bg-single

‘อาเซียนพาราเกมส์’ บทพิสูจน์ไทย ทวงคืนเจ้าทอง-จัดมาตรฐานเยี่ยม

31.01.2026

เขย่าสนาม | เมอร์คิวรี่

[email protected]

ประกาศศักดาทวงเจ้าอาเซียนคืนมาได้สำเร็จสำหรับ ทัพนักกีฬาพาราทีมชาติไทย หลังสร้างผลงานครองเจ้าเหรียญทองสมัยที่ 7 ในรอบ 10 ปี จากการแข่งขันมหกรรมกีฬาอาเซียนพาราเกมส์ ครั้งที่ 13 ที่ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพที่ จ.นครราชสีมา เมื่อระหว่างวันที่ 20-26 มกราคม 2569 ที่ผ่านมา

ทัพนักกีฬาพาราทีมชาติไทยกวาดเหรียญรางวัลมาได้ทั้งหมด 175 เหรียญทอง 155 เหรียญเงิน 156 เหรียญทองแดง ทิ้งห่างอันดับ 2 อินโดนีเซีย อดีตเจ้าเหรียญทอง 4 สมัย และแชมป์เก่า 3 สมัยหลังสุด ซึ่งครั้งนี้พวกเขาคว้ามาได้ 135 เหรียญทอง 143 เหรียญเงิน 114 เหรียญทองแดง ส่วนอันดับ 3 มาเลเซีย 64 เหรียญทอง 64 เหรียญเงิน 73 เหรียญทองแดง

แม้ว่ายอดเหรียญทองของทัพพาราไทยจะต่ำกว่าเป้าหมายตอนแรกที่ตั้งไว้สูงถึง 231 เหรียญทอง แต่ผลงานโดยรวมก็ถือว่าทำได้ยอดเยี่ยม และกลับมาคว้าเจ้าเหรียญทองได้อีกครั้ง เป็นสมัยที่ 7 ซึ่งยังมากกว่าทุกชาติ

ส่วนสาเหตุที่ทัพนักกีฬาพาราไทยทำผลงานได้ไม่ตามเป้า เนื่องจากสถานการณ์บางอย่างที่ควบคุมไม่ได้

อย่างเช่น บางอีเวนต์ถูกตัดออกไป และบางชนิดกีฬาพลาดเป้า ทำให้ทัพไทยคว้ามาได้ 175 เหรียญทอง

อย่างไรก็ตาม กีฬาด้านสถิติอย่าง กรีฑา และว่ายน้ำ มีแนวโน้มที่ดีอย่างชัดเจนจากการที่นักกีฬาไทยสามารถทำลายสถิติรวมกันได้ถึง 47 รายการ เป็นไปตามเป้าหมายที่การกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) คาดหวังไว้ แม้บางชนิดกีฬาจะพลาดไปบ้าง

แต่ก็ต้องยอมรับว่า ชาติคู่แข่งอย่าง อินโดนีเซีย, มาเลเซีย รวมถึงฟิลิปปินส์ พัฒนาขึ้นมาแข็งแกร่งเหมือนกัน

จากการประเมินศักยภาพของทัพนักกีฬาพาราไทยในอาเซียนพาราเกมส์ครั้งนี้ ในทุกกีฬาก็สามารถตั้งความหวังต่อยอดไปสู่เอเชี่ยนพาราเกมส์ และพาราลิมปิกเกมส์ต่อไปได้ในอนาคต โดยเฉพาะอย่างยิ่งนักกีฬาพาราไทยชุดนี้เป็นชุดผสมระหว่างรุ่นเก่าและรุ่นใหม่ครึ่งต่อครึ่ง ทำให้ได้เห็นคลื่นลูกใหม่ที่พร้อมก้าวขึ้นมารับช่วงต่อจากคลื่นลูกเก่าที่รับใช้ชาติมาอย่างยาวนาน ดังนั้น ถือเป็นสัญญาณที่ดีของทัพไทยในรายการระดับนานาชาติที่ใหญ่มากขึ้น

สำหรับมหกรรมกีฬาอาเซียนพาราเกมส์ครั้งนี้ นับว่าประสบความสำเร็จตามเป้าหมายที่วางไว้ โดยเป้าหมายหลักคือการนำทัพไทยกลับมาครองเจ้าเหรียญทองอีกครั้ง หลังจากอินโดนีเซียครองเจ้าทองติดต่อกันถึง 3 ครั้งหลังสุด ซึ่งทัพไทยก็สามารถทำผลงานได้ยอดเยี่ยม ทั้งในด้านจำนวนเหรียญ และมาตรฐานการแข่งขัน ส่งผลให้ไทยสามารถกลับมาครองความเป็นเจ้าเหรียญทองได้อีกครั้ง

นอกจากนี้ อาเซียนพาราเกมส์ยังถือเป็นเวทีสำคัญที่ทำให้เห็นพัฒนาการของนักกีฬาคนพิการรุ่นใหม่ของไทยอย่างชัดเจน

โดยมีนักกีฬาดาวรุ่งหลายรายแจ้งเกิดจากการแข่งขันครั้งนี้ สามารถทำผลงานได้เกินความคาดหมาย รวมถึงมีการทำลายสถิติการแข่งขันหลายชนิดกีฬา

สะท้อนให้เห็นถึงศักยภาพและความพร้อมของนักกีฬารุ่นใหม่ที่จะก้าวขึ้นมาเป็นกำลังหลักสำคัญของทีมชาติไทยในอนาคต

ดร.ก้องศักด ยอดมณี ผู้ว่าการ กกท. ระบุว่า จากผลงานของทัพไทยถือเป็นเครื่องยืนยันได้ว่า การพัฒนานักกีฬาคนพิการของประเทศไทย ทั้งด้านระบบการฝึกซ้อม, ด้านวิทยาศาสตร์การกีฬา และการสร้างนักกีฬาทดแทนอย่างต่อเนื่อง จะทำให้นักกีฬาที่ทำผลงานโดดเด่นจากอาเซียนพาราเกมส์ เข้ามาเป็นกำลังสำคัญในการเตรียมทีมเข้าร่วมการแข่งขันเอเชี่ยนพาราเกมส์ ที่เมืองนาโกยา ประเทศญี่ปุ่น รวมถึงการแข่งขันพาราลิมปิกเกมส์ ที่นครลอสแอนเจลิส สหรัฐอเมริกา ในปี 2028

ความสำเร็จครั้งนี้ไม่ใช่เพียงเรื่องของเหรียญรางวัลเท่านั้น แต่เป็นการวางรากฐานที่แข็งแกร่งให้กับกีฬาคนพิการของไทยในระยะยาวอีกด้วย…

ขณะเดียวกันในแง่ของมาตรฐานการจัดการแข่งขันของประเทศไทยก็สามารถจัดออกมาได้ยอดเยี่ยม โดยเฉพาะอย่างยิ่งการเป็นเจ้าภาพของ จ.นครราชสีมา ที่ผ่านประสบการณ์จัดมหกรรมกีฬาคนพิการระดับโลกมาแล้วมากมาย ประกอบกับกระแสความตื่นตัวของชาวโคราชก็คึกคัก และเข้าร่วมส่งกำลังใจเชียร์ทัพนักกีฬาพาราไทยแน่นสนามแข่งขัน จนมีส่วนสำคัญที่ทำให้ทัพไทยประสบความสำเร็จ

อาเซียนพาราเกมส์ ครั้งที่ 13 คืออีกหนึ่งบทพิสูจน์ความพร้อมของประเทศไทย ทั้งในฐานะเจ้าภาพ และในฐานะชาติผู้นำด้านกีฬาคนพิการในภูมิภาคอาเซียน

จากการจัดการแข่งขันครั้งนี้ได้รับเสียงชื่นชมในหลายมิติ ตั้งแต่พิธีเปิด-ปิดที่สร้างความประทับใจ บรรยากาศการแข่งขันคึกคัก มาตรฐานการจัดการตามหลักสากล ไปจนถึงการดูแลอำนวยความสะดวกสำหรับนักกีฬาคนพิการอย่างรอบด้าน พร้อมแรงสนับสนุนจากชาวจังหวัดนครราชสีมาที่เข้ามามีส่วนร่วมอย่างต่อเนื่อง

ด้าน สหพันธ์กีฬาคนพิการแห่งอาเซียน ได้ชื่นชมประเทศไทยในการเป็นเจ้าภาพมหกรรมกีฬาอาเซียนพาราเกมส์ที่ทำออกมาได้ยอดเยี่ยม และนับเป็นก้าวสำคัญของครอบครัวกีฬาพาราอาเซียน และเป็นอีกหนึ่งหมุดหมายที่สะท้อนถึงความเข้มแข็งของวงการกีฬาพาราในภูมิภาคอาเซียน

การกลับมารับหน้าที่เจ้าภาพของประเทศไทยในรอบ 18 ปี ไม่เพียงประสบความสำเร็จอย่างยิ่งใหญ่เท่านั้น แต่ยังตอกย้ำศักยภาพและความพร้อมในการจัดการแข่งขันระดับนานาชาติ ภายใต้มาตรฐานที่ได้รับการยอมรับระดับสากล

พล.ต.โอสถ ภาวิไล ประธานสหพันธ์กีฬาคนพิการแห่งอาเซียน ยืนยันว่า การมีส่วนร่วมจากนักกีฬาทั่วภูมิภาคอาเซียนครั้งนี้ ได้พิสูจน์ให้เห็นถึงการเติบโตของกีฬาพารา ทั้งด้านผลงานนักกีฬา มาตรฐานการแข่งขัน และการบริหารจัดการที่ยึดนักกีฬาเป็นศูนย์กลาง ถือเป็นมหกรรมกีฬาที่มีความพร้อมทุกมิติและมาตรฐานที่ได้รับการยกระดับอย่างชัดเจน ทั้งการบริหารจัดการเป็นไปอย่างปลอดภัย มีระบบระเบียบ และความร่วมมืออย่างเข้มแข็งของทุกภาคส่วน ขอบคุณรัฐบาลไทยที่ทำให้การแข่งขันครั้งนี้ประสบความสำเร็จ

การแข่งขันไม่เพียงสะท้อนถึงความพร้อมและประสิทธิภาพในการบริหารจัดการเท่านั้น แต่ยังเป็นเวทีสำคัญในการพัฒนาศักยภาพบุคลากรกีฬาพาราในภูมิภาค ผ่านการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และแนวปฏิบัติที่ดี ส่งผลให้ภาพรวมของอาเซียนพาราเกมส์ ครั้งที่ 13 จึงไม่ใช่เพียงความสำเร็จด้านเหรียญรางวัล แต่คือความสำเร็จร่วมกันของนักกีฬา ทีมงาน ผู้จัดการแข่งขัน อาสาสมัคร และแฟนกีฬาชาวไทยที่ร่วมกันสร้างมหกรรมกีฬาครั้งนี้ให้เป็นอีกหนึ่งความทรงจำสำคัญของอาเซียนพาราเกมส์

ถือเป็นมหกรรมกีฬาอาเซียนพาราเกมส์ครั้งสำคัญของประเทศไทย ที่ได้พิสูจน์ศักยภาพทั้งของนักกีฬาไทย และทั้งในฐานะการเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันออกมายอดเยี่ยมได้สมกับการเป็นเจ้าอาเซียนอย่างแท้จริง



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

รัฐประหาร 2520 ! | สุรชาติ บำรุงสุข
ศุภชัย เบรกกระแสฮั้วสว. ปม‘สำนวนคณะ 26’ ชี้ต้นทางยังพิสูจน์ไม่ได้ เตือนอย่าเพิ่งเชื่อเพียงเพราะเขาพูดกันมา
“ประชาธิปัตย์” ต้อนรับ “ปุ๊น ตรีรัตน์” ร่วมพรรค มอบบทบาทเสริมทัพนโยบายพลังงาน-เศรษฐกิจ ชูเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาดเพื่อประชาชน
‘โครงการหิ่งห้อย’ โดย CKPower ส่งต่อความเชี่ยวชาญ สู่พลังขับเคลื่อนความยั่งยืน
ผู้คิดค้น Bluetooth ให้เราฟังเพลงเพราะๆ
จากฮอร์มุซสู่มะละกา : ข้อคิดเรื่องความเสี่ยงทางภูมิเศรษฐศาสตร์
กลไกอุดมการณ์หนังไทย ก่อนลั่นไกฆ่านกพิราบ 6 ตุลา 19
นโยบาย ‘กระเตง’ พม่า! ความท้าทาย ในนโยบายต่างประเทศไทย
33 ปี ชีวิตสีกากี พล.ต.ต.ปวีณ พงศ์สิรินทร์ (191)
520 วัน บันทึกของคำจากลา ในโลกหลังกำแพง (19)
จากนาราถึงรมณีนาถ : การเล่าประวัติศาสตร์ยุคสมัยใหม่ผ่านคุก (2)
E-DUANG | รากฐาน แห่ง วิกฤตศรัทธา อันเนื่อง แต่ กรณี”โกงส.ว.”