bg-single

เสือสมิง เดิมคือ ร่างจำแลงอำนาจเชิงพระเดช ของเจ้าป่าเจ้าเขา

18.02.2026

On History | ศิริพจน์ เหล่ามานะเจริญ

เสือสมิง นั้นเป็นความเชื่อเก่าแก่เกี่ยวกับภูตผีปีศาจชนิดหนึ่งที่มีรูปร่างหน้าตาเป็นเสือ สามารถแปลงร่างกายของตนเองให้กลายเป็นมนุษย์ และส่งภาษากับผู้คนได้ โดยจะมีนิวาสสถานสิงสถิตอยู่ที่ในป่าลึก ซึ่งเป็นความเชื่อที่รู้จักกันอย่างแพร่หลายในสังคมไทย

แต่ทำไมเราถึงได้เรียกเจ้าเสือผีนี้ว่า “สมิง” กันล่ะครับ?

เว็บไซต์ของสำนักงานราชบัณฑิตยสภาได้ให้ความหมายของคำว่า “สมิง” เอาไว้ว่า

“ในภาษาไทย คำว่า สมิง (อ่านว่า สะ-หฺมิง) มี 2 ความหมาย ความหมายหนึ่ง สมิง เป็นคำนำหน้าชื่อผู้ใหญ่ของมอญ เช่นที่ปรากฏในวรรณคดีเรื่อง ราชาธิราช ว่า สมิงพระราม สมิงนครอินทร์ สมิง คำนี้มาจากภาษามอญ แปลว่า เจ้า มักใช้หมายถึง พระเจ้าแผ่นดิน เจ้าเมือง ผู้ปกครองบ้านเมือง

อีกความหมายหนึ่ง สมิง ปรากฏในคำว่า เสือสมิง คือ เสือที่เชื่อกันว่าเดิมเป็นคนมีวิชาความรู้ทางไสยศาสตร์ มีความรู้ทางเวทมนตร์แก่กล้ามากจนกลายเป็นเสือ จึงเป็นเสือที่ดุร้ายน่ากลัวมาก เพราะอาจแสดงตนให้เห็นเป็นคนได้”

อย่างไรก็ตาม ความเชื่อเกี่ยวกับที่มาที่ไปของอะไรที่เรียกกันว่าเสือสมิงนี้ ก็ดูจะไม่ได้มีเพียงแค่แบบที่สำนักงานราชบัณฑิตยสภาได้ระบุเอาไว้ข้างต้นเพียงแบบเดียวเท่านั้น แต่ยังมีความเชื่อเกี่ยวกับกำเนิดของเสือสมิงในลักษณะอื่นๆ อยู่อีกด้วย

ในบทความเรื่อง “ความเชื่อเรื่อง ‘เสือสมิง’ ในวรรณกรรมไทยร่วมสมัย : กรณีศึกษานิยายของ ตรี อภิรุม” ของ อ.ชนัญชิดา บุญเหาะ แห่งคณะอักษรศาสตร์ มหาวิทยาลัยศิลปากร ซึ่งตีพิมพ์อยู่ในวารสารอักษรศาสตร์ มหาวิทยาลัยศิลปากร ปีที่ 43 ฉบับที่ 2 (กรกฎาคม-ธันวาคม 2564) ได้สรุปถึงความเชื่อเรื่องกำเนิดของเสือสมิงในสังคมไทยเอาไว้ว่า มีอยู่หลากหลายรูปแบบ โดยอาจจะจำแนกได้เป็น 3 กลุ่ม คือ

1) เสือสมิง ที่สามารถกลายร่างกายเป็นคนได้ เพราะมีวิญญาณของคนสิงสู่อยู่

2) เสือสมิง คือผู้ที่เกี่ยวข้องกับวิชาคาถาอาคมที่กลายร่างเป็นเสือ (ในทำนองเดียวกับความหมายที่ราชบัณฑิตยสภาจำกัดความไว้)

และ 3) เสือสมิง คือเสือเฒ่า หรือคนชรา ที่มีสภาพร่างกายเปลี่ยนไปตามธรรมชาติ

ผมไม่แน่ใจนักว่า ยังมีความเชื่อเกี่ยวกับกำเนิดที่มาของเสือสมิงแบบอื่นๆ อยู่อีกหรือเปล่า แต่อย่างน้อยข้อมูลที่ อ.ชนัญชิดาได้รวบรวมแล้วสรุปเอาไว้ในบทความชิ้นดังกล่าวก็แสดงให้เห็นว่า ความเชื่อเรื่องเสือสมิงนั้น ไม่ได้รวบรัดหมดจด แต่มีความหลากหลายในรายละเอียดมากกว่าคำจำกัดความของสำนักงานราชบัณฑิตยสภาข้างต้นแน่

แถมนี่ผมยังไม่รวมไปถึงรายละเอียดในส่วนอื่นๆ ที่ก็ควรจะมีความแตกต่างกันในรายละเอียดเช่นกันอีกด้วยนะครับ

ในส่วนที่มาของการเรียกเจ้าผีเสือร้ายชนิดนี้ว่า “สมิง” นั้น เว็บไซต์ของสำนักงานราชบัณฑิตยสภายังได้ระบุที่มาเอาไว้ด้วยว่า

“คำว่า สมิง คำนี้ สันนิษฐานว่า เป็นคำที่แผลงมาจากคำว่า สิง ในภาษาเขมร สิง แปลว่า อยู่ เขมรใช้เป็นคำกริยาสำหรับพระภิกษุ แต่ไทยนำมาใช้สำหรับผี เช่นที่ใช้ว่า ผีสิง ส่วน สมิง เขมรแปลว่า อยู่นิ่ง แน่นิ่ง และแปลว่า ตาย ได้ด้วย

ในภาษาไทย ใช้คำว่า สมิง ในความหมายว่า อยู่ เท่านั้น เสือสมิง คือเสือที่มีวิญญาณของคนสิงอยู่”

ผมไม่แน่ใจนักว่า ถ้าคำว่า “สมิง” ที่หมายถึงเสือผีในภาษาไทยนั้น จะมีที่มาจากการยืมศัพท์คำว่า “สิง” ในภาษาเขมรมาใช้อย่างที่สำนักงานราชบัณฑิตยสภาระบุเอาไว้แล้ว ทำไมจึงไม่เรียกว่า “เสือสิง” ตามรูปศัพท์เดิม แต่ไปออกเสียงว่า “เสือสมิง” ให้มันวุ่นวาย ด้วยการออกเสียงยาก และซับซ้อนมากยิ่งขึ้น

โดยเฉพาะเมื่อพิจารณาถึงข้อสังเกตเกี่ยวกับคำยืมภาษาเขมรที่ไทยนำมาใช้โดยทั่วไปที่ว่า โดยปกติแล้ว คำไทยที่ยืมมาจากภาษาเขมรโดยปกตินั้น มักจะลดรูปศัพท์ให้สั้นกระชับลงเสียมากกว่า ดังเช่นคำว่า “ดำเนิน” ในภาษาเขมร ที่เป็นรากศัพท์ของคำว่า “เดิน” ในภาษาไทย เป็นต้น

ดังนั้น สิ่งที่ผมคิดว่าควรที่จะพิจารณาถึงมากกว่าในกรณีนี้ก็คือ ความหมายอีกอย่างหนึ่งของคำว่า “สมิง” ที่สำนักงานราชบัณฑิตยสภาระบุว่า เป็นคำนำหน้าชื่อผู้ใหญ่ของมอญต่างหาก

คําว่า “สมิง” ในความหมายนี้ สำนักงานราชบัณฑิตยสภาระบุว่า มีที่มาจากภาษามอญ แปลว่า เจ้า มักใช้หมายถึง พระเจ้าแผ่นดิน เจ้าเมือง ผู้ปกครองบ้านเมือง ตามอย่างที่ผมได้ยกมาไว้ข้างต้นแล้ว แต่การออกเสียงคำดังกล่าว ตามสำเนียงอย่างมอญนั้น ก็ไม่ได้ออกเสียงว่า สมิง อย่างในภาษาไทยหรอกนะครับ

ผู้เชี่ยวชาญด้านมอญศึกษาอย่าง อ.องค์ บรรจุน แห่งคณะวัฒนธรรมสิ่งแวดล้อมและท่องเที่ยวเชิงนิเวศ มหาวิทยาศรีนครินทรวิโรฒ ได้กรุณาให้ข้อมูลกับผมว่า ในสำเนียงอย่างมอญนั้น ออกเสียงคำนี้ว่า “เสมิญย์”

อ.องค์ยังได้ให้ข้อมูลเพิ่มเติมไว้ด้วยว่า คำนี้สามารถแปลได้ทั้ง พญา พระเจ้า ฯพณฯ เจ้านาย สมเด็จ เช่น ใช้เป็นคำนำหน้ากษัตริย์มอญ “เสมิญย์มะกะตู่” (พระเจ้าฟ้ารั่ว หรือมะกะโท ในราชาธิราช) บางทีก็ใช้เรียกพระอาทิตย์ว่า “เสมิญย์ตะงัว” (พญาแห่งวัน) ได้ด้วยเช่นกัน

ที่สำคัญก็คือ อ.องค์ยังได้ระบุด้วยว่า บางทีเจ้านายมอญ ที่ได้กลายเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ เจ้าที่ปกป้องชุมชนหรือเมือง ชาวมอญก็จะเรียกว่า “เสมิญย์” ด้วย เช่น “เสมิญย์ปล่าย” (แปลว่า “เจ้าพ่อหนุ่ม”) ซึ่งมีศาลอยู่ทั้งที่เกาะเกร็ด และพระประเดง เป็นต้น

ชื่อ “เสมิญย์ปล่าย” นี้ คนไทยออกเสียงว่า “สมิงพราย” ซึ่งก็คืออะไรที่รู้จักกันโดยทั่วไปว่า “ปู่เจ้าสมิงพราย” นั่นเอง

น่าสนใจว่า ชื่อ “ปู่เจ้าสมิงพราย” นี้ ปรากฏอยู่ในวรรณกรรมสำคัญเรื่องหนึ่งคือ “ลิลิตพระลอ” ซึ่งมีลักษณะเป็นเหมือนเทพารักษ์ สถิตอยู่ ณ จอมเขาเขียว เมืองสรอง มีฤทธิ์มาก และมีอำนาจเหนือภูติผีปีศาจทั้งหลาย

และอะไรที่เรียกกันว่า “เทพารักษ์” นั้น ถ้าจะว่ากันตามแนวคิดในศาสนาผีก็คือ “ผีบรรพชน” ซึ่งก็คือกลุ่มของ “พลังชีวิต” (ไทยเรียก “ขวัญ”) ของบรรพชนในชุมชนที่เสียชีวิต แล้วไปรวมเข้าด้วยกันในสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ประจำชุมชน เช่น หินใหญ่ ต้นไม้ใหญ่ หรือบึงน้ำ เป็นต้น

กลุ่มก้อนพลังชีวิต หรือขวัญของบรรพชนแต่ละคนที่หลอมรวมกันก็จะกลายเป็น “ผีบรรพชน” ที่ปกปักรักษาชุมชน โดยมีสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ประจำชุมชน เป็นที่สิงสถิต ในทำนองเดียวกับที่ “ปู่เจ้าสมิงพราย” เป็น “เจ้าป่าเจ้าเขา” และต่อมาเมื่อชุมชนได้ยอมรับเอาศาสนาพุทธ หรือพราหมณ์-ฮินดูเข้ามาแล้ว ก็ได้เปลี่ยนชื่อเรียกเป็น “เทพารักษ์” ไปในที่สุด

น่าสังเกตด้วยนะครับว่า เรื่องราวในพระลอนั้น มีอยู่ตอนหนึ่งที่ระบุว่า “ปู่เจ้าสมิงพราย” นั้น ได้แปลงร่างกลายเป็น “เสือ” ด้วย ดังที่ใน “บทละครเรื่องพระลอ” ชุดที่ 4 (ปู่เจ้าแต่งทัพผี) ในช่วงต้น ที่เล่าถึง นางรื่นกับนางโรย (พี่เลี้ยงของพระเพื่อนกับพระแพง) ให้หมอเฒ่านำทางไปหาปู่เจ้าสมิงพรายในป่า เพื่อให้ช่วยทำยาเสน่ห์ ดังความที่ว่า

“เห็นพระปู่แกล้งเป็นพยัคฆ์ หมอตระหนักบ่ยั่นหยอน พระปู่ย้อนเป็นแมว หมอหมอบแล้วกราบไหว้ ทูลว่าพี่เลี้ยงไท้เพื่อนท้าวแพงทองมานา”

แน่นอนว่า ในบทละครข้างต้นระบุว่า ปู่เจ้าสมิงพรายนั้นแปลงร่างเป็นทั้ง “เสือ” และก็ “แมว” และก็คงจะแปลงเป็นอะไรได้อีกมาก แต่ประเด็นที่น่าสนใจมากกว่าก็คือ การที่บทละครในช่วงนี้พรรณนาถึงการที่ “เจ้าป่าเจ้าเขา” คือ “ปู่เจ้าสมิงพราย” นั้น ได้แสดงให้ทั้งหมอเฒ่า และนางรื่นนางโรยได้เห็นถึงอำนาจของป่าเขาที่จอมเขาเขียว ด้วยการแปลงตนเป็น “พยัคฆ์” ซึ่งก็คือ เสือ มากกว่า

ในกรณีนี้ “เสือ” จึงมีลักษณะเป็นอุปลักษณ์แห่งอำนาจ ในส่วนที่ลึกลับ และดุร้าย คืออำนาจในเชิง “พระเดช” ของเจ้าป่าเจ้าเขา

ในขณะเดียวกัน อุปลักษณ์ในเชิงของการอำนาจรักษาคุ้มครองป่า ด้วย “พระคุณ” ก็คงจะเดาได้ไม่ยากว่า ถูกแสดงออกด้วยรูปของ “เทพารักษ์” หรือรุกขเทวดา อย่างที่ปรากฏให้เห็นอยู่บ่อยครั้งในนิทาน ตำนาน หรือวรรณกรรมต่างๆ นั่นแหละ

ดังนั้น จึงน่าสนใจเป็นอย่างยิ่งว่า “เสมิญย์” หรือ “สมิง” ในความหมายที่เป็น สิ่งศักดิ์สิทธิ์ ที่ปกป้องชุมชน หรือเมือง (ในกรณีของ ปู่เจ้าสมิงพรายนั้น คือเจ้าป่าเจ้าเขา คือสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ปกป้องจอมเขาเขียว) ของพวกมอญนั้น ก็ดูจะเกี่ยวข้องกับความเชื่อเรื่อง “เสือสมิง” ได้ด้วยเหมือนกัน

ยิ่งเมื่อพิจารณาถึงหลากหลายตัวอย่างว่า บรรดาสิ่งศักดิ์สิทธิ์ในศาสนาผีดั้งเดิม ของอุษาคเนย์นั้น ได้ถูกทำให้มีความหมายในเชิงลบ เมื่อศาสนาพุทธ และศาสนาพราหมณ์-ฮินดู ได้เข้ามามีบทบาท และอิทธิพลในภูมิภาคแห่งนี้แล้ว ซึ่งก็รวมไปถึง “ผี” ที่แต่เดิมมีความหมายถึง “บรรพชนผู้ล่วงลับ” แต่ได้กลายเป็นสิ่งชั่วร้ายในหลายกรณีไปแล้วในปัจจุบันนี้ด้วย

ดังนั้น ถ้า “เสือสมิง” ที่ก็คือ อุปลักษณ์ของอำนาจศักดิ์สิทธิ์ในเชิงพระเดช ของเจ้าป่า หรือผีบรรพชน จะถูกทำให้กลายเป็น “ผีร้าย” ก็ไม่เห็นว่าจะเป็นไปไม่ได้เลยนี่ครับ

เอาเข้าจริงแล้ว คำว่า “สมิง” ที่ใช้เรียก “เสือ” ที่เป็น “ร่างจำแลงของเจ้าป่า” นั้น จึงควรมีที่มาจากคำว่า “เสมิญย์” ที่มีความหมายถึงสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ปกปักรักษาพื้นที่ต่างๆ อันมีรากฐานมาจากแนวคิดเรื่อง “ผีบรรพชน” นั่นเอง



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

สุทธิพงษ์ นำประชุมมูลนิธิรักษ์เขาขยายชัยนาท ตั้งเป้าหมายให้เป็นแหล่งเรียนรู้สำหรับนักเรียนและเยาวชน แหล่งศึกษาตามธรรมชาติ ฯลฯ
สตอกโฮล์มเปิดเวที “ประชุมสันติภาพโลก 2026” เชิญผู้นำ-นักสันติวิธีทั่วโลก ร่วมสร้างอนาคตแห่งสันติภาพ 22 สิงหาคมนี้
CKPower ใช้นวัตกรรมเปลี่ยน “ของเสีย” เป็นคุณค่า คว้า 2 รางวัล TJDA ปีนี้
“สีหศักดิ์” ชี้ “กัมพูชา” ลากไทยเข้ากลไกประนอมภาคบังคับทำปิดประตูเจรจาเขตแดนทางบก รับกังวลกรณีเขมรประโคมข่าว “รถถังจีน” ในช่วงสถานการณ์เปราะบาง
“วัชระพล” มอบนโยบาย อ.ส.ค.เร่งแผนการตลาดระบายสต๊อกนมก่อนพึ่งงบฯ แนะเพิ่มประสิทธิภาพบริหาร-มาร์เก็ตติ้งให้แข่งได้ในตลาดเสรี
พิธีศพ อาลี คาเมเนอี : วาทกรรมแห่งศาสนา และอำนาจการทูตผ่านมุมมองภาษาศาสตร์
เคปเวิร์ด ‘ซินเดอเรลล่า’ ฟุตบอลโลก ผู้ชนะหัวใจคนทั้งโลก
คำถามเชิงซ้อน : คำถามลวงให้เราตอบ
จากเวทีปราศรัยสู่หน้าฟีด : อ่านยุทธศาสตร์หาเสียงผู้ว่าฯ กทม. ผ่านโซเชียลมีเดีย
520 วัน บันทึกของคำจากลา ในโลกหลังกำแพง (14)
ทบ.ร้อน ชิง ‘ทบ.1’ ‘บิ๊กเต้-แม่ทัพไก่’ จับตา หมาก ‘แม่ทัพคอแดง’ มองข้ามช็อต ทัพใต้ ‘รองคิ้ว-รองด้วง’
จากแหวนทองคำ 2 พันปี สู่ใจคนเมืองเพชร ทวีโรจน์ กล่ำกล่อมจิตต์ อยากมี ‘มิวเซียมท้องถิ่น’