คลุกวงใน | พิศณุ นิลกลัด
ในการแข่งขันกีฬารายการต่างๆ ทั้งตัวนักกีฬาและโค้ชต่างก็ค้นหากลยุทธ์และวิถีทางทุกอย่างที่จะทำให้ทีมก้าวขึ้นเป็นเบอร์หนึ่งในกีฬานั้นๆ
ไม่ว่าจะคิดค้นรูปแบบการเล่นที่เหนือกว่าคู่แข่ง เครื่องแต่งกายและรองเท้าที่มีเทคโนโลยีพิเศษ รวมไปถึงอาหารการกิน เพื่อช่วยกระตุ้นผลงานในสนามและโอกาสที่จะสร้างสถิติโลกขึ้นใหม่
แต่มีผู้เชี่ยวชาญหลายคนบอกว่า แท้จริงแล้วสิ่งสำคัญที่สุดในการกระตุ้นผลงานของนักกีฬาคือ การนอนหลับพักผ่อน
ในการแข่งขันกีฬารายการใหญ่ๆ เช่น โอลิมปิก การนอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอเป็นเรื่องที่นักกีฬาทำได้ยาก เพราะต้องเจอกับการเดินทางไกลข้ามทวีป ทำกิจกรรมในเวลาที่ต่างจากธรรมชาติของตัวเอง และความเครียดกังวลเกี่ยวกับการแข่งขัน
นอราห์ ซิมป์สัน (Norah Simpson) นักวิจัยจากมหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ด ศึกษาเรื่องบทบาทของการพักผ่อนที่มีต่อสมรรถภาพของนักกีฬา
บอกว่า ในแง่ของประชากร นักกีฬามักจะมีปัญหาเรื่องการนอนหลับทั้งในด้านปริมาณและคุณภาพ คือนอนหลับพักผ่อนไม่เพียงพอและหลับไม่สนิท
เมื่อนักกีฬามีอาการเหนื่อยล้าก็ไม่สามารถพิจารณาความตื่นตัวและความสามารถในการแข่งขันของตัวเองได้
การนอนหลับเป็นหนึ่งในวิธีง่ายที่สุดที่จะช่วยพัฒนาสมรรถภาพของนักกีฬาอาชีพ
นอราห์บอกว่า ยังมีนักกีฬาบางคนที่เชื่อว่า การสามารถอดทนได้เวลานอนหลับไม่เพียงพอจะทำให้พวกเขารู้สึกเจ๋งกว่าคนอื่น แต่นักกีฬาหลายๆ คนเริ่มเข้าใจแล้วว่าการพักผ่อนนั้น สามารถตัดสินผลแพ้ชนะได้เลย
ยูเซน โบลท์ (Usain Bolt) ยอดนักวิ่ง 9 เหรียญทองโอลิมปิกชาวจาเมกา ได้รับการยอมรับว่าเป็นคนที่วิ่งเร็วที่สุดในโลก บอกว่าการนอนหลับเป็นสิ่งสำคัญที่สุดสำหรับเขา
เลอบรอน เจมส์ (LeBron James) ยอดนักบาสเกตบอลบอกว่า เขานอนหลับวันละ 12 ชั่วโมง
นอกจากนี้ทีมต่างๆ ในลีกกีฬาของอเมริกาก็เล็งเห็นความสำคัญของการพักผ่อนด้วย
มีการจ้างโค้ชสอนการนอนหลับและทำงานร่วมกับนักวิทยาศาสตร์การนอนหลับเพิ่มมากขึ้น
นิค ลิทเทิลเฮลส์ (Nick Littlehales) โค้ชสอนการนอนหลับชาวอังกฤษที่ทำงานร่วมกับทีมจักรยานของสหราชอาณาจักร สอนให้นักกีฬาจักรยานให้ความสำคัญกับการนอนหลับเทียบเท่ากับปัจจัยอื่นๆ ที่ส่งผลต่อสมรรถภาพด้านกีฬา เช่น การฝึกซ้อม การทานอาหาร และฟื้นฟูร่างกาย
วงจรการนอนหลับของมนุษย์มี 2 ช่วงใหญ่ๆ คือช่วงหลับธรรมดา (Non-Rapid Eye Movement Sleep) และช่วงหลับฝัน (Rapid Eye Movement Sleep)
โดยช่วงหลับธรรมดานั้นจะแบ่งเป็น 4 ช่วงย่อยๆ คือเริ่มมีความง่วง หลับตื้น หลับปานกลาง และหลับลึก ทั้งหมดกินเวลาประมาณ 1 ชั่วโมง ส่วนช่วงหลับฝันจะกินเวลาประมาณ 30 นาที
หลังจากผ่านช่วงหลับฝันไปแล้วก็จะกลับไปเริ่มใหม่ตั้งแต่ต้น หมุนเวียนไปอย่างนี้เรื่อยๆ รอบละประมาณ 90 นาทีจนกว่าเราจะตื่น
นิคใช้วงจรการนอนหลับรอบละ 90 นาที ตรงนี้สอนให้นักกีฬาได้ฝึกสะสมให้ครบในแต่ละวัน เช่น หากนักกีฬาต้องสะสมให้ได้วันละ 5 รอบ ก็อาจจะตั้งเป้าไว้ว่าในกลางคืนนอนสะสมให้ได้สัก 3-4 รอบ และนอนกลางวันอีกสัก 1 รอบ แบบนี้ก็ย่อมได้
การใช้วิธีสะสมรอบการนอนแบบนี้มีประโยชน์ต่อนักกีฬาที่อยู่ในช่วงเวลาที่ไม่คุ้นเคย เช่น คนที่ต้องเดินทางข้ามเวลาท้องถิ่นตัวเอง และนักกีฬาที่ต้องแข่งขันในช่วงเวลาที่ต่างจากปกติ ซึ่งไม่สามารถนอนรวดเดียวเป็นเวลา 7-8 ชั่วโมงได้
งานวิจัยในปี 2013 ศึกษาเรื่องความต่างของเวลาที่มีผลต่อการแข่งขันอเมริกันฟุตบอล NFL พบว่า ทีมฝั่งตะวันตกจะทำผลงานได้ดีกว่า หากแข่งกับทีมตะวันออกในช่วงเย็น ไม่ว่าจะเป็นเจ้าบ้านหรือทีมเยือน เพราะช่วงเวลาดังกล่าวร่างกายของนักกีฬาฝั่งตะวันตกยังรู้สึกว่าเพิ่งเริ่มวันได้ไม่นาน
ยิ่งเมื่อนักเตะทีมตะวันออกเดินทางไปแข่งที่บ้านทีมตะวันตก จะเจอความเสียเปรียบทั้งอาการ Jet Lag และการปรับเวลาตามวงโคจรดวงอาทิตย์ไม่ทันยิ่งกว่าเดิม
ในการแข่งขันโอลิมปิกที่รีโอเดจาเนโร ประเทศบราซิล ตามทฤษฎีแล้ว นักกีฬาจากฝั่งตะวันตกของอเมริกาจำเป็นต้องเดินทางถึงบราซิลล่วงหน้ากว่าคนอื่นเพื่อให้มีเวลาปรับตัว
และแม้ว่านักกีฬาจะสามารถผ่านอาการ Jet lag ไปได้แล้ว ก็ยังต้องเจอกับปัญหาอีกอย่างคือแข่งในเวลาที่ไม่คุ้นเคย
บางคนตื่นตัวในช่วงเช้า บางคนคึกคักตอนกลางคืน สิ่งนี้อาจเป็นปัญหาสำหรับนักกีฬา อย่างเช่นว่ายน้ำที่มักตื่นมาฝึกซ้อมในช่วงเช้า แต่วันแข่งรอบชิงชนะเลิศในโอลิมปิกมักจะจัดช่วงเวลา Prime time ในตอนกลางคืน ด้วยเหตุผลด้านเรตติ้งเพื่อต้องการดึงดูดผู้ชม
นอราห์, นิค และผู้เชี่ยวชาญด้านการนอนหลับหลายคนกล่าวว่า การใช้แสงที่ถูกต้องจะช่วยแก้ไขปัญหาด้านการปรับตัวเรื่องเวลาได้ โคมไฟที่ให้แสงเหมือนพระอาทิตย์จะช่วยในเรื่องการตั้งรอบวันใหม่ให้กับร่างกายช่วยต่อสู้กับอาการ Jet lag และเร่งการผลิตฮอร์โมนคอร์ติซอล (Cortisol) เพื่อให้นักกีฬามีความตื่นตัวตลอดเวลา ในขณะที่การเปิดแสงอุ่นๆ ก่อนนอนตอนกลางคืนจะช่วยในการผลิตฮอร์โมนเมลาโทนินที่เกี่ยวข้องกับความมืดและการนอนหลับ
นอกจากนี้ นิค ลิทเทิลเฮลส์ ยังสนับสนุนให้ปิดเครื่องมืออิเล็กทรอนิกส์ในตอนกลางคืนด้วย
หวังว่าบทความนี้จะเป็นประโยชน์กับนักกีฬาไทยบ้าง
