดเด่นของผู้สมัคร ส.ส.นครราชสีมาคนนี้ กลับอยู่ที่การสร้างสรรค์ “วิธีการแปลกใหม่” ในการหาเสียง นั่นคือการผลิต “คลิปหาเสียงแนวตั้ง” (ในลักษณะที่คนไทยนิยมเรียกว่า “คลิปละครคุณธรรม”) เพื่ออธิบายนโยบายสำคัญๆ ของพรรคต้นสังกัด ให้ผู้คนในสังคมวงกว้างสามารถทำความเข้าใจได้ง่ายขึ้น
ล่าสุด “แม็กกี้ ศุทธสิทธิ์” เพิ่งให้สัมภาษณ์กับรายการ The Politics ช่องยูทูบมติชนทีวี ถึงแนวคิดในการทำคลิปหาเสียงรูปแบบดังกล่าว ตลอดจนแนวคิดในการทำงานการเมืองของเขา
ส.ส.นครราชสีมาสมัยที่แล้ว แนะนำตัวว่า “พ่อผมเป็น ตชด. ผมไปโตที่จังหวัดสุรินทร์ ไปเรียนอนุบาล-ประถมที่สุรินทร์ กลับมาเรียนมัธยมที่โคราช แล้วไปจบมัธยมปลายที่สุรินทร์ อยู่ที่อำเภอสังขะ ผมไปเล่นที่กาบเชิง-ช่องจอมอยู่บ่อยๆ ตอนนั้น พ่อไปประจำการอยู่ที่นู่น
“ผมเข้าใจตำรวจ-ทหารที่ประจำการอยู่ชายแดนและเสียชีวิต ผมไปเผาศพเพื่อนๆ พี่ๆ น้องๆ ตชด.ของคุณพ่อแทบทุกเดือนในช่วงที่ผมยังเด็ก เพราะมีการปะทะกันอยู่เสมอ บางคนขาขาด แขนขาดกลับมา ผมเข้าใจเลยว่าชีวิตของทหารและตำรวจตระเวนชายแดนที่อยู่ชายแดน สวัสดิการ คุณภาพชีวิต เครื่องมือเขาแย่แค่ไหน”
จากลูกตำรวจตระเวนชายแดน เด็กหนุ่มผู้เติบโตในภาคอีสาน ก็เข้ามาศึกษาต่อระดับปริญญาตรีที่กรุงเทพฯ
“ผมจบนิเทศศาสตร์ เอกการแสดงและกำกับการแสดง ม.กรุงเทพ พอเรียนจบ ผมก็ถูกบรรจุให้เป็นอาจารย์ที่ ม.กรุงเทพเลย แต่ว่าผมอยู่ได้ไม่นาน ไม่ใช่ทาง ก็เลยลาออกมาทำงานในวงการบันเทิง แล้วพอมาสมัคร ส.ส. ผมก็เรียนปริญญาโทต่อด้านรัฐประศาสนศาสตร์ (นิด้า) เพื่อเอาองค์ความรู้ที่เรียน ป.โท มาใช้ในการทำงาน ส.ส.”

คําถามสำคัญก็คือ ทำไมอดีตคนบันเทิงที่ผันตัวมาเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรรายนี้ จึงเลือกหาเสียงด้วย “คลิปแนวตั้ง” ในการเลือกตั้งปี 2569?
“ก่อนหน้านี้ ผมเคยทำช่องติ๊กต็อกเป็นแนวพูดคุยกับตัวเอง มาก่อนที่จะเป็น ส.ส.
“ในอดีต ผมเคยเป็นผู้กำกับซีรีส์ทางช่อง 8 และอีกหลายๆ ช่อง แล้วก็ (ทำ) ซิตคอมเรื่อง ‘แม่จ๋าอย่าหักโหม’ ช่องเวิร์คพอยท์ ผมเองก็เป็นคนเขียนบทเรื่อง ‘เซน…สื่อรักสื่อวิญญาณ’ และเขียนอีกหลายๆ เรื่อง ตัวเองก็เป็นนักแสดงด้วย เป็นผู้กำกับฯ ด้วย
“พอเอาความสามารถที่เรามีมาบวกกัน มันก็เลยกลายเป็นว่าทั้งหมดเราทำจบได้ในตัวคนเดียว ตอนนั้น เราเลยเป็นติ๊กต็อกเกอร์ที่กำกับเอง เล่นเอง เขียนบทเอง มาตลอด จนมีคนติดตามประมาณ 6 แสนคน
“พอมาเป็น ส.ส. พี่ๆ ในพรรค ก็เลยบอกว่า เฮ้ย แม็กกี้ลองใช้วิธีที่เราเคยทำติ๊กต็อก มาเล่าเรื่องเกี่ยวกับ พ.ร.บ.ต่างๆ หรือกฎหมายสิ แต่ผมก็ยังหาจังหวะทำไม่ได้สักที
“ทีนี้พอยุบสภา เข้าสู่ฤดูกาลเลือกตั้ง แล้วพรรคเองก็มีนโยบายเยอะมาก ผมเองเป็นคนที่ขี้เกียจอ่านนโยบาย ผมเลยรู้สึกว่าขนาดเราเป็นตัวผู้สมัครยังขี้เกียจอ่านนโยบาย แล้วคิดแทนพ่อๆ แม่ๆ (ประชาชนผู้มีสิทธิ์เลือกตั้ง) เขาจะอ่านเหรอ? เราจะทำยังไงดี? ที่จะทำให้เขาสนใจนโยบายของพรรคเรา
“เลยใช้เทคนิค (การทำคลิปแนวตั้ง) ที่เล่าเรื่องผ่านการพูดคุยกับตัวเอง เอามาย่อยนโยบายแล้วมาทำเป็นเรื่องเล่าให้ทุกคนเข้าใจง่ายๆ เป็นตัวจุดประกายเพื่อทำให้คนสนใจ พอดูคลิปเสร็จปุ๊บ เฮ้ย นโยบายนี้น่าสนใจนะ เข้าไปอ่านต่อดีกว่า”

สําหรับแม็กกี้ “คลิปหาเสียงแนวตั้ง” ถือเป็นเครื่องมืออันทรงประสิทธิภาพ ที่ช่วยย่นย่อระยะเวลาทำงานของเขา
“การทำละครแนวตั้งเป็นการสื่อสารนโยบายที่มัน ‘เวิร์ก สมาร์ต’ สำหรับผม ถ้าคนในพื้นที่ได้เห็นคลิป และได้เข้าใจนโยบายที่ผมสื่อสารออกไป วันที่ผมเดินไปบอกเบอร์กับเขา ผมแทบจะไม่ต้องขายนโยบายเลย เขาบอกว่า มาแล้ว เฮ้ย ดูนโยบายโน่น นั่น นี่ เสร็จแล้ว เบอร์ห้าจำได้ เอาใบปลิว แผ่นพับมา เป็นกำลังใจให้นะลูก
“ผมใช้เวลาน้อยมากในการที่จะต้องพูดคุยกับพ่อแม่แต่ละบ้าน มันทำให้ผมประหยัดเวลาในการไปให้ครบทุกบ้านได้เร็วขึ้น”
อย่างไรก็ตาม แม้หลายคนอาจเข้าใจว่าคลิปแนวนี้ได้รับแรงบันดาลใจมาจากสื่อบันเทิงของจีน แต่ ผู้สมัคร ส.ส.โคราช เขต 3 กลับกล่าวถึงแรงบันดาลใจสำคัญอีกรูปแบบหนึ่ง
“ปกติ ดูซีรีส์แนวตั้งพอสมควร ของจีนก็ดู แต่ไอ้ละครแนวตั้งสไตล์ผม มันเป็นละครแนวตั้งที่สั่งสมมาจากประสบการณ์ในวัยเด็ก ที่เราเติบโตมากับพระราม 9 คาเฟ่ ตลกคาเฟ่ แล้วก็การ์ตูนขายหัวเราะ การ์ตูนสามช่อง อะไรแบบนี้ และพวกนิทานมุขตลกๆ ทางวิทยุ เราก็เสพสิ่งเหล่านั้นมา
“ตอนจบปริญญาตรี ผมทำวิทยานิพนธ์เป็นละครคอเมดี้ (ตลก) เรื่องหนึ่ง ผมก็เลยมีความรู้ความเข้าใจในด้านนี้พอสมควร ก็เลยเอามาปรับใช้จนกลายเป็นสไตล์ของตัวเอง”
เมื่อขอให้เล่าถึง “คลิปหาเสียงแนวตั้ง” ที่มี “ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ” อดีตหัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ และผู้ช่วยหาเสียงของพรรคประชาชน มาร่วมแจมด้วย อดีตคนบันเทิงที่เข้ามาทำงานการเมืองก็เผยถึงเบื้องหลังที่เรียบง่ายเกินคาดคิด
“ใช้เวลาถ่ายทำ 20 นาทีครับ คือการเป็นนักแสดงจริงๆ แล้วมันจะมีเทคนิคหลายอย่าง เช่น ที่เรียกว่า ‘เมธอด’ คือการเป็นตัวละครตัวนั้นจริงๆ เข้าใจบท ซึมลึกเข้าไป เป็นสายลึกเหมือนที่พวกฮอลลีวูดเขาทำกัน
“แต่มันจะมีอีกเทคนิคหนึ่ง คือเอาความเป็นตัวเองของคน (นักแสดง) คนนั้นมาถ่ายเลย แล้วให้ใช้ (การแสดง) แบบงับทีละคำเลย ผมใช้เทคนิคนี้กับพี่เอก บอกพี่เอกพูดตามผม ทีละคำเลยนะ ประโยคนี้พี่พูดตามผมนะ โอเค แล้วประโยคต่อไปพี่พูดอย่างนี้ ประโยคนี้พี่ ‘อือ’ แล้วก็ไปใช้เวทมนตร์ในห้องตัดต่อเอา ใช้วิธีการตัดต่อช่วย
“แต่ก่อนที่พี่เอกจะมา ผมถ่ายในฝั่งของผมก่อน คือผมแยก (ตัวละคร) ฝั่งซ้ายฝั่งขวา ผมก็ถ่ายฝั่งผมรอไว้ก่อน ถ่ายจนเสร็จแล้ว ผมก็ตัดต่อรอพี่เอก พี่เอกมา ผมก็ถ่ายฝั่งพี่เอก ถ่ายเสร็จ ผมก็เอาตัดๆๆๆ แล้วก็ลงตอนเย็นวันนั้นเลย”
อีกหนึ่งแรงบันดาลใจสำคัญในการทำงานการเมืองของ “แม็กกี้-ศุทธสิทธิ์ พจน์ฐศักดิ์” ก็คือการ์ตูนญี่ปุ่นเรื่อง “วันพีซ”
“แง่คิดในการทำการเมืองอย่างหนึ่งของผมคือ ผมอยากใช้พลังหนึ่งที่ ‘ลูฟี่’ ใน (การ์ตูน) ‘วันพีซ’ ใช้ ก็คือพลังที่แฝงอยู่ ที่เราสัมผัสได้ คือ ‘พลังในการดึงคนอื่นมาเป็นพวก’
“นั่นหมายถึงว่า คนที่เขาเห็นต่างจากเรา ถ้าเราสามารถพูดคุยกับเขา จนเขาเข้าใจในสิ่งที่เราคิดและเรากำลังจะทำ ถ้าเราดึงให้เขามาเป็นพวกได้ มันจะกลายเป็นพลังที่แข็งแกร่ง
“ผมว่าจริงๆ แล้ว ชื่อการ์ตูนเรื่อง ‘วันพีซ’ มันคือการที่ตัว ‘ลูฟี่’ หรือผมเอง อยากจะดึงคนอื่นที่มีความคิดที่ต่างจากเรา ให้มาเห็นเหมือนเราให้ได้มากที่สุด แล้วสุดท้าย มันจะกลายเป็น ‘ชิ้นเดียวกัน’ คือ ‘วันพีซ'”
