bg-single

ช่อมาลา การนำเสนอความรู้สึกนึกคิด วิตกกังวล หมกมุ่นในชีวิต ตลอดเส้นทางการทำงานศิลปะ ของ อารยา ราษฎร์จำเริญสุข

10.02.2026

อะไร(แม่ง)ก็เป็นศิลปะ | ภาณุ บุญพิพัฒนาพงศ์

ในตอนที่ผ่านมาในปี 2025 ที่เราเล่าเรื่องราวเกี่ยวกับช่วงเวลาอันโดดเด่นน่าจับตาที่สุดของศิลปินร่วมสมัยชาวไทยผู้มีชื่อว่า อารยา ราษฎร์จำเริญสุข ศิลปิน นักเขียน อาจารย์ และหนึ่งในผู้ปฏิบัติงานสร้างสรรค์ศิลปะร่วมสมัยคนสำคัญของไทยที่ได้รับการยอมรับนับถือมากที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และยังได้รับการยอมรับในวงการศิลปะระดับโลกในหลายทศวรรษที่ผ่านมา

ด้วยการทำงานศิลปะในหลากสื่อหลายประเภท ทั้งงานจิตรกรรม ประติมากรรม ภาพพิมพ์ วิดีโอ ศิลปะแสดงสด ศิลปะจัดวาง ผลงานของเธอมักเกี่ยวข้องกับความสัมพันธ์ระหว่างชีวิตกับความตาย อารยายังมีบทบทความสำคัญในการพัฒนาการศึกษาศิลปะในไทย โดยเป็นผู้ก่อตั้งหลักสูตรสหศาสตร์ศิลป์แห่งแรกของประเทศไทย ที่คณะวิจิตรศิลป์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่

อย่างที่เราเล่าให้อ่านไปว่า ความโดดเด่นน่าจับตาของศิลปินอย่างอารยาในช่วงเวลานี้ก็คือ นอกจากเธอจะเป็นหนึ่งในศิลปินผู้ร่วมแสดงผลงานในมหกรรมศิลปะร่วมสมัยนานาชาติ ไทยแลนด์เบียนนาเล่ ภูเก็ต 2025 ที่กำลังจัดแสดงอยู่จนถึงปลายเดือนเมษายนนี้แล้ว ในช่วงเวลานี้ อารยายังมีการจัดแสดงนิทรรศการศิลปะอันโดดเด่นอีกหลายนิทรรศการ ไม่ว่าจะเป็นนิทรรศการที่เรากล่าวถึงไปในตอนที่แล้วอย่าง กรรมเก่าเดิม (ภาคแรก) ที่มูลนิธิ 100 ต้นสน

ยังมีนิทรรศการศิลปะที่โดดเด่นที่สุดอีกนิทรรศการของอารยาที่เราเพิ่งมีโอกาสได้ไปชมมาอย่างช่อมาลา ที่จัดแสดงที่พิพิธภัณฑ์ศิลปะร่วมสมัยใหม่เอี่ยม จังหวัดเชียงใหม่ นิทรรศการแสดงเดี่ยวขนาดใหญ่ครั้งแรกในรอบหลายปีของอารยาที่นำเสนอผลงานตลอดระยะเวลากว่า 45 ปี ในฐานะศิลปิน รวมถึงผลงานชุดใหม่ที่สร้างสรรค์ขึ้นเป็นพิเศษสำหรับครั้งนี้ นิทรรศการชวนสำรวจเส้นทางชีวิตและแนวทางการทำงานของศิลปิน ตลอดจนความหลงใหลส่วนตัวอันลึกซึ้งต่อประเด็นที่ว่าด้วยความปรารถนาและความตาย ความแตกต่าง และความอยากรู้อยากเห็น ถ่ายทอดผ่านสื่ออันหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นงานจิตรกรรม ประติมากรรม ภาพพิมพ์ ภาพถ่าย ศิลปะจัดวาง และภาพเคลื่อนไหว

นอกจากผลงานศิลปะทั้งหลายเหล่านี้แล้ว นิทรรศการครั้งนี้ยังนำเสนอบทบาทอันสำคัญอย่างยิ่งของอารยา ในฐานะผู้อุปถัมภ์เหล่าบรรดาหมาจรจัด โดยใช้พื้นที่บ้านและสตูดิโอของเธอในจังหวัดเชียงใหม่เป็นแหล่งพักพิงหมาจรจัดนับสิบตัว โดยเธอตั้งชื่อสถานที่แห่งนี้ว่า “บ้านวังหมา” พื้นที่ที่สร้างปฏิสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์กับบรรดาหมาเหล่านี้อย่างแน่นแฟ้น

บ้านวังหมาที่ว่านี้ ยังปรากฏในรูปแบบของผลงานศิลปะจัดวางในรูปของบ้านไม้ขนาดใหญ่มหึมาที่ปรากฏขึ้นมาปะทะสายตาของเราอย่างน่าตื่นตะลึงเมื่อเราย่างเท้าเข้าไปภายในพิพิธภัณฑ์ บ้านไม้หลังนี้ดูคล้ายกับกระท่อมในนิทาน หากแต่มีขนาดใหญ่โตโอฬารราวกับเป็นปราสาทราชวัง เรียกได้ว่าหลังคาบ้านสูงจนเกือบชนเพดานและตัวบ้านมีพื้นที่คับแน่นหอแสดงงานที่ใหญ่ที่สุดของพิพิธภัณฑ์เลยทีเดียว นอกจากโครงสร้างของบ้านจะมีลักษณะบิดเบี้ยวแปลกประหลาดพิลึกพิลั่นคล้ายกับบ้านในภาพยนตร์เยอรมันเอ็กซ์เพรสชั่นนิสม์ (German Expressionism) แล้ว บนผนังของบ้านยังประดับดัวยภาพวาดของเหล่าบรรดาหมา หมาที่อารยาเลี้ยงเอาไว้ใน “บ้านวังหมา” จริงๆ ของเธออย่างเจ้างับ, ละไม, เขินอาย, ฟุ้งฉุย, เนื้อนวล, กะหร่อง, ดารา, มะลิ, ขาว, แอร่ม, หนวด, แหลม, ทาทา, สีดา, พิมพิลาไลย, ขุนช้าง และชาวเล อย่างโดดเด่นจับตา

เมื่อเดินเข้าไปภายในบ้านใหญ่หลังนี้ เราพบกับผลงานภาพเคลื่อนไหววิดีโอในกรอบสีทองที่มีชื่อว่า สวดเผื่อร่างตายหญิง (2025) ที่นำเสนอภาพของร่างกายมนุษย์ไร้ชีวิตใต้ผ้าคลุม ที่ดูไปก็คล้ายกับทิวทัศน์ของผืนแผ่นดินอันเวิ้งว้างอยู่ไม่หยอกเหมือนกัน บนพื้นมุมห้องภายในบ้าน ยังมีประติมากรรมรูปหมาน้อยอย่าง ลมหวานเด๋อ : ทาทา (2025) ที่จำลองภาพของ ทาทา เจ้าหมาน้อยวัยชราของอารยา นอนหงายท้องโชว์พุงน่ารักน่าชังอยู่ด้วย

หลังจากชมผลงานศิลปะจัดวางชิ้นใหญ่โตอลังการที่สุดในนิทรรศการเสร็จแล้ว เราก็ลัดเลาะไปชมผลงานอื่นๆ ทั้งเก่าและใหม่ของอารยาที่จัดแสดงอยู่ภายในพื้นที่แสดงงานต่างๆ ของพิพิธภัณฑ์กันต่อ อ้อ ถึงแม้นิทรรศการนี้จะเป็นการนำเสนอผลงานตลอดระยะเวลากว่า 45 ปี ในฐานะศิลปินของอารยา แต่นิทรรศการนี้ก็ไม่ได้จัดแสดงผลงานตามลำดับเวลา แต่เลือกหยิบชิ้นงานจากหลายช่วงเวลาตลอดระยะเวลากว่า 45 ปี รวมถึงผลงานใหม่มานำเสนอพร้อมกัน เพื่อกระตุ้นและเชิญชวนให้ผู้ชมสัมผัสถึงความรู้สึกนึกคิดและความวิตกกังวล หมกมุ่นในชีวิตตลอดเส้นทางการทำงานศิลปะของอารยาอย่างลึกซึ้ง ถ้าจะให้เล่าถึงผลงานทุกชิ้น พื้นที่คงไม่พอ เอาเป็นว่าเราจะเล่าถึงผลงานที่ประทับใจเราเป็นพิเศษก็แล้วกัน

เริ่มต้นจากผลงานชิ้นแรกที่เตะตาเราเมื่อเดินเข้าไปภายในห้องแสดงงานด้านข้างของพิพิธภัณฑ์อย่างนี่ไม่ใช่หมา (2015/2025) ประติมากรรมที่ดูคล้ายกับโต๊ะ แต่ดันมีขนฟูฟ่องเต็มหน้าโต๊ะ และขาโต๊ะที่คล้ายหางหมาห้อยค้ำยันกับพื้น การสร้างผลงานที่มีลักษณะคล้ายกับเฟอร์นิเจอร์มีขนฟูจนดูคล้ายหมาของอารยาชิ้นนี้ิ แสดงออกถึงความสัมพันธ์อันไร้ขอบเขตระหว่างมนุษย์กับสิ่งมีชีวิตชนิดอื่น โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เหล่าบรรดาหมาที่ใช้ชีวิตอยู่เคียงข้างศิลปินผู้นี้อย่างแน่นแฟ้น

เมื่อเดินไปยังห้องแสดงงานถัดไป เราพบกับพื้นที่ที่เต็มไปด้วยผลงานวิดีโอจัดวางจำนวนแปดจอ ที่ฉายบนพื้นที่ทั่วห้อง ทั้งผนัง พื้น และเพดาน ที่มีชื่อว่า ทิวทัศน์กรรมเก่าเดิม (2025) ผลงานชิ้นนี้เป็นหนึ่งในผลงานที่มีขนาดใหญ่และทะเยอทะยานที่สุดเท่าที่อารยาเคยสร้างขึ้น โดยประกอบขึ้นจากฟุตเทจผลงานวิดีโอหลายชิ้นที่เธอเคยสร้างสรรค์และสะสมมาตลอดสามทศวรรษ ภาพและเสียงเหล่านี้ถูกปรับเปลี่ยนและร้อยเรียงขึ้นใหม่ด้วยท่วงทำทองอันสอดสลับระหว่างความเป็นเหตุเป็นผลกับความโกลาหลวุ่นวาย ที่อารยานิยามว่าเป็นช่วงเริ่มต้นของการพัฒนาการทำงานในแนวทางแบบ “วิดีโอบอมส์” (Video Bombs) การนิยามแนวทางที่ว่านี้บ่งบอกถึงแรงกดดันที่อารยารู้สึกต่อผลงานในอดีตของตน ในขณะเดียวกันก็สะท้อนพลังสร้างสรรค์ที่ยังไม่ลดน้อยถอยลงของเธอ ในการกลับมารื้อค้นและจัดเรียงวิดีโอชุดเก่าเพื่อนำมาผลิตเป็นผลงานชิ้นใหม่ ราวกับเป็นการทบทวนประสบการณ์สร้างสรรค์ของตัวเอง เธอยังกล่าวถึงการทำงานในลักษณะนี้ของเธอว่า “ในการเปลี่ยนความหมายของทิวทัศน์เก่าแก่ คนเราจำเป็นต้องเผชิญหน้ากับกรรมเก่าเดิม”

เมื่อเป็นนิทรรศการที่นำเสนอผลงานตลอดระยะเวลากว่า 45 ปี ของอารยา ย่อมขาดไม่ได้ที่จะต้องมีผลงานศิลปะในช่วงเริ่มต้นการทำงานศิลปะของเธอ อย่างผลงานภาพพิมพ์จากยุคทศวรรษที่ 80 – 90 ที่ได้แรงบันดาลใจจากความทรงจำเกี่ยวกับความตายเมื่อครั้งวัยเยาว์และความรู้สึกนึกคิดอันผิดปกติของสตรีเพศ ด้วยองค์ประกอบภาพอันเวิ้งว้าง เปี่ยมอารมณ์ลึกลับ มืดมน มากมายหลายชิ้น

ตามมาด้วยผลงานวิดีโอจัดวางจอเดียวอย่าง แรงบันดาลใจจากคนละฟากฟ้า (2008) ที่นำเสนอความสัมพันธ์ระหว่างอารยากับหมาจรจัดที่เธอคอยดูแลอย่างเปี่ยมอารมณ์หดหู่ หากก็งดงามละเมียดละไมราวกับบทกวี ไม่ต่างอะไรกับภาพของสวนรอบบ้านของเธอที่เต็มไปด้วยต้นไม้ดอกไม้นานาพันธุ์อันงดงาม หากแต่ยังเป็นหลุมศพของเหล่าบรรดาหมาจรจัดที่เธอรักเช่นเดียวกัน

บนห้องแสดงงานชั้นสอง เราพบกับผลงานที่สั่นสะเทือนใจเราที่สุดในนิทรรศการนี้อย่างทานอาหารเย็นกับมะเร็ง (เกิดใหม่) (1993/2025) ศิลปะจัดวางที่ได้แรงบันดาลใจจากพ่อของเธอที่ป่วยด้วยโรคมะเร็งระยะสุดท้าย ด้วยการค่อยๆ เก็บรวบรวมสิ่งของของพ่อที่รักษาตัวอยู่ในห้องที่โรงพยาบาล มาทำเป็นงานศิลปะจัดวางที่สื่อถึงความเจ็บป่วยและการจากลา ถึงแม้ผลงานชิ้นนี้จะเป็นหนึ่งในผลงานที่สำคัญที่สุดชิ้นหนึ่งของอารยา แต่กลับไม่เคยถูกจัดแสดงมาเป็นเวลากว่า 30 ปี ก่อนที่จะถูกนำเสนออีกครั้งในครานี้ อารยายังเพิ่มผลงานวาดเส้นอธิบายฉากในบทตอนพิพากษา ที่นำมาจากนิยายภาพเล่มล่าสุดของเธอ ซึ่งเป็นดัง “ส่วนสั่งสมในความทรงจำของลูกสาวของพ่อผู้จากไป”

ต่อด้วยผลงานที่สร้างชื่อเสียงให้อารยาในระดับสากล ด้วยการสร้างความตื่นตะลึงและก่อให้เกิดคำถามในวงการศิลปะอย่างมากเกี่ยวกับขอบเขตในการทำงานศิลปะ อย่างการทำงานศิลปะแสดงสด (บันทึกวิดีโอ) กับศพของผู้ล่วงลับจริงๆ ด้วยการอ่านบทกวีให้เหล่าบรรดาศพฟัง หรือสอนหนังสือและทำสัมมนากับศพ ดังเช่นในผลงานชั้นเรียน, ชั้นเรียน ๒, ชั้นเรียน ๓ (2005) ที่เคยจัดแสดงเป็นครั้งแรกในเทศกาลศิลปะเวนิสเบียนนาเล่ ครั้งที่ 51 จนสร้างกระแสถกเถียงอย่างรุนแรง

นอกจากสร้างความตื่นตะลึงแก่วงการศิลปะด้วยการทำงานที่มีปฏิสัมพันธ์กับศพคนตายแล้ว อารยายังท้าทายค่านิยมและวัฒนธรรมที่กดทับผู้หญิงในสังคมไทย ในผลงานการท้องเก้าวันของรองศาสตราจารย์วัยกลางคนผู้เป็นโสด (2003) ที่เธอทำศิลปะแสดงสดด้วยการเย็บชุดใส่ให้ดูเหมือนคนท้อง แล้วไปสอนหนังสือในมหาวิทยาลัยเชียงใหม่เป็นเวลาเก้าวัน จนสร้างความฉงนสนเท่ห์และประหลาดใจให้กับเหล่าบรรดานักศึกษา อาจารย์ และคนทำงานแวดล้อมที่อยู่ในมหาวิทยาลัยเดียวกับเธอเป็นอย่างยิ่ง เรียกว่าหลังจากได้ยินเสียงลือเสียงเล่าอ้าง นี่เป็นครั้งแรกที่เราได้ชมผลงานชิ้นนี้ด้วยตาตัวเองจริงๆ

ต่อด้วยผลงานชิ้นสุดท้ายที่เราได้ชมอย่างห้องโสเภณี (1993) (ที่ถูกทำขึ้นใหม่ในปี 2025) ที่อารยาสะท้อนถึงชีวิตของเหล่าหญิงไทยที่ทำงานบริการทางเพศในเยอรมนีที่เธอได้มีโอกาสผูกมิตร ด้วยผลงานศิลปะที่อารยาใช้เลือดประจำเดือนของตนเองป้ายลงบนชามสลัดพลาสติกที่เธอซื้อจากห้างสรรพสินค้าในเยอรมนี ความน่าสนใจก็คือ เมื่อเธอนำผลงานชิ้นนี้กลับมาทำเพื่อจัดแสดงอีกครั้งในนิทรรศการครั้งนี้ เธอกล่าวอย่างแยบคายว่า “ประจำเดือนของเธอนั้นหมดไปนานแล้ว” น่ะนะ!

ห้องโสเภณี (1993)

ด้วยผลงานที่แฝงเร้นไว้ด้วยอารมณ์ขันและความเศร้าหมอง อารยาเชื้อเชิญให้เราย้อนกลับไปใคร่ครวญถึงคำถามทางปรัชญาอย่างศิลปะคืออะไร? ไปจนถึงความหมายของการเป็นมนุษย์ กระนั้นศิลปินก็ไม่ได้ให้คำตอบใดไปมากกว่าถ้อยความที่ว่า “ฉันไม่จำเป็นต้องบอกทุกสิ่งที่ฉันรู้สึก ใช่ไหม?” เรียกได้ว่าเป็นนิทรรศการที่มิตรรักแฟนศิลปะร่วมสมัยไม่ควรพลาดชมอย่างยิ่งจริงๆ อะไรจริง!

นิทรรศการช่อมาลา (The Bouquet and the Wreath) โดย อารยา ราษฎร์จำเริญสุข คัดสรรโดย กิตติมา จารีประสิทธิ์ และโรเจอร์ เนลสัน (Roger Nelson) จัดแสดงที่พิพิธภัณฑ์ศิลปะร่วมสมัยใหม่เอี่ยม จังหวัดเชียงใหม่ ตั้งแต่วันที่ 26 กรกฎาคม 2025 – 25 พฤษภาคม 2026 ยิ่งกว่าไปนั้น นิทรรศการนี้ยังมีบทที่สอง ที่เดินทางไปจัดแสดงที่จามีล อาร์ตส์ เซ็นเตอร์ (Jameel Arts Centre) เมืองดูไบ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ระหว่างวันที่ 5 พฤศจิกายน 2025 – 15 มีนาคม 2026 อีกด้วย

ขอบคุณภาพและข้อมูลจากพิพิธภัณฑ์ศิลปะร่วมสมัยใหม่เอี่ยม



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

หมาก = มะ (3)
ประวัติย่อ ‘อุณหพลศาสตร์’ (1) แนวคิดโบราณที่ถูกละทิ้ง
หากเธอให้อภัยได้ ทำไมคุณจะทำไม่ได้
เกมสงครามจุลินทรีย์ (2)
รักไม่ต้องเห็นหน้า แค่แตะก็รู้ว่าใช่
ฟุตบอลโลก กับเก้าอี้แฟนฟุตบอลร่างใหญ่ ไซซ์ XL
คุยกับทูต | แร็มโก ฟัน ไวน์คาร์เดิน จากกรุงเทพฯ สู่ฮานอย ทูตดัตช์อำลาไทย พร้อมความทรงจำและมิตรภาพตลอด 5 ปี
พิธีกรรมของประชาชนเพื่อทำมาหากิน
เจอกัน?
เสียงคลื่น ยูกิโอะ มิชิม่า (2)
‘ครัวสาว’ ‘การล้างแค้น’ และ ‘ความย้อนแย้ง’
ความผิดปกติ