ภาพยนตร์ | นพมาส แววหงส์

ตรงตามความหมายของชื่อเรื่อง นี่เป็นหนังที่เต็มไปด้วยคนบาป

ตัวละครใหญ่น้อยหลักรองล้วนเป็นคนบาปแปดเปื้อนมลทินทั้งสิ้นทั้งปวง

หนังเปิดเรื่องในโบสถ์คริสต์เล็กๆ ของคนผิวดำในชนบททางภาคใต้ของอเมริกาใน ค.ศ.1932 ในรัฐมิสซิสซิปปี ซึ่งแม้จะมีการเลิกทาสไปแล้วเป็นทางการหลังจากสงครามกลางเมืองอเมริกัน แต่อุดมการณ์ของการเหยียดผิวก็ยังไม่เลิกราหรือจางหายไป

มีขบวนการนอกกฎหมายของกลุ่มคนขาวขวาตกขอบที่เรียกตัวเองว่า คูคลักซ์แคลน หรือ KKK มุ่งเข่นฆ่าทำลายล้างคนผิวดำอย่างไร้มนุษยธรรม

Sinners ไม่เพียงแต่สะท้อนภาพของสังคมในยุคนั้น แต่ยังเล่าเรื่องสยองขวัญของแวมไพร์กระหายเลือดที่ตามรังควานคนผิวสี สูบเลือดกลืนกินวิญญาณและยังเปลี่ยนให้กลายมาเป็นพวกพ้องร่วมเผ่าพันธุ์ผีดูดเลือดเหมือนตน

แวมไพร์ในหนังเรื่องนี้เป็นแวมไพร์ตามประเพณีนิยม คือออกล่าหาเหยื่อกลางคืน

เมื่อดูดเลือดใคร คนนั้นก็จะถูก “เปลี่ยน” ให้เป็นแวมไพร์ที่มีชีวิตอมตะอยู่ยงคงกระพัน ยกเว้นร่างกายโดนแสงอาทิตย์สาดส่อง ก็จะมอดไหม้เป็นกองเถ้าถ่าน และโดนสังหารให้ตายได้ด้วยการใช้ไม้ตอกปักลงที่อก นอกจากนั้นแวมไพร์ยังกลัวกลิ่นกระเทียมอีกต่างหาก

ย้อนไปก่อนเปิดเรื่อง หนังใช้ภาพวาดของคนพื้นเมืองดึงความละม้ายคล้ายคลึงกันในนิทานปรัมปราพื้นบ้านของคนแอฟริกัน-อเมริกัน ชาวไอริช และชาวอินเดียนแดงเผ่าช็อกทอว์

ภายในโบสถ์หลังเล็กสีขาวสะอาด โครงสร้างเรียบง่าย ตั้งอยู่โดดเดี่ยวกลางทุ่ง ขณะบาทหลวงกำลังเทศนาแก่ชาวบ้านผิวดำ ประตูโบสถ์ก็เปิดออก มีชายเนื้อตัวมอมแมม เดินโซซัดโซเซเข้ามา บ่าห้อยกีตาร์คู่ใจที่ดูยับเยิน

บาทหลวงเดินเข้าไปรับผู้ที่พลัดเข้าโบสถ์มาเหมือนจะหาที่พึ่ง แล้วจึงบอกให้ชายคนนั้นละทิ้งปีศาจเสีย แล้วกลับเข้ามาอยู่ในอ้อมอกพระเจ้า

ชายคนนั้นเป็นเด็กหนุ่มชื่อ แซมมี่ (ไมล์ส เคตัน) หรือใครๆ เรียกกันเล่นๆ ว่า Preacher Boy หรือ “ลูกบาทหลวง”

ปีศาจที่บาทหลวงหมายถึงคือ กีตาร์ ซึ่งลูกชายชอบเล่นเพลงที่เรียกว่า “บลูส์” ซึ่งอาจมีที่มาจาก “ปีศาจสีน้ำเงิน” หรือ Blue Devils ก็ได้

เรายังคาดเดาไม่ได้ว่าแซมมี่จะเลือกเชื่อหรือไม่เชื่อบาทหลวงที่เป็นบิดา

แล้วหนังก็ย้อนเวลากลับไปหนึ่งวันก่อนหน้าเหตุการณ์นี้

ในชนบทภาคใต้ของอเมริกา มีพี่น้องฝาแฝดสองคนสวมสูทโก้หรู กลับคืนมาถิ่นเก่าบ้านเกิด หลังจากจากไปสู้รบในสงครามโลกครั้งที่ 1 และกลับมาทำงานผิดกฎหมายเป็นสมุนของเจ้าพ่ออัล คาโปน ในชิคาโก

พี่น้องแฝดชื่อเอไลจาห์ หรือสโมค และเอไลอัส หรือสแต็ก แสดงโดยนักแสดงคนเดียว คือไมเคิล บี. จอร์แดน ในสองบุคลิกและแยกความแตกต่าง…เพื่อไม่ให้คนดูสับสน…ว่าใครเป็นใคร ด้วยการสวมหมวกคนละสี คนละสไตล์

สโมคและสแต็กพกเงินเป็นฟ่อนไปซื้อโรงนากลางทุ่งจากชายผิวขาว ซึ่งรังเกียจที่จะทำการค้าขายกับคนผิวดำ แต่ก็ไม่สามารถปฏิเสธเงินสดก้อนโตซึ่งใช่ว่าจะผ่านมาถึงมือได้ง่ายๆ ในยุคเศรษฐกิจตกต่ำครั้งใหญ่ในอเมริกา

โรงนาเก่าๆ จึงเปลี่ยนเจ้าของจากคนผิวขาวมาอยู่ในมือของนักเผชิญโชคผิวดำซึ่งมีอดีตเป็นทั้งทหารผ่านศึกอันทรงเกียรติและลูกน้องของมาเฟียค้าเหล้าเถื่อนในยุคที่สุราเป็นของต้องห้ามในอเมริกา

สโมคและสแต็กมีแผนจะทำโรงนานี้ให้เป็น juke joint หรือบาร์เหล้าเคล้าดนตรีให้ผู้คนมาคลายเครียดสนุกสนานกันในยามค่ำคืน

วันนั้น ทั้งวันสองพี่น้องแฝดตระเวนหาทีมมาช่วยงานและดำเนินงานจัดการบาร์ ทั้งนักดนตรี นักร้อง คนจัดสถานที่ แม่ครัว ฯลฯ

ตกค่ำ ขณะกำลังร้องรำทำเพลง ดื่มกินเคล้าดนตรี สนุกเฮฮาปาร์ตี้กันตามประสาชนผิวดำ ก็มีคนผิวขาวชายสองหญิงหนึ่งมาขอเข้าไปร่วมสนุกด้วย

ในยุคที่มีการแบ่งแยกระหว่างคนผิวขาวผิวดำผิวสี การสังสรรค์เสวนากันแบบนี้เป็นเรื่องต้องห้าม คนผิวขาวสามคน ซึ่งนำทีมโดยเรมมิค (แจ็ค โอคอนเนล) ซึ่งมีนัยน์ตาเป็นจุดแดงสองจุดเรืองแสงอยู่ในความมืด จึงเดินจากไปเฝ้าจับตามองดูอยู่จากระยะไม่ไกลนัก

สี่สิบห้านาทีจากเริ่มเรื่อง-นอกจากภาพเขียนชนพื้นเมืองก่อนเริ่มเรื่อง-หนังจึงเปลี่ยนฉับแบบหักมุมปุบปับจากหนังพีเรียดมาเป็นหนังสยองขวัญไปในฉับพลันทันที

มีแวมไพร์ตัวพ่อออกอาละวาดและเปลี่ยนผู้คนให้กลายเป็นผีดูดเลือดกันแบบชวนหวาดผวาน่าหวาดเสียวสยองขวัญ

แม้ว่าการเดินเรื่องหลักจะดูเหมือนอยู่ที่แฝดสองพี่น้อง สโมคกับสแต็ก แต่แซมมี่ซึ่งเป็นนักร้องนักดนตรีแนวบลูส์ กลับเป็นตัวเดินเรื่องตั้งแต่เปิดเรื่องจนถึงฉากสุดท้ายที่เขานำพาให้แนวเพลงบลูส์ของคนผิวดำลงหลักปักฐานเข้ากระแสความนิยมของดนตรี ซึ่งจะกลายเป็นดนตรีแจ๊ซและร็อกเอ็นโรลในเวลาต่อมา

หนังใช้ดนตรีเป็นจุดร่วมของวัฒนธรรมอย่างลงตัวและชวนคิด โดยแทบทุกบททุกตอนสอดใส่และสอดแทรกสัญลักษณ์ที่พาดพิงเชิงประวัติศาสตร์ของชาติอเมริกา การกลืนกินวัฒนธรรม การเหยียดผิวเหยียดเชื้อชาติ

หนังเต็มไปด้วยประเด็นต่างๆ ที่สื่อความหมายกว้างไกลใหญ่โตเชิงประวัติศาสตร์ของชาติอเมริกัน และมีความประณีตของบทและการนำเสนอในด้านต่างๆ ที่เหมาะเจาะลงตัว ไม่ว่าจะเป็นการถ่ายภาพ ดนตรี เครื่องแต่งกาย ฯลฯ

จึงได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงออสการ์ในสาขาต่างๆ ถึง 16 สาขา ซึ่งนับเป็นประวัติการณ์ในด้านจำนวนที่มากที่สุดสำหรับหนังเรื่องใดก็ตามในอดีตที่ผ่านมา

แฟนหนังไม่ควรพลาดค่ะ แม้ว่าแนวสยองขวัญอาจไม่โดนใจโดนรสนิยมก็ตาม

ว่ากันว่ารสนิยมคนอเมริกันโดยมาจะชอบดูหนังแวมไพร์และซอมบี้ เพราะกระตุกต่อมความกลัวอย่างหวาดผวาในสงครามนิวเคลียร์ซึ่งจะล้างเผ่าพันธุ์มนุษย์ให้สิ้นไปจากโลกและกลายเป็นซอมบี้ซึมกระทือแบบผีตายซาก

ถ้าไม่ “อิน” กับประวัติศาสตร์ชาติอเมริกันนัก ก็ดูเอาความละเมียดละไมขององค์ประกอบก็แล้วกัน….

SINNERS

กำกับ

Ryan Coogler

นำแสดง

Michael B. Jordan

Hailee Steinfeld

Miles Caton

Jack O’Connell

Delroy Lindo



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

รถไฟและไฮเวย์: เมกะโปรเจกต์เชื่อมลาว–เวียดนามภายใต้ความสัมพันธ์แบบพิเศษ
โลกและอาเซียนในอนาคต จากมุมมอง ‘อมิตาฟ อาชาเรีย’
Songs in the Key of Life : รักบังตา
โทษประหารชีวิต : ข้อถกเถียงทางปรัชญา (2)
บทวิจารณ์เรื่องสั้น ‘เพื่อนข้างบ้าน’ จากรอยแตกร้าวริมรั้ว… สู่ภาพสะท้อนสงครามเย็นในสังคมไทย
‘ขอให้ความจริงปรากฏ’ ชุติมา นวลพลับ สู้มาราธอน ทวงงานศิลป์ ‘พระพุทธบาท’
‘ฝ่ายอนุรักษนิยม (กว่า)’ ประสานเสียง วิพากษ์ ‘การเมืองวิปริต’ ใต้ ‘รธน.2560’
ตัดจบ โผทหาร ‘บิ๊กปู’ หักดิบ เก้าอี้สุดท้าย ‘บิ๊กใหญ่’ เซอร์ไพรส์ 5 เสือ ทบ. ทัพเรือวุ่น ‘ผบ.ทร.ฟริเกต’
E-DUANG | สภาวะ ซับซ้อน การเมือง แยกกัน”เดิน” รวมกัน”ตี”
SPIDER-MAN : BRAND NEW DAY | ‘โดดเดี่ยวอ้างว้าง’
การ์ตูน “อรุณ วัชระสวัสดิ์”
กาเมสุมิจฉาจาร ในรัฐจารีต ที่การมีเมียมาก คือสัญลักษณ์ของอำนาจและบารมี